ผู้นำ : Leader

ผู้นำ คือ บุคคลที่มีความ สามารถในการใช้อิทธิพลให้คนอื่นทำงานในระดับต่าง ๆ ที่ต้องการ
ให้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ (McFarland,1979:214-215)
ผู้นำ คือ ผู้ที่สามารถในการชักจูงให้คนอื่นทำงานให้สำเร็จตามต้องการ (Huse, 1978:227)
ผู้นำ คือ บุคคลที่มีอิทธิพลสูงสุดในกลุ่ม และเป็นผู้ที่ต้องปฏิบัติภาระหน้าที่ของตำแหน่งผู้นำที่ได้รับมอบหมายบุคคลอื่นในกลุ่มที่เหลือก็คือผู้ตาม แม้จะเป็นหัวหน้ากลุ่มย่อย หรือผู้ช่วยในการปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ก็ตาม (Yukl, 1989:3-4)
ผู้นำ คือ บุคคลที่มาจากการเลือกตั้งหรือแต่งตั้ง หรือการยกย่องขึ้นมาของกลุ่ม เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นผู้ชี้แนะและช่วยเหลือให้กลุ่มประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ความแตกต่างระหว่างผู้นำและผู้จัดการในองค์การของรัฐส่วนใหญ่จะเรียก "ผู้นำหรือผู้บริหาร" ส่วนองค์การธุรกิจนิยมเรียก "ผู้จัดการ" (Management) ได้มีการศึกษาลักษณะของ "ผู้นำ" (Leaders) และ "ผู้จัดการ" (Managers) มานานแล้ว และพบว่าบุคคลทั้งสองกลุ่มนี้มีความแตกต่างกันหลายด้านเช่น แรงจูงใจ ความเป็นมา วิธีคิด และการปฏิบัติงาน  ดังที่นักศึกษาวิจัยสรุปไว้ดังต่อไปนี้ เบนนิส และนานัส (Bennis and Nanus, 1985 : 21) ได้สรุปว่า   

"ผู้จัดการคือ บุคคลที่ทำให้งานสำเร็จ ส่วนผู้นำคือ บุคคลที่ทำสิ่งต่าง ๆ ให้ถูก
managers are people who do things right
and leaders are people who do the right things"

หมายความว่า ผู้จัดการ คือ บุคคลที่สนใจแต่จะหาวิธีการทำให้งานที่ได้รับมอบให้สำเร็จ โดยไม่ได้ให้ความสนใจสิ่งอื่นใดต่างจากผู้นำที่จะต้องพิจารณาความถูกต้องของงานรวมทั้งผลกระทบต่อบุคลากรและองค์การ ก่อนที่จะดำเนินการให้เกิดผลดีที่สุด

Reference : http://www.nrru.ac.th/article/leadership

เหมือนที่กล่าวข้างต้น คงจะเห็นว่า "ผู้นำ" มีความสำคัญมากเพียงใด
การทำงานกับคนหมู่มาก แน่นอนว่า ต้องมีทั้งคำชมและคำด่า
ผู้นำที่ดี ในความคิดของผมนั้นคือ คนที่สามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้
มีความรับผิดชอบ ไม่โยนงานให้กับคนอื่นๆ (แต่ก็ไม่ได้กองงานไว้คนเดียว)
พยายามแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี ไม่ใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหาและในการทำงาน
พยายามร่วมกันกับผู้ร่วมงานทำงานแบบ Teamwork ไม่ใช่ทำตัวเป็นพระเจ้า
พอผู้ร่วมงานทำอะไรผิดพลาดก็ได้แต่ด่าลูกเดียว
มีความกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง

ตัวผมเองนั้นก็ได้ทำงานหลายๆงานอยู่ในฐานะผู้นำบ้าง ผู้ตามบ้าง
เป็นเรื่องปกติที่เราต้องฝึกฝนตนเอง อาจจะดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ก็ต้องพัฒนากันต่อไป

สำหรับผู้นำในองค์กรใหญ่ๆมักมีผู้เพ่งเล็งเป็นพิเศษ เพราะมีผลได้เสียต่อคนโดยมาก
ผู้นำในองค์กรใหญ่ที่ดี จึงควรมีคุณธรรมมากเป็นพิเศษ
การทำงานที่ดี ควรมีการสอดประสานกับองค์กรต่าง ๆ ทำงานร่วมกันอย่างเป็นองค์รวม
สร้างมิตรให้มาก ไม่ใช่สร้างศัตรูให้มาก
เพราะสุดท้ายแล้วศัตรูนี่แหละจะย้อนทำลายตัวผู้นำเอง

ถึงจะเป็นผู้นำที่เก่งหรือไม่ก็ตาม (เก่งไม่เก่งเราพัฒนากันได้)
แต่การเป็นผู้นำที่ดี ผู้นำคนนั้นควรมี SPIRIT ต่อสิ่งที่ทำ
มีใจในสิ่งที่จะทำ และคาดหวังให้งานที่เราทำออกมาดีที่สุด (ถึงแม้บางทีอาจดีไม่ได้ก็เหอะ)
ไม่ใช่ทำงานให้ผ่านๆ ไปตามประเพณีหรือวัฒนธรรมองค์กรเดิม
เหมือนกับที่เคยพูดบ่อยๆว่า
"ทำงานด้วยใจ ไม่เหนื่อยหรอก"

จับตารอดูผู้นำองค์กรคนใหม่ตามวาระอยู่…ว่าจะเป็นอย่างไร?

Now we’re looking for SCIENCE SPIRIT!!!

Advertisements

เทอม 2 เทอมแห่งการไฟต์

จาก course ที่เรียนในเทอม 2
 
พบว่า ภาคเรียนนี้เป็นภาคเรียนที่น่าตื่นเต้น
 
 
แต่ละวิชามีความยากที่…เว่อร์ๆ ตามระดับ ยกตัวอย่างเช่น
 
001205 English for Science and Technology
วิชานี้รู้สึกหวั่นใจตั้งแต่ อ.เดินเข้าห้องมา
เพราะดูหน้าตาท่าทางอาจารย์โหด ๆ ไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่
พอ อ.พูดไปสักพักก็รู้สึกดีขึ้นมานิดนึงว่าอาจจะไม่โหดเท่าไหร่
เห็น อ.บอกว่า เกรดที่ผ่านมาต่ำสุดก็ C ผมก็ช่วยอยู่เยอะ เข้าห้องตลอดก็ OK ละ
โล่งใจหน่อยแฮะ
 
แต่วิชานี้ ดูจากเนื้อหาแล้วยากใช่เรื่อง เพราะต้องทำ Research ย่อม ๆ เป็นภาษาอังกฤษด้วยซี – –
เทอมนี้วิชานี้ ต้องเป๊ะเท่านั้น
207188 Physics 2
207118 Physics Lab 2
ขอ Group กลุ่มวิชาสองตัวนี้เข้าไว้ด้วยกัน
เนื่องจากวิชานี้ไปเรียนกับน้องปี 1 (เพราะมันรุงรังตอนลงฟิสิกส์ตอนปี 1)
ซึ่งแต่ละคนก็…เทพทั้งนั้น แต่ดูเนื้อหาแล้วน่าเรียนมากๆๆๆ
 
ดังนั้น วิชานี้ก็ต้องไฟต์อีกเช่นกัน
แถม อ.ยังไม่ให้การบ้านอีกแหน่ะ แสดงว่าต้องไฟต์เว่อร์ๆๆๆจริงๆ
คงจะต้องใช้ความได้เปรียบจาก Vector Analysis ที่กวาด B+ มาใช้ซะแล้ว T_T
206331 Advanced Calculus
พูดตรงๆว่าวิชานี้ก็ไม่น่าห่วงมากกว่าวิชาอื่น
เพราะจาก course description แล้ว ก็น่าจะพอเอาตัวรอดได้จากผลบุญที่ติวน้องปี 1
ทำให้ที่เรียน ๆ มานั้นพอจะถูกรื้อฟื้นได้ในเวลาอันสั้น
เอาเป็นว่าวิชานี้ ก็ให้ไว้เป็นวิชาระดับตัวดึงขึ้นละกัน
206341 Ordinary Differential Equations
วิชานี้เสียงร่ำลือว่า อ.สอนเร็วเว่อร์ และอ่านลายมืออาจารย์ไม่ออก!
จากการที่นั่งเรียนมานี้ เนื้อหาเยอะมาก ดูเหมือนยาก
ได้เรียน ไอเกนวาลู ไอเกนเวกเตอร์ สมการแวซเซล สมการเลอจองด์ ที่ชัยชอบบ่นๆให้ฟังบ่อยๆ
น่าจะมันส์พอควร จากการดู อ. สอน รู้สึกว่าเร็วสะใจได้เนื้อหามาก ๆ
 
วิชานี้ต้องไฟต์อีกเยอะ ๆ
204209 Object Oriented Program
วิชานี้มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาจากเด็กภาคคอมว่า เรียนกับ "อ.เสือยิ้ม"
หน้ายิ้มมากมาย แต่โหดพอดู
 
ดังนั้น วิชานี้ก็ไฟต์อีกเยอะๆ หวังว่าความเป๊ะของตัวเอง (ในบางครั้ง) จะช่วยให้เอาตัวรอดได้บ้าง
 
013103 General Psycology
วิชานี้ตอนแรกสุดที่เห็น เคยบอกกับตัวเองว่า ไม่ลงแน่นอน
แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนใจซะงั้น เพราะอ่านหนังสือละสนุกดี มีน่าเบื่อบาง part เฉยๆ
ดังนั้น เนื่องจากมีการท่องจำเยอะนิดนึง จึงต้องไฟต์อ่านเยอะ ๆ
เผื่อจะใช้ในชีวิตจริงได้นะเออ
 
วิชานี้ก็ต้องไฟต์อีก เฮ่อ
 
 
สรุปแล้ว เทอม 2 นี้จึงเป็นเทอมที่เจอวิชายาก ๆ ทั้งนั้น
สิ่งที่ทำได้คือ มองว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายเรา และ เราต้องทำได้
 
ดังนั้นเทอมนี้ ไฟต์เท่านั้น !!!!!
เพราะฉะนั้นเทอมนี้ สิ่งที่ไร้สาระต่าง ๆ จะถูกตัดออก
แล้วเปลียนด้วยการเรียนแทน
 
 
เหนื่อย แต่ต้องสู้ สู้ สู้ และต้อง สู้ ยิ้มแฉ่ง

ปิดเทอมอันแสนยาวนาน

ปิดเทอมอันแสนยาวนาน (รึเปล่า)
แป้บ ๆ ก็จะเปิดเทอมสองแล้วสินะ…อย่างว่านั่นแหละ เวลาผ่านไป เหมือนกับสายน้ำที่ไม่ไหลย้อนมา
เล่าให้ฟังดีกว่าว่าปิดเทอมที่ผ่านมาทำอะไรบ้าง
 
6 – 11 Oct ค่ายอาสาพัฒนาการศึกษาที่ดอยเต่า
ค่ายนี้จัดเป็นปีที่ 4 แล้วแหละ (ปีที่แล้วไม่ได้ไป เพราะว่ายังไม่ค่อยหายดีจากอาการไม่สบาย และทำทำเนียบรุ่น)
ปีนี้ก็ไปกับเมเจอร์ เป็นพี่ฝ่ายวิชาการ
ค่ายเราเป็นค่ายอาสาพัฒนาการศึกษา แค่ค่ายที่โรงเรียนนั้นชื่อว่า "ค่ายองค์รวมเพื่อยกระด้บมาตรฐานการศึกษา"
กิจกรรมก็เป็นองค์รวมเหมือนเดิมๆ นั่นแหละ
สำรวจ ตั้งปัญหา สมมติฐาน ออกแบบการทดลอง ทดลอง นำเสนอ กิจกรรมเสริมอีกหน่อย
ค่ายนี้ก็สนุกดี ได้สนิทกับเพื่อนเมเจอร์มากขึ้น แต่ทำงานก็เครียดหน่อย (งานนี้ก็ต้องเป๊ะพอควร)
 
หลังจากกลับจากค่ายอาสา เราก็มี events ต่อไป
11 – 13 Oct JSTP Trip
หลังจากนัดกันกับเพื่อนไว้นานนมว่ามาเที่ยวเชียงใหม่กันป๊ะๆ ก็เลยชวนเพื่อนมาเที่ยวกัน
Trip นี้มีกันมา 3 คน คือพี่ริ้ง ชัย ละก็คิม (ที่เหลือติดสอบนู๋นนี่นั่น) ส่วนพี่ๆน้องๆที่เชียงใหม่ก็ติดธุระนู่นนั่นนี่กันหมด
สุดท้ายเหลือแค่เรากับเอมและพี่ฟลุคเท่านั้นที่ไปเที่ยวด้วยกัน
ไปเที่ยวกันหลายที่ วันแรกก็กินๆๆ (คาบเกี่ยวกับตอนค่าย) วันที่สองก็ไปดอยอินทนนท์ กับถนนคนเดิน วันสุดท้ายไปสวนสัตว์ โรบินสัน และมอชอ
หนุกหนานมากมาย ถึงแม้จะแค่ 3 คนเท่านั้นเหอะ
ตอนจะจากกันก็รู้สึกอาลัยเหมือนกัน เวลาที่ดี ๆ มีความสุขนั้นทำไมรวดเร็วจริงๆ
เอาไว้คราวหน้า ปีต่อๆไปหวังว่าจะได้มาเที่ยวกันอีกนะๆๆๆๆ
 
พูดถึง JSTP ก็คงจะไม่สมัครแล้ว เพราะสมัครไม่ได้ละ
แต่ถึงสมัครได้ก็อาจจะไม่สมัครแล้ว ขอเก็บความทรงจำดี ๆ ไว้กับ JSTP10 ดีกว่า
 
14 – 18 Oct ค่ายองค์รวม เชียงราย
เป็นค่ายองค์รวม (แบบเดิมๆ) นั่นแหละ แต่ว่าค่ายนี้รู้สึกสบายมากขึ้นกว่าเดิมเยอะ
เพราะว่าโรงเรียน support ให้ดีมากๆ เลยล่ะ (ดีจนรู้สึกเหมือนไม่ค่อยได้ทำงานอะไรเหมือนค่ายใหญ่โครงการปกติ)
เป็นพี่ฝ่ายวิชาการอีกแล้ว…ก็ช่วยเอมทำละกัน ส่วนตัวเราก็แว้บไปช่วยสันทนาการ
หมดค่ายนี้ตีกลองเป็นแล้ววว คิกๆๆๆๆๆ
 
หมดค่ายเสร็จก็ไปแม่สายต่อ ลั่นล้าๆๆๆ shopping หมดไปเป็นพัน
งวดนี้ได้กระเป๋าใหม่ใบนึง ละก็ของฝากคนนู้นนี้นั้นด้วย
ใช้เงินค่าสอนพิเศษ (job เล็กๆน้อย) มาซื้อเป็นรางวัลเล็กๆ ให้กับตัวเองบ้าง
 
และแล้วการปิดเทอมก็กำลังจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ให้เวลาได้พักผ่อน 1 วันครึ่ง – -"
 
อ้อ…เกรดออกแล้ว ในค่ายเชียงรายด้วยแหละ
 
เทอมนี้หรอ 3.92 แหละ แอบดีใจ
วิชาที่พลาดก็คือ Vector analysis เพราะพลาดตอนมิดเทอม (ประมาณว่าให้ไฟท์ไฟนอลยังไงก็อาจไม่ทันได้ A ละ) เลยทำใจล่วงหน้าไว้แล้ว
รู้สึกดีที่เทอมนี้ทำได้เกรดได้ดี พร้อมกับความรู้ที่เพิ่มพูนขึ้นในตัวเองด้วย
ถึงแม้หลายคนบอกว่าเกรดเป็นเพียงแค่ตัวเลข ซึ่งความจริงมันก็จริงนั่นแหละ (เอ๊ะยังไง)
แต่เกรดสวย ๆ ก็เป็นรางวัลให้กับชีวิตกับความพากเพียรตลอด 1 เทอมที่ผ่านมา ที่มีความทุกข์เรื่องงานถาโถมตลอด
 
ตอนนี้รู้สึกหมดพลังการทำงาน (2 ค่ายที่ติดกัน)
เทอม 2 นี้จะพักการทำงานเหลืองานหลัก ๆ บางงาน ขอชาร์จไฟให้เต็มที่
 
เทอม 2 นี้ จะเป็น "ภาคเรียนแห่งการเรียนรู้"
ยินดีต้อนรับสู่ภาคเรียนที่ 2 Open-mouthed
 

ทำงานเหนื่อยเท่ากัน

คนเราทำงานด้วยใจ ยิ่งการทำงานเป็นหมู่คณะ หลายครั้งที่มีทั้งได้ดังใจและไม่ได้ดังใจ
 
 
ความจริงเรื่องนี้จบตั้งแต่เมื่อวาน แต่เห็นเมื่อใดก็หงุดหงิดเมื่อนั้น
 
คนเราภาระหน้าที่มีหลายสิ่ง คนเราในเมื่อ Fight อยากจะทำจนใจจะขาดแล้วได้ทำงาน
บางครั้งก็ควรที่จะเผื่อใจไว้บ้าง
 
คงจะรู้แล้วใช่ไหมว่ามันเป็นยังไง…กับความทรมานนั้น
เมื่อตอนเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ใครบ้างไหมที่รับรู้กับความทรมานของเราบ้าง?
 
แน่นอนว่า การที่เราจะขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ทั้ง ๆ ที่คนอื่นก็กำลังติดภาระของตนเองอยู่
ท่ามกลางวงประชุมที่กำลังเริ่มมีการถกเถียงกัน ก็เข้าใจผิดกันอีกว่ากำลังเวิ่นเว้อรออะไรสักอย่าง
 
ถ้าจะขอ ก็ขอกันดี ๆ พูดดี ๆ กันก็ได้ ไม่มีใครว่าหรอก
 
เงียบแล้วใครจะรู้กับคุณเล่า?
 
สุดท้ายก็โวยวายนู่นนี่นั่น บ่นว่าตัวเองเหนื่อย ตัวเองทำเยอะสุดแล้ว…
แล้วก็มาบ่นว่า คนอื่นไม่ร่วมมือ คนอื่นไม่ช่วย คนอื่นเห็นแก่ตัว
 
หลายสิ่งทีเห็นก็ไม่ใช่สิ่งที่มันเป็นเสมอไปหรอก…
 
บางครั้งการที่คิดว่าตัวเราเป็นคนทุ่มเทมากๆๆๆๆๆๆ แล้วมองว่าคนอื่นแย่ไปซะหมด
คนอื่นที่ "อุตส่าห์" (หรือเต็มใจ) มาช่วย พอเค้ารู้ก็คงเสียความรู้สึกไม่น้อย
 
ขอบคุณกับพ่องานที่ทุ่มเทให้กับงานนี้มาก เข้าใจว่าตั้งใจทำงานนี้มาก ๆ
แต่บางทีต้องจูนเข้าโลกของความจริงบ้าง
 
ปรับโลกทัศน์กันบ้างหน่อย ก่อนที่อะไรจะสายเกินไป
 
Note ไปค่ายอาสาพัฒนาการศึกษากันดีกว่า
 

เกิดมาพึ่งกัน

เกิด เป็นคนอย่าเห็นแก่ตนแหละดี
ถึงจะมี ร่ำรวย สุข สันต์
จน หรือมีไม่เป็นที่สำคัญ
แม้รักกันพึ่งพาอย่าไปตัดไมตรี
เกิดมาพึ่งกัน ผิวพรรณ ใช่แบ่งศักดิ์ศรี
วันนี้เราอยู่คิดดูให้ดี ถึงจะจนจะมี
อย่าไปสร้างเวรกรรม
ขืนทำชั่วไป อาจต้องใช้กรรมเวร

อย่างมงายโลภหลง เพราะคงจะเกิดลำเค็ญ
สร้างบุญพระท่านคงเห็น ร่มเย็นพ้นความกังวล
ถึงวิบัติขัดสน ผลบุญนำให้
ศีลธรรมมั่นใจไม่ต้องไปกังวล
ถึงจะมีจะจนจะเกิดกุศลดลใจ