ยินดีต้อนรับ…Science Camp 28th

เวลาผ่านไป…นับจากปี 2549
 
หนึ่งปี..สองปี…สามปี…
ปีนี้กำลังจะเป็นปีที่ 4 ที่ได้รู้จักกับค่าย Science Camp
 
เมื่เมื่อปี 2549 กับการเป็นน้องค่าย Science Camp
กับค่ายนี้ที่ทำให้ได้สิ่งต่างๆมากมาย
เพื่อนๆหลายๆคนที่มาอยู่คณะวิทย์รุ่นเดียวกับเรา..และรุ่นน้องเราก็มาจาก Scicamp
ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนชั้นปีที่แสนดี ขอบคุณมากที่ฝ่าฟันการทำงานมา 2 ปี  : แมน ปุ๋ย มินท์ (ขอโทษที่ทำแกงหกใส่หนังสือเคมีตอนวันปิดค่ายนะ อิอิ)
บุศรา.บิน (ไม่ค่อยเจอเลยแหะ) กระแต (เพื่อนเมเจอร์ซึ่งเป็นคู่หูทีมวิจัยเดียวกัน)
เพื่อนหลายๆคนใน ม.ช. ก็เจอหน้ากันใน Scicamp เช่น ตอง ขวัญ และอื่นๆอีกที่ไม่สามารถกล่าวได้หมด (เยอะเกิน ต้อง memory)
 
ค่าย Sience Camp เป็นค่ายที่ทำให้เรานึกเปลี่ยนใจจากเป้าหมายที่จะสอบ Admission ไปที่คณะวิทย์ จุฬา มาเรียนที่คณะวิทย์ ม.ช.
เพราะเป็นค่ายที่ทำให้รู้สึกว่าอบอุ่นมากจากพี่ๆ คณะที่เป็นพี่กลุ่ม พี่ฝ่าย พี่วิจัย
 
พอมาปี 2550 กำลังจะขึ้นปี 1 พอดี กับการเป็นพี่ค่ายเก่า
ค่ายนี้เรารู้สึกว่า หลายๆอย่างเปลี่ยนไป ตั้งแต่จำนวนวันที่ลดลงอย่างฮวบฮาบ
เหลือแค่ 6 วันเองมั้ง เพราะปีนี้มีปัญหาจากตอนปี 2549 ที่มีเรื่องกัน (ไม่)นิดนึง
กิจกรรมเหลือน้อยลง พี่คุมกฏไม่มีแล้ว…แต่หลายสิ่งหลายอย่างก็ยังมีอยู่บ้างพอให้ได้เห็นว่าเป็น Science Camp ฉบับเก่าๆ
 
ปี 2551 กับการเป็นพี่กลุ่ม
เรียกไม่ได้หรอกว่าเป็นพี่กลุ่ม เพราะว่ากับการทำ JSTP ทำให้เวลาในการทำ Scicamp ไม่ค่อยมีมาก
แล้วก็เป็นช่วงที่ต้องเตรียมนำเสนอโปรเจคแล้วด้วย..
กับปีนี้เป็นอะไรที่….แย่แบบบรรยายไม่ถูก
สิ่งต่าง ๆ หายไปหมด…จากคนคนเดียว..ที่เคยสร้างปัญหาให้หนักใจหลายๆอย่าง
จากเคยมีอะไรดีๆหลายอย่าง แล้วก็หายไป เคารพธงชาติก็ไม่มีแล้ว.. กลับหอเร็วได้อีก… กิจกรรมไม่ค่อยมีอะไรมาก
ไม่มีเปลี่ยนกลุ่มทุก 2 วัน เหมือนกับการจัดกิจกรรมขอให้ผ่านๆไปที คนๆนั้นก็มาราวีวุ่นวายกับอะไรหลายสิ่งอย่าง
น้องค่ายไม่สนิทกันเท่าไหร่ พี่กลุ่มกับพี่ค่ายเก่าก็แทบจะผิดกันอีก
เป็นค่ายที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยเข้ามา…ค่ายนี้ต้องเห็นใจพี่นกเพราะเหนื่อยมาก ไม่มีทีมทำงาน
เท่าที่วิเคราะห์…เป็นปัญหามาจากชมรมวิชาการที่ไม่มีคน จาก someone อีกนั่นแหละ
เป็นยุคมืดชมรมวิชาการเลยมั้งนะ….
 
ปี 2552 กับการเป็นรองประธานค่าย..
ด้วยความหวังอย่างล้นพ้น จากประธานค่าย เอม ที่มุ่งมั่น (อิอิ)
ปีนี้เราอยากจะมาเปลี่ยนค่ายให้กลับมามีชีวิตชีวาเหมือนเดิม
หลายๆสิ่งหลายๆอย่างที่ดี จะพยายามให้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง
ถึงแม้บางอย่างอาจจะกลับมาไม่ได้เพราะกระแสสังคมที่เปลี่ยนผ่าน และจากการทบทวนถึงจุดมุ่งหมาย เช่น บูม หรือพี่คุมกฏ
แต่อย่างน้อย Science Camp ก็มีหลายๆสิ่งหลายๆอย่างที่เคยเป็นเอกลักษณ์
สิ่งที่เราอยากจะทำกับค่ายปีนี้……
ปีนี้เราจะเริ่มเตรียมงานกันแต่เนิ่นๆ
ปีนี้เราจะให้มีเคารพธงชาติ เหมือนเดิม
ปีนี้เราจะให้มีเปลี่ยนกลุ่ม ทุกสองวัน
ปีนี้เราจะให้กลับดึกนิดนึง กับกิจกรรมวิชาการและอื่นๆ
ปีนี้เราจะย้ายสถานที่จัดกิจกรรมไปที่ SCB1
ปีนี้เราจะ….นู่นนี่มากมาย
และที่สำคัญที่สุด ปีนี้เราจะ…ทำค่ายด้วยใจ ไม่ให้เหมือนปีก่อนๆ
 
ภายใต้ข้อคำกัดมากมาย ก็จะไม่ย่อท้อ
กับชมรมที่เรารักและอยากอยู่ตั้งแต่ Science Camp
จะขอเป็นอีกแรงหนึ่งทำให้ดีที่สุด
 
สู้ๆๆๆ ยิ้ม
โฆษณา

เปลี่ยนแปลง และปล่อยวาง

ดอง blog ไว้นานพอดู
ไม่ใช่อะไรหรอก..ไม่มีเวลาง่ะ
 
ตอนแรกเคยคิดไว้ว่า ปีนี้คงจะเป็นปีที่ว่างเว้นจากภารกิจ
แต่หาใช่ใช่…กลับกลายเป็นปีที่งานเข้า
เสาร์อาทิตย์ไม่ได้หยุดพักเลย…เฮ้อ
 
 
เราอยู่บนกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลง….
สายน้ำไม่คอยท่า กาลเวลาไม่คอยใคร
สิ่งหลายๆอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา
 
ไม่ว่าจะเป็นใจคน จิตสำนึกต่องานส่วนรวม หรือเรื่องอื่นๆก็ตามแต่
 
หลายครั้งเราอยากจะทัดทานการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างที่ไม่ควรเปลี่ยนแปลง
มีกลอนของ ม.เสรี (ครูคณิตศาสตร์ในตำนาน)
บอกไว้ว่า
"ของเก่าดีมีค่าหรือล้าหลัง
ของใหมคลั่งหยั่งคิดหรือจิตหลง
เฝ้าครวญคร่ำพรำสลดหรือปลดปลง
ยากอยู่คงดำรงแก้หรือแย่นาน"
 
วันอาทิตย์ไปโรงเรียนมา (ไปสอนน้องกิฟเต็ดที่ รร)
อะไรก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว…สิ่งที่พวกเราเคยสร้างกันมา ฝ่าฟันมา
ปรากฎว่า กำลังจะถูกทำให้เลือนหายไป ด้วยกระแสของคนรุ่นใหม่แล้วหรือ?
 
กลับมาที่งานคณะ
หลายอย่างที่เห็นแล้วอยากเปลี่ยนแปลง
แต่ตอนนี้คงไม่ค่อยมีกำลังใจทำเท่าไหร่
ในเมื่อทำแล้วก็ไม่ค่อยมีใครจะไฟตืเท่าไหร่
เหมือนกับเราเป็นบ้าไฟต์อยู่คนเดียว
 
หมดกำลังใจ หมดไฟแล้ว
สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือ ปล่อยวาง
 
ทุกวันนี้ปล่อยวางหลายสิ่งหลายอย่าง
จุดมุ่งหมายของตัวเราคืออะไร?
 
หลังจากนี้จะขออยู่กับตัวเองมากขึ้นหน่อย…ได้ไหม
เหนื่อย สับสน ท้อแท้ วุ่นวาย
 
เตรียมตัวเข้าสู๋โหมดโปรเจคแล้วนะ….