Update my schedule

ก่อนอื่นต้องรายงานอาการเจ็บป่วยก่อน หุหุ

นอนซมมาตั้งแต่วันจันทร์ถึงพุธ พอวันพฤหัสบดีก็ไปหาหมอที่ห้องตรวจที่ รพ.สวนดอก
อ้อ…ปกติผมไปตรวจประจำอยู่แล้วตั้งแต่เทอม 2 ละครับ
อาการคือ เวลานอน พลิกตัว หรือตอนที่เพิ่งตื่นนอน จะปวดร้าวไปทั้งสะโพกเลย
เวลานั่งนานๆก็เป็นเหมือนกันครับ
ตอนแรกหมอวินิจฉัยว่า น่าจะมาจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

แต่เมื่อตรวจและรักษา + กายภาพบำบัดเรื่อยๆ (ประมาณสองสามเดือน)
ก็สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดมาจากกล้ามเนื้อบริเวณก้นกบ และรอบๆซึ่งอาการก็หายดีมาระยะใหญ่ๆ (เจ็บบ้างนิดหน่อย)

แล้วอาการก็มาโผล่ก่อนไป กทม

สาเหตุหนึ่งที่หมอวิเคราะห์…เนื่องจากก่อนวันที่เจ็บขา ไปหัดขับรถมา !
ขาข้างที่เจ็บคือขาข้างขวา ซึ่งสอดคล้องกับการขับรถที่ต้องใช้ขาขวาเหยียบคันเร่งและเบรก
ทำให้สันนิษฐานว่า กล้ามเนื้อบริเวณต้นขาอักเสบครับ

ซึ่งการแก้ปัญหาอยู่ที่ “การลดน้ำหนัก” นั่นเอง อิอิ 😛

ตอนนี้ก็กำลังรีดน้ำหนัก ขอกำลังใจด้วย ฮ่าๆๆๆ

ลำดับต่อมามา Update รายการตารางชีวิตก่อน หลังจากถูกความเจ็บป่วยบดบังจนไม่ได้ไป MWIT
แต่อย่างไรก็ดีเราก็ได้ update ตารางเวลาใหม่แล้ว อิอิ

เริ่มจาก 29 April – 1 May 2009 : JSTP 12/1
ลองโทรไปขอพี่นัทดู พี่นัทก็บอกว่าถ้าจะไปก็ไปเลย (ทำงานแลกข้าว 555)
ดังนั้นก็คงจะไปเลย 555 เพื่อนๆพี่ๆน้องๆรุ่น 10 ใครว่างไปด้วยกันเน้อ ^^
น่าจะออกเดินทางวันที่ 28 เย็นๆ โดยรถไฟกับน้องฮันนี่ที่ติดรุ่น 12 อีกรอบนึงครับ

2 May 2009 : ประชุม กวส. (ตามที่เล่าไว้)

3 May 2009 : ไปเยี่ยมคุณย่าที่บ้านที่คุณย่าพักอยู่ครับ
(เจอหน้าคุณย่าครั้งสุดท้ายก็ตอน JSTP ค่าย 3 ปีที่แล้วนั่นแหละ = =”)

4 May 2009 : เวิ่นเว้อสักวัน ไปเที่ยวสักเล็กน้อยที่ กทม อิอิ

5 May 2009 : เดินทางกลับเชียงใหม่ด้วยไฟลท์ตอนเช้า 09.05 น. ครับ

งานที่ยังคั่งค้าง ก็มีโปรเจค (หอบไปทำที่ กทม ด้วย)
และงานสมุดที่ยังต้องติดตามหา Sponser เพิ่มเติมอีกหน่อย

งวดนี้ขอให้อย่าพลาดแบบคราวที่แล้วอีกนะ สาธุๆๆๆ burn_joss_stick

โฆษณา

เมื่อ Trip to BKK ล่มสลาย….

วันเสาร์ที่ 18 เมษายน
ที่คณะมีงานดำหัวโครงการพิเศษ ข้าพเจ้าก็ไปดำหัวตามที่ตั้งใจไว้
แต่ก็มีลางบอกเหตุบางอย่าง นั่นคือ ขาขวาของข้าพเจ้าที่จู่ๆก็เจ็บๆขึ้นมา
ทำให้เดินอย่างกระเผลกๆ
ซึ่งก็แปลกใจอยู่ว่า จู่ๆทำไมถึงเจ็บขากระทันหันแฮะ

เมื่อกลับมาบ้าน อาการก็เจ็บขึ้นมาอีก เดินแทบไม่ได้เลย
แต่ก็ใจแข็งจะไปอีก

วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน
ตื่นเช้ามา เกิดความรู้สึกว่าท่าจะไม่ค่อยไหวแล้ว ไปหาหมอก่อนดีกว่า
เนื่องจากวันนี้เป็นวันอาทิตย์ ที่ไหนๆเลยปิด เลยไปหาหมอที่คลีนิค
จากการซักไซร้ไล่เลียงประวัติต่างๆการรักษา ทำให้พบกว่า
ที่ข้าพเจ้าเจ็บขานั้นเกิดจาก
”หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทกำเริบ”
(ก่อนหน้านี้มีอาการเจ็บแถวสะโพก เวลานอนหรือพลิกตัว หรือเวลาตื่นนอนใหม่ๆ
หมอวินิจฉัยตอนแรกว่าหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ตอนหลังอาการดีขึ้นเลยเป็นอาการอื่นแทน)

นั่นทำให้ข้าพเจ้าต้องยกเลิก Trip ที่ไป กทม ทั้งหมด อย่างไม่มีกำหนด นั่นเอง 😥
แล้วก็ต้อง นอนพักเป็นเวลาอย่างน้อยสองวัน (ตอนนี้วันที่สามแล้ว)
[ตอนพิมพ์ blog นี้นอนพิมพ์น่ะ ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด อิอิ]

อนุมานว่าถ้าอาการค่อยยังชั่วแล้ว อยากไป กทม สัปดาห์หน้าจัง :O

แต่ตอนนี้ต้องรอไปหาหมอวันพฤหัสบดี ที่โรงพยาบาล (เป็นห้องตรวจที่หมอที่รักษาประจำเปิด พฤหัส กับศุกร์)
แล้วก็ต้องไปกายภาพบำบัดต่อ

เฮ่ออออ ชีวิตหนอออออ

อดไป MWIT, อ่าวมะนาว บลาๆเลย T_T

ดารา

IMG_0882ดาว 
Credit picture : Kim

ดารา (Star) – มะเดียว พิช
Dara (Star) – Madeaw Pchy

งามโอ้งามดั่งจันทรา งามโอ้งามดั่งดารา
ดาวก็ลอยส่องฟ้าดูสวยงาม
มองจนใจหลุดลอยไป ขึ้นไปข้างบนกับลมหนาว
มองหมู่ดาวจนมองไม่เห็นใคร…โอย

มีดาวบนฟ้าตั้งมากตั้งมายเป็นล้านดวง
ชั้นมองตรงนี้ทุกครั้งที่ฟ้าค่อยมืดลงไป
จนมีแสงระยิบระยับประดับประดาบนฟ้าไกล
แต่บางทีก็นึกหวั่นไหวว่าแสงรำไรจะลวงตา

โอไกล โอ้ไกล อยู่ตรงไหนไม่รู้หรอก
โอ้ใจ ใครจะรู้ว่าจริงหลอก
โอ้ใคร โอ้ใคร ใครที่รู้มาช่วยบอก
ว่าที่เห็นนั้นจริงหรือหลอกตา
ที่บนฟ้านั้นหรือ คือปลายทาง
ที่งามโอ้งามโอ้จันทรา งามโอ้งามดั่งดารา
ดาวเดือนลอยส่องฟ้าดูสวยงาม

มองจนใจหลุดลอยไป ขึ้นไปข้างบนกับลมหนาว
มองดูดาวอยู่ยามสงสัยว่าดาวบนฟ้าไกล นั้นมีจริงหรือเปล่า

โอไกล โอ้ไกล อยู่ตรงไหนไม่รู้หรอก
โอ้ใจ ใครจะรู้ว่าจริงหลอก
โอ้ใคร โอ้ใคร ใครที่รู้มาช่วยบอก
ว่าที่เห็นนั้นจริงหรือหลอกตา
ที่บนฟ้านั้นหรือคือปลายทาง
ที่ดาวเดือนจะเลือนลา เดือนดาราจะลาเลือน
ราวจะเตือนให้เราได้ลืมตา

มองสิมองดูดาวโรย ที่โปรยร่วงราวจากเวหา
จนเวลาผ่านไป เคยจำได้ไหมว่าบนฟ้าไกล นั้นเคยมีดารา…ดารา

note… ชอบเพลงนี้ตรงที่ทำนองและดนตรีครับ
ฟังแล้วรู้สึกชอบเพลงนี้ยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก

เนื้อเพลง…เหมือนกับว่าเรามีเป้าหมายอะไรสักอย่างบนฟ้า
แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่รู้อยู่ดีว่าเป้าหมายที่เราเฝ้ามองนั้นคือของจริงรึเปล่า?

เฮ่อออออออ…..

SnC April Work

ถึงแม้เดือนเมษายนของหลายๆคนจะเป็นเดือนแห่งการพักผ่อน
แต่สำหรับเดือนเมษายนของข้าพเจ้านั้นหาใช่ไม่

ขอนับกำหนดการตั้งแต่หลังสงกรานต์เป็นต้นไปดีกว่าว่างานมีอะไรให้ทำบ้าง…

1. งานทำสมุดคณะ
เป็นประจำทุกปีที่ชั้นปีเรานั้นต้องทำสมุดคณะเพื่อขาย หาเงินเข้าคณะ แล้วงานก็ตกถึงเราได้ตามวาระ สิ่งที่ต้องทำคือออกแบบสมุด (ทำเสร็จแล้ว) และงานที่สำคัญที่สุดคือหาสปอนเซอร์ (งานใหญ่) ซึ่งหาได้บางส่วนแล้ว และยังต้องหาเพิ่มเติมอีกจำนวนมาก เพราะฉะนั้นงานเข้าแล้ว (เบื่อที่สุดคือการหาเงินเนี่ย เฮ้อออ)

ทุกอย่างตอนนี้เรียบร้อย เหลือแต่รอร้านค้าตอบรับ และต้องไปหาเพิ่ม น่าจะฝากคนอื่นได้
งานนี้น่าจะเสร็จทันกำหนดคือกลางเดือนพฤษภาคม

2. งาน Summer Project
เป็นปกติสุขของนักเรียนทุน พสวท.ที่จะต้องผลิตงานวิจัยภาคฤดูร้อนเมื่อขึ้นปี 3
ซึ่งจะทำเรื่องอะไร สาขาอะไรก็ได้
เพื่อเป็นการลองเปลี่ยนแนวความจำเจบ้าง งวดนี้เลยขอทำโปรเจคทางคอมพิวเตอร์ซึ่งเอาไปประยุกต์กับชีววิทยาด้วย
นั่นคือโปรเจคเรื่อง “การวิเคราะห์และจำแนกเสียงร้องตามพฤติกรรมของนกปรอดหัวโขน”

โครงหลักๆของโปรเจคนี้ จะทำการเก็บข้อมูลเสียงนก แลัวให้คอมพิวเตอร์รู้จำโดยกระบวนการภายในของมัน แล้วแสดงผลออกมา ซึ่งสำหรับการแยกเสียงนกว่าเสียงอย่างนี้ นกร้องบอกอะไรนั้น มีคนศึกษาแล้วส่วนหนึ่ง (จากภาควิชาชีววิทยา) ซึ่ง process หลักๆของโปรเจคนี้จะอยู่ที่การศึกษา pattern ต่าง ๆ เช่น pattern ของเสียงนก โดยใช้การรู้จำของคอมพิวเตอร์ด้วย HTK (Hidden Marcov Toolkit ประมาณนี้) ถ้าโปรเจคมีเวลาพอก็จะทำการวิเคราห์เพิ่มเติม (น่าจะหาสมการการร้องของเสียงนก หาความสัมพันธ์ด้วย) แล้วก็ถ้ามีเวลา (อีก) ก็ทำเป็น VDO ให้บุคคลทั่วไปที่สนใจได้ศึกษาดู ตอนนี้ยังเพิ่งศึกษาความรู้พื้นฐานอยู่ กำลังจะเริ่มทำแล้วหลังสงกรานต์นี้…ซึ่งโปรเจคนี้ได้อาจารย์ที่ปรึกษาจากภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์และภาควิชาชีววิทยา (เป็นหัวหน้าภาควิชาทั้งสองภาคด้วย อิอิ)

โปรเจคนี้ต้องทำให้ดีที่สุด อิอิ

3. Summer Program
กิจกรรมช่วงนี้เป็นการไปค่ายพร้อมๆกับไปเที่ยว ตามกำหนดการต่อไปนี้

20 – 24 April 2009  ค่ายส่งเสริมและพัฒนาอัจฉริยภาพ ค่าย 6 รุ่น 2
เป็นค่ายที่อยากไปมากเลยเพราะไปที่ “โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์” วิ้วๆ จะได้ไปดูว่าที่นู่นเค้าเป็นยังไงบ้าง (อยากไปนานแล้ว เป็นโรงเรียนในฝันเลยครับ) และก็จะได้พาน้อง ๆ ค่ายอัจฉริยภาพไปนำเสนอผลงาน และไปทัศนศึกษาที่อ่าวมะนาวด้วย (อีกแล้ววว เหมือนปีที่แล้วเลย)

25 – 28 April 2009 เวิ่นเว้อ @ BKK
เนื่องจากปีนี้ยังไม่ได้ไปเที่ยว กทม จริงๆจังๆ เลยขอเวิ่นเว้อหน่อยก็แล้วกัน สถานที่ที่อยากไปคงเป็นศูนย์หนังสือจุฬา และหลายๆที่ เนื่องจากว่างเกินไปเลยเห็นว่าควรมีการทำอะไรที่เป็นวิชาการบ้าง เลยคุยกับพี่โน๊ต (พี่หมีน้อยตาดำๆ) ว่าอยากไปนั่ง sit in ในคอร์สปรับพื้นฐาน ป.โท ภาควิชาคณิตศาสตร์เล่นๆ ดูวันที่ 27 – 28 เมษาดู ซึ่งเป็นการปรับพื้นฐานเกี่ยวกับ Analysis (ที่กำลังจะเจอกันในเทอมหน้า) ก็น่าสนุกดีนะครับ

29 April – 1 May 2009 JSTP 12/1 (if exists)
เดี๋ยว events นี้ต้องถามพี่นัทดูก่อนว่าจะไปได้ไหม เนื่องจากใกล้ๆช่วงที่เข้ากรุงพอดี เลยน่าจะได้อยู่ต่อดูบรรยากาศเก่าๆ ไปเจอเพื่อนเก่าๆ ไปเจอน้องๆ jstp10 ที่รีเทิร์นไปรุ่น 12 ด้วย (ถ้ามี) กำหนดการส่วนนี้คงต้องลองถามพี่นัทหลังสงกรานต์ก่อน

2 May 2009 ประชุม กวส.ที่จุฬา
เนื่องจากพี่วัน นายกสโม ชวนไปประชุม กรรมการวิทยาศาสตร์สัมพันธ์ ด้วย ประกอบกับอยู่ กทม ช่วงนี้พอดี ก็เลย OK ไปก็ดีเหมือนกัน เผื่อจะได้ติดรถกลับมาด้วย ^^

Events เดือนเมษายุ่งๆ เหมือนกัน เรามาดูล่วงหน้าเดือน พฤษภากัน

13 May 2009 ค่ายวิทยาศาสตร์องค์รวมโครงการพิเศษ
ค่ายนี้เป็นปีแก่แล้ว แต่ก็ยังอยากไปเพราะจะได้เจอน้องใหม่ของโครงการพิเศษ และไปช่วยน้องๆ เพื่อน ๆ ทำค่ายด้วย แต่อย่างไรก็ดีค่ายนี้คงตามขึ้นไปเพราะ…

14 May 2009 สัมภาษณ์ Admission
เนื่องจากต้องขายของ 5555 ระบายสมุดคณะปีที่แล้วใน stock ให้หมด ดังนั้นเลยต้องมาขายด้วยตนเอง และจะได้ดูน้องด้วยว่าทำงานกันอย่างไรบ้าง เลยอยู่ก่อน แล้วค่อยขึ้นค่ายองค์รวมต่อไป แต่อย่างไรก็ดี ค่ายองค์รวมครั้งนี้คงไม่ได้อยู่จนสุดค่าย เพราะมี…

22 May 2009 พิธีถอดเนคไทและมอบสัญลักษณ์คณะวิทยาศาสตร์ รหัส 51
เนื่องจากเป็นพี่ชั้นปี เลยต้องจัดพิธีนี้ขึ้น เนื่องจากเป็นผู้รับผิดชอบงานนี้โดยตรง ดังนั้นจึงต้องกลับจากค่ายก่อนเพื่อเตรียมงานนี้ น้องๆ รหัส 51 เป็นรุ่นที่ 45 ชื่อรุ่นว่า Rhodium งานนี้หลายคนบอกว่าเป็นวันที่พี่ให้รุ่นน้อง แต่ทัศนคติของเราแล้ว คำว่ารุ่นคือการที่รุ่นตัวเองรวมกันได้เอง ไม่ต้องมีใครมารวมให้ วันนี้เลยเป็นเหมือนวันที่พี่จะบอกน้องว่าสรุปแล้วรุ่นน้องชื่อรุ่นว่าอะไร….และมอบสัญลักษณ์ของรุ่นให้แก่น้องด้วย….. หลังจากนี้ก็จะเป็นกิจกรรมรับน้องซึ่งปีนี้ไม่ต้องทำอะไรมาก แล้วก็เปิดภาคเรียนต่อไป

กิจกรรมดูเยอะจังเลยแฮะ แต่ไม่เป็นไร เพราะเป็นปิดเทอม ไม่งั้นก็ว่างๆเวิ่นๆ

งานจึงเยอะด้วยประการละเช่นนี้แล…..

คงต้องบอกตัวเองว่า….สู้ต่อไป  อิอิ big_smile

1 ปีกับ JSTP ที่ผ่านพ้นไป

นั่งนับเวลา ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก
ครบรอบหนึ่งปีพอดี นับตั้งแต่วันที่รายงานฉบับสมบูรณ์ถูกส่งไป
ถือว่าเป็นการสิ้นสุดโครงงาน JSTP รุ่น 10 ม.ปลาย/ป.ตรีแล้ว (วันที่ส่งไปจำไม่ได้ เอาเป็นว่าราวๆนี้แหละ)

blog นี้ขอประมวลว่า หนึ่งปีหลังจากผ่านโครงการนี้ไปแล้วเราได้อะไรกับเค้าบ้าง

1.  แนวคิดการทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์ : ก่อนเข้าร่วมโครงการไม่เคยเห็นวิธี แนวทางการวิจัยมาก่อน โครงงานวิทยาศาสตร์หรอ ก็ไม่เคยโดดเด่นเท่าไหร่ ทำเพื่อให้ส่ง ม.บุญตันจีน ผ่าน ๆ ไปงั้น ๆ หรือไม่ก็ให้เสร็จๆไป แต่พอเข้าโครงการ JSTP ทำให้เปิดโลกกว้างกับการวิจัยขึ้นมากๆ แต่ก่อนคิดว่าอีกหน่อยจะเป็นอาจารย์สอนอย่างเดียว วิจัยทำยังไงหว่า? แต่ก็เห็นสักทีว่าวิจัยเค้าทำกันอย่างไร
2. ความรอบคอบ ความละเอียด : นับว่าเป็นโชคอันดีที่มีนักวิทยาศาสตร์พี่เลี้ยง (Mentor) เป็นอาจารย์ที่ละเอียดมาก และรอบคอบกับการทำงาน (ซึ่งตอนทำโครงงานข้าพเจ้าโดน อ.ดุเอาบ่อย ๆ ) การทำงานโครงงานที่ผ่านมาจึงหล่อหลอมให้ทำงานละเอียดและเป๊ะขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพวกรายงานที่ส่งอาจารย์ แบบฝึกหัด การบ้าน และก็ลามไปถึงงานคณะที่ทำ ให้โดนเค้าด่าตลอดว่า “แกนี่เป๊ะเว่อร์จริงๆ” ยอมรับว่าความเป๊ะเว่อร์ส่วนหนึ่งนี้มาจาก JSTP ด้วยแหละครับ แล้วก็ยังทำให้เห็นคุณค่ากับการทำงานด้วย ก่อนหน้านี้หลายงานทำๆเพื่อให้ผ่านๆไป (อาทิ NSC ในสมัยก่อนๆ) แต่พอ JSTP นี่ งานนี้ขอให้ดีสุดๆไปเลย งานเลยออกมาในระดับที่ (เกือบ)น่าพอใจ (มันไม่ค่อยน่าพอใจตรงที่สันดาน เอ๊ยนิสัยขี้เกียจมันผุดเป็นระยะน่ะสิ)
3. ความรู้ใหม่ที่ได้ : ตอนทำโปรเจคไม่มีความรู้อะไรเลย โดยเฉพาะสมการคอนกรูเอนซ์เนี่ย ไม่รู้แป๊ะอะไรเลย แต่พอทำโครงงานนี้ ทำให้ได้คิดได้ค้นคว้า และสร้างทฤษฎีเกี่ยวกับสมการคอนกรูเอนซ์ได้บ้างเล็กน้อย (พวก จำนวนคำตอบ บลาๆ) ถึงแม้อาจมีคนเคยทำแล้ว แต่ก็ภูมิใจที่ได้คิดอยู่ดีล่ะนะ
4. ความรับผิดชอบ : จากเดิมที่อิหลุ่ยขุ่ยแขะ เนื่องจากนัดกับอาจารย์ทุกวันพุธ ทำให้เกิดความรับผิดชอบในการทำงานขึ้นเยอะเลย
5. แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ที่เพิ่มขึ้น : มีเป้าหมายการทำงานมากขึ้น (ดูโปรเจคคนอื่นเค้าหรูหรากัน อาทิ ของน้องภาณุ น้องตั๊ม หรือพี่ฟลุค) ทำให้อยากพัฒนาโปรเจคในการทำงานอื่น ๆ ให้ดูหรูขึ้นด้วย
6. skill ในการทำโปรเจคหรืองานรายงาน : skill ถูกอัพเกรดจนมาตรฐานสูงมากๆ ทำให้งานที่กำลังจะต้องทำ (เช่น สัมมนาคณิต กระบวนวิชา 206390 และค้นคว้าอิสระ 206499 งานต้องออกมาให้ดีที่สุด ถ้าเป็นไปได้ลง paper เลย)
7. พัฒนาความสามารถในการค้นหา paper : จากโปรเจคนี้ ทำให้ได้หา paper ที่เกี่ยวข้องกับโปรเจค (อันนี้นอกเหนือจากแนวทางของ mentor) ซึ่งแม้แต่ อ.ก็ยังหา paper เหล่านั้นไม่เจอ แต่เราหาเจอ อิอิ เป็นการพัฒนาทักษะการใช้ google ด้วย
8. เปิดหูเปิดตาดูชาวบ้านชาวช่อง : ดูว่าคนอื่น ๆ เขาทำอะไรกันบ้าง เห็นคนเก่งๆ เทพๆ (อาทิสาขาคณิตก็เด็กมหิดลวิทยานุสรณ์ไปซะ 6 คนแล้ว) ทำให้มีแรงฮึดอยากทำอะไรดีๆ บ้าง

ของแถม : เงินทุนสนับสนุนโครงงาน…สาขาคณิตไม่ค่อยใช้อะไรเท่าไหร่ ตีเอาซะว่าเป็นค่า textbook ที่ถ่ายเอกสาร ค่ารายงาน ค่าโปสเตอร์ แต่อย่างไรก็ดีเรื่องนี้ไม่ได้สนใจเท่าไหร่อยู่แล้ว (ถึงจะไม่ได้ตังก็จะทำอยู่นะ)

ของแถมที่มีคุณค่ามากๆ : มิตรภาพใหม่ ๆ…. จาก JSTP ก็ได้เจอกับเพื่อนใหม่ๆ และก็มีเพื่อนสนิทๆจาก JSTP หลายๆคน อาจด้วยอารมณ์ที่มีอะไรๆเหมือนๆกัน (นั่นคือความบ้าที่พอๆ กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความติ๊ตส์ของคุณชัยณรงค์ ฮาาาาา) ทำให้คุยกันสนิทได้ และขอบคุณสำหรับ Mr.X ที่ทำให้ JSTP 10 มีสีสันและสนิทกันในรุ่นด้วย

ได้อะไรหลายอย่างจากโครงการนี้มากมาย ขอบคุณจริงๆ กับ JSTP
สำหรับ JSTP ถ้ามีอะไรให้ทำก็พร้อมเสมอนะ ถึงแม้จะไม่ได้ระยะยาวกับเค้าก็ตาม

 

note 1 : คิดถึง JSTP เลยเขียน blog นี้ครับ
note 2 : รัก JSTP นะครับน้า ^^
note 3 : อยากไปค่าย 12/1 จังเล้ยยย อยากไปย้อนอดีต และที่สำคัญ อยากไปบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธรง่ะ (พี่นัท ไปค่ายด้วยได้ม้ายยยยยย)

DPST Camp

ได้ไปเข้ากับเค้าสักทีสำหรับค่าย พสวท.
หลังจากที่เป็น พสวท. ทดแทนตำแหน่งที่ขาดหายไปในปีนี้

ปีนี้ค่าย พสวท. เค้าไปจัดกันที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ซึ่งหลาย ๆ คนหวาดกลัวกับระเบิดตู้มต้าม…..
เล่ากันเลยดีกว่าว่าไปทำอะไรมาบ้างง

23 มีนาคม 2552
ออกเดินทางไปสถานีรถไฟตอนห้าโมงกว่า ๆ นั่งเพลิน ๆ เวิ่นเว้อ
จั่วไพ่กันอย่างสนุกสนานกัน หลังจากนั้น อ.ศตวรรษ (อ.ที่คุมไป) ก็หางานมาเข้าพวกเรา
นอกจากนี้ยังเปิดวงเม้าท์กับ อ.มรกต (อ.ที่คุมไปอีกคน) อีกด้วย เป็นที่สนุกสนานแล้วก็หลับไป ZzzZzz

24 มีนาคม 2552
ตื่นเช้า(ตรู่) มาก เพราะเดินทางถึงสถานีรถไฟดอนเมืองประมาณหกโมงเช้า
หลังจากนั้นเราก็ย้ายตัวเองเดินทางสู่ ท่าอากาศยานดอนเมือง
จากการย้ายตัวเองทำให้พบว่า อากาศแห่งกรุงเทพมหานคร ร้อนหาบิดามารดาและพระเจ้าเหา = =

หลังจากนั้นเราก็รอเครื่องบินจากสายการบิน หนึ่ง…สอง….ไป…ตอนเที่ยง
แต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น…เพราะว่าเมื่อเราถอดแถดตูดไปนั่งบนเครื่องบิน และเครื่องบินกำลังจะขับออกจากท่า
เครื่องบินก็กลับไปเทียบท่า แล้วบอกว่า เครื่องบินมีปัญหา ต้องเปลี่ยนลำ…
งานเข้าเลย…เครื่องก็ Delay ออกไปประมาณเกือบชั่วโมง
และแล้วเราก็เดินทางไปถึงหาดใหญ่ประมาณบ่ายสองโมง

พอไปถึงก็มีพี่ ๆ พสวท.ที่ ม.อ. มาต้อนรับเรา
กลับไปถึงที่หอพัก (ดูที่นู่นหอเขาดีกว่าที่ ม.ช. เราเยอะ) ก็เปลี่ยนเสื้อผ้า
และจากการถึง ม.อ. ทำให้ทราบว่า อากาศที่นู่นดีกว่า กทม. บ้าง (แต่ร้อนสาดเลย)
ตกกลางคืนเราก็ไปร่วมสันทนาการกับเพื่อนๆศูนย์อื่น ๆ แล้วก็ทำให้รู้อีกว่า
สันทนาการของเราถือว่าชิวไปเลย (เพลงของที่นู่น สุดยอดจริงๆ = =”)

25 มีนาคม 2552
บรรยากาศสบายๆ กับการตื่นเช้า

DSCF0608 DSCF0613

และพบกับพิธีเปิด มีการบรรยายเกี่ยวกับปรัชญาวิทยาศาสตร์ (คุ้นๆเหมือนเคยได้ยินลุงหมัยพูดบ่อยๆ )
ฟังไปก็สนุกดี ได้รู้แก่นของวิทยาศาสตร์ในหลายๆเรื่อง
เสร็จแล้วตอนบ่ายก็แยกไปทำกิจกรรมกลุ่มกัน
กลุ่มเราทำเกี่ยวกับ Mathematical Modeling ซึ่งพอได้ทำจริงๆ
ก็เกิดข้อสงสัยว่า กิจกรรมที่ได้ทำมันเกี่ยวกับคณิตยังไงหว่า = =”

ช่างมัน ไม่สนใจ ทำกิจกรรมไป เตรียมนำเสนอผลงาน
ตอนเย็นเป็นสันทนาการ วันนี้มียิงเรือ ปรากฎว่าเรือเราชนะ เพราะชื่อเรือ “ฮีเหลีย เฮียหลี”
เรืออื่นจะยิงเรือเราก็ไม่รอดแล้ววว ฮ่าๆๆๆ

26 มีนาคม 2552
วันนี้อารมณ์เวิ่นเว้อนิดหน่อย วันนี้มีการนำเสนอผลงานจากกลุ่มต่างๆ
ซึ่งกลุ่มของพวกเราก็โดนระเบิดลงบ้างเล็กๆน้อยๆ (โดยเฉพาะ อ.ศตวรรษ ที่สร้างความน่าสะพรึงกลัวกับศูนย์อื่นๆ)

วันนี้มีจับพี่รหัสน้องรหัสกัน เนื่องจากเราก็เพิ่งเข้าใหม่ ก็เลยเปิดสายใหม่เลยทีเดียว
ขอแสดงความเสียกับน้องรหัสด้วย (น้องส้ม @ Chula) เพราะว่าพลาดแล้ว ฮ่าๆ (ม่ายช่ายๆ ล้อเล่นๆ)
ตอนเย็นวันนี้ว่าง ๆ เลยพักผ่อนหย่อนใจริมอ่างน้ำที่ ม.อ.

DSCF0656 DSCF0647

27 มีนาคม 2552
ไปเที่ยวกัน…เย้
แต่วันนี้ใส่เสื้อแล้วอึดอัดสุด ๆ (เสื้อมันคับอะ)
วันนี้ไปทัศนศึกษากันที่สงขลา เริ่มต้นตอนเช้าเราขึ้นไปที่เขาคอหงส์ หลัง ม.อ. ไปนมัสการพระด้านบนก่อน…
ดอยสูงแค่นี้ชิว ๆ (มั้ง แฮ่กๆๆ)

DSCF0687 DSCF0693

จากนั้นเราก็ตะลุยกันที่สงขลาอควาเรี่ยม ยอดดอยอะไรสักอย่าง แล้วก็สถาบันทักษิณคดีศึกษา

DSCF0718 DSCF0726 DSCF0797 DSCF0817

(เราก็ข้ามผ่านสะพานติณสูลานนท์กันด้วย กับตำนานกลั้นหายใจตอนข้ามสะพาน = =)

แล้วก็ถึง ทะเล้…ทะเล เล่นน้ำทะเลกัน ก่อนเล่นก็ไปถ่ายรูปกับนางเงือกกันก่อน
DSCF0826 DSCF0830

จากนั้นจึงกลับไปสลบอยู่ที่หอพัก…ไม่สิ เตรียมกิจกรรมประทับใจให้น้องวันต่อไปต่างหาก
วันนี้ได้คุยกับเพื่อนๆ ม.ข. (โก้ กุ๊กกิ๊ก), ม.อ. (แชมป์) ด้วย ทำให้รู้ว่า…ที่อื่นก็มีปัญหาคล้ายๆกับคณะของเราเป๊ะเลย
ก็คงต้องคุยต้องแก้และแลกเปลี่ยนเพื่อปรับปรุงกันต่อไป

28 มีนาคม 2552
กิจกรรมวันนี้เป็นการแยกไปทำกิจกรรมตามสาย
กลุ่มของเราก็ได้ไปศึกษานกน้ำคูขุด และไปเที่ยววัดพะโคะ (วัดของหลวงปู่ทวดที่มีตำนานถึงการเหยียบน้ำทะเลจืดของท่าน) เป็นโอกาสดีมากสำหรับสายนี้ที่ได้นั่งเรือดูนกน้ำในทะเลสาบสงขลา

DSCF0857 DSCF0863

ที่เซ็งอย่างนึงคือ วันนี้ลืมเอาชาร์จถ่านกล้องถ่ายรูปครับ…
งานเข้าเลย…แบตกล้องถ่ายรูปก็เลยหมดไป T_T

เสร็จทุกอย่างก็ไปงานเลี้ยงปิดค่ายที่โรงแรมเจ.บี สงขลา
หลังจากนั้นก็กลับ ม.อ. ไปทำกิจกรรมประทับใจกัน…

หน้าที่ของเราคือ…Timer ของกิจกรรม (คุ้นๆมั๊ย งานเดิมๆอีกแล้ว T_T)
กว่าจะได้หลับคืนนี้ก็ตีสอง ห้าววว

29 มีนาคม 2552
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของค่ายนี้แล้ว กิจกรรมช่วงเช้าเป็นการเสวนาวิทยาศาสตร์
หัวข้อ ทำไมนักวิทยาศาสตร์จึงไม่ใช่อาชีพยอดนิยม (ประมาณนี้มั้ง)
วิทยากรมีสามท่าน ที่คุ้นเคยที่สุดคือ รศ.ดร.ไพศาล นาคมหาชลาสินธุ์
อาจารย์แห่ง JSTP นี่เอง O_O

DSCF0874 DSCF0876

ตอนบ่ายเป็นการนำเสนอผลงานที่ไปมาวันที่ 28 (แต่ไม่โหดเท่าครั้งแรก)
แล้วก็เป็นพิธีปิดค่ายนี้อย่างงดงาม

ตอนเย็นทำอะไรหรือ…ส่งเพื่อนศูนย์อื่นที่สถานีรถไฟ..แล้วไปกินนมกันที่หน้า ม.อ.กับเพื่อนๆพี่ๆ คณะเมย์เม่ย์ทัวร์

DSCF0912 DSCF0904 DSCF0928 DSCF0896

(รูปท้ายสุดคือรูปกับน้องรหัส พสวท.ของข้าพเจ้าเอง ฮี่ๆๆ)

30 มีนาคม 2552
ค่ายจบ แต่เรายังไม่จบ เพราะเวิ่นเว้อที่หาดใหญ่ 1 วัน
อาจารย์เลยพาพวกเราไปเที่ยวกันที่ จ.ตรัง

กิจกรรมวันนี้ไปดำน้ำดูปะการังกัน 4 เกาะ ตั้งแต่ที่ถ้ำมรกต เกาะกระดาน เกาะเชือก เกาะแป๊ะอะไรไม่รู้อีกจำไม่ได้
เป็นทริปที่สนุกสนาน น่าประทับใจ และคุ้มค่าจริงๆ
กลับมาก็สลบเหมือด แล้วก็เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า

DSCF0941 DSCF0947 DSCF0976 DSCF0987

31 มีนาคม 2552
กลับเชียงใหม่สักที….ออกเดินทางแปดโมงเช้า ออกจากสนามบินหาดใหญ่ไปสนามบินสุวรรณภูมิเก้าโมง ถึงนู่นก็สิบเอ็ดโมง ไปถึงที่นู่นเราก็จรลีรีบเดินทางไปยัง “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ” ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์กัน วันนี้นัดกับเพื่อนๆ JSTP กันหลายคนเลย แล้วก็เหมาหนังสือมา (งวดนี้น้อยแหะ)

DSCF0990 DSCF1000

หลังจากนั้นเราก็นั่งรถไฟกลับเชียงใหม่ แต่รถไฟออกช้าจริงๆ สมกับการพัฒนาของการรถไฟไทย (กำหนดออก ทุ่มสามสิบห้า แต่รถไฟออกสองทุ่มสี่สิบ เฮ่อ ๆ = =” จอดตามสถานีอีก) ถึงเชียงใหม่ 1 เมษายน เที่ยงวันพอดีเป๊ะ (กำหนดเวลาถึงจริงๆ เก้าโมงสี่สิบห้า….สาดดดดด)

ก็หมดไปอีกหนึ่งกิจกรรมภาคฤดูร้อน
กับครอบครัว พสวท. ถึงแม้จะเพิ่งร่วมเป็นสมาชิกไปไม่นาน
แต่สำหรับค่ายครั้งนี้ก็จะจดจำความทรงจำดีๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ๆ พี่ ๆ ศูนย์อื่น และศูนย์ ม.ช.เองด้วย ไว้ตลอดไป ^^

สู้ต่อไป SnC