เตรียมตัวเก็บกระเป๋าตอนที่ 4 : TOEFL ครั้งแรก

หลังจากตอนที่ 1-3 เป็นตอนที่ได้มาซึ่งทุนแล้ว เราก็ถึงเวลาที่ต้องพัฒนาศักยภาพของตัวเองสักที…

หลังจากที่รู้ผลสัมภาษณ์แล้ว สองเดือนแรกก็ยังไม่ได้อะไรมาก

มีแค่ลงเรียนภาษาอังกฤษของ baptist ตามปกติ กับเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นซะที (วางแผนไว้ว่าน่าจะรู้ภาษาญี่ปุ่นสักนิดก่อนไป conference เดือนกันยานี้)

จนกระทั่งได้เวลากลางเดือนพฤษภาคม ก็ตัดสินใจว่าควรเริ่มลุย TOEFL สักที

จริงๆ ตามเป้าหมายที่อยากไปคือที่ญี่ปุ่น..แต่ยังไงก็ตาม การมีคะแนน TOEFL ก็ทำให้เราอุ่นใจได้ ในเวลาที่ไม่ได้ไปญี่ปุ่นก็เปลี่ยนแผนอื่นได้

และมีคะแนนให้ สสวท. ออก financial statement ให้ด้วย ^o^

 

เค้าบอกว่าการเรียนคือการลงทุน เราจึงลงทุนด้วยการเรียนคอร์ส TOEFL ที่ Kaplan ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม หลังจากที่ร้างรามาหลายปี (เรียนครั้งสุดท้ายตอนปี 3 ป.ตรี ตอนนั้นทำชีวิตเหลวไหลไม่มีเป้าหมายของการใช้ TOEFL ด้วย)

มาถึงตอนนี้ก็คิดว่าได้เวลาต้องลองสอบดูซะแล้วสักครั้งนึง เลยโฉบไปสมัครรอบแรกที่ศูนย์สอบแถวลาดพร้าว

ปรากฏว่า….ผ่านไปสองสามสัปดาห์ ศูนย์สอบจะเลื่อนสอบให้เร็วขึ้น T_T เพราะศูนย์สอบไม่พร้อมในวันที่เราลง

แต่หลังจากการคำนวณวันเวลาที่เหมาะสมแล้ว การเลื่อนขึ้นหรือเลื่อนให้ช้าลง จะทำให้ชีวิตไม่ได้ดีขึ้น ก็เลยต้องเปลี่ยนศูนย์สอบ

จากลาดพร้าว (ที่พอจะมีที่นอนที่บ้านป้า แล้วต่อรถเมล์ไปได้) เลยย้ายไปที่ เกษมบัณฑิต (ร่มเกล้า >_<)

ด้วยความที่ช่วงนี้ต้องเร่งรีบปั่นเล่ม thesis เวลาจะทบทวนก็เลยไม่ค่อยมีเท่าไหร่ ที่ทำๆ ก็ทำแต่ practice test ที่ kaplan จัดให้ทุกสองสัปดาห์

เวลาผ่านไปไวมากจนถึงวันสอบ – -”

 

เช้าวันสอบ

คืนก่อนสอบนอนไม่หลับ กลิ้งไปกลิ้งมาจนถึงตีสองกว่าๆ  ตั้งใจว่าจะตื่นตอนหกโมงเช้า แล้วนั่ง ARL ไปลงลาดกระบัง ต่อแท๊กซี่อีก

สะดุ้งตื่นอีกที ฟ้าสว่าง ดูนาฬิกามือถือ

7 โมงครึ่งงงงง !!!!!!!

รีบอาบน้ำแต่งตัว ไปขึ้นแท๊กซี่ตอน 7.50 น. โชคดีมากที่รถไม่ติด ถึงที่สอบ 08.30 น. พอดีเป๊ะ เข้าห้องสอบด้วยความราบรื่น

ส่วนผลเป็นยังไง…ก็ต้องรอดูต่อไป

 

ประเมินตนเอง

จากการประเมินคร่าวๆ รอบนี้ถือว่าน่าพอใจกว่ารอบตอนจบปี 4 มาก

รอบนั้นไม่ได้มีหลักการอะไรเท่าไหร่ (เพราะก่อนสอบไม่ได้เตรียมอะไรเลย)

แต่สอบรอบนี้ก็มั่นใจขึ้น แต่ก็ไม่ชัวร์ (และไม่อยากตั้งความหวังด้วย) ใจจริงรอบนี้แค่อยากดูว่าศักยภาพจะประมาณไหน และจะพัฒนาเพิ่มได้ประมาณไหน แต่ถ้าผลพลอยได้ออกมาเป็นคะแนนดีๆ ก็คงดีใจน่าดู (น่าจะยาก)

ก็ต้องรอผลอีก 10 วันนะ แล้วมาดูกันว่าจะเป็นยังไง

 

Review ศูนย์สอบวันนี้ : ศูนย์สอบ ม.เกษมบัณฑิต

1. การเดินทาง : ไกลมาก
จากอารีย์ (พหลโยธินซอย 8) ไปที่ศูนย์สอบ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ค่ารถแท๊กซี่ 231 บาท

2. ขั้นตอนการสอบ
เรียกเข้าห้องลงทะเบียน 08.30 น.
ถ้าจะให้ไวก็ควรปรินท์ Ticket confirmation ไปด้วย
เค้าก็จะให้เราลอกข้อความที่เกี่ยวกับ agreement การสอบ ตรวจบัตรประชาชน
ต้องใช้บัตรตัวจริงนะครับ ไม่เช่นนั้นเค้าไม่ให้เข้าห้องสอบแน่นอน
(มีเด็กญี่ปุ่นเอาสำเนา passport มา ไม่ได้เข้าสอบ)
มีตู้ล๊อกเกอร์ให้ยืมไว้เก็บของด้วย (เตรียมบัตรอย่างอื่นไปแลกกุญแจล๊อกเกอร์ด้วยนะ)
เสร็จแล้วก็รอจนเค้าเรียก เข้าห้องสอบ 09.30 – -./ (ช้ากว่ากำหนดเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง)

3. สภาพศูนย์สอบ
ค่อนข้าง OK ห้องจะมีสองห้องคือห้อง A กับห้อง B ขึ้นอยู่กับที่ที่เราลงทะเบียนไป
โต๊ะเป็นโต๊ะวงกลม มี partition กั้นตรงวงกลมนี่แหละ
อุปกรณ์ค่อนข้าง OK เลย แต่ตอน speaking เสียงดังนิดหน่อย ถ้าใส่ headset น่าจะพอไหว
มีช่วงเบรค 10 นาที ออกไปเข้าห้องน้ำได้ มีโต๊ะของว่าง พวกกาแฟอะไรงี้ให้ด้วย
มีกระดาษดินสอให้เรียบร้อย (กระดาษ 3 ดินสอ 2) กลางๆ การสอบ มีคนมาเติมกระดาษให้ด้วย

4. ข้อสอบ
คิดว่าถ้าเราตั้งใจทำโจทย์ของ kaplan หรือดูในหนังสืออื่นๆ และก็ฝึกบ่อยๆ จากของ kaplan น่าจะรับมือไหวอยู่

รอบนี้มี science เยอะ ไม่เจอ history แบบที่ยากๆ แบบที่เจอตอนเรียน รู้สึกสบายใจหน่อย ><

สรุป…

ข้อดี…ศูนย์สอบนี้ค่อนข้าง OK ดีหมด
ข้อเสีย…ไกล

Advertisements