สำรวจตน…ก่อนสำเร็จการศึกษา (ภาค ป.โท)

ลุงหมัยเคยบอกว่า

“ความฝันเมื่อวันวาน คือความหวังของวันนี้ และเป็นความจริงของวันพรุ่งนี้”

……

เมื่อ 2 ปีกว่าๆ (22 กุมภาพันธ์ 2554) เคยเขียนสรุปผลจากการจบ ป.ตรีไว้ใน Note :

https://nutsnc.wordpress.com/2011/02/22/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%95%E0%B8%99-%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8/

และมีท้ายประโยคเขียนไว้ว่า ..ไว้จบ ป.โท จะประเมินอีกรอบนึงนะ :D

ณ เวลานี้ส่งเล่มวิทยานิพนธ์เรียบร้อยแล้ว รออนุมัติจบอย่างเดียว… เลยได้เวลามาสะท้อนคิดว่า ในช่วงการเรียน ป.โทนี้เราทำอะไรไปบ้าง และสรุปว่าเราได้เรียนรู้อะไรจากการเรียน ป.โท บ้าง

รอบ ป.โท นี้จะแยกเป็นสองส่วน คือ เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นในชีวิตบ้าง (เวลาแค่ 2 ปีครึ่ง พอจะสรุปได้อยู่มั้ง) และ สรุปว่าได้อะไรจากการเรียน และควรพัฒนาอะไรต่อไป

***************************************************************************

Chapter 1….

หลังสงกรานต์ เมษายน 2554 : เริ่มเรียนปรับพื้นฐาน ป.โท

มิถุนายน 2554  : เปิดเทอม 1/2554, ละครดอกส้มสีทอง, เริ่มสอนน้องนุ๊กและมิจิ (จนถึงปัจจุบัน), เริ่มสอนน้องนาง

กรกฎาคม 2554 : วันรับน้องขึ้นดอย ม.ช. กลับบ้าน และเป็นไข้เลือดออก 1 สัปดาห์

ปลายกรกฎาคม 2554 : ลุงแก่งเสียก่อนวันสอบ

Midterm 1/2554 : ถอนกระบวนวิชาติด W ตัวแรก (Topology)

สิงหาคม 2554 : คะแนน Algebra ออกหลังวัน drop ด้วยความเลวร้ายที่สุด

สิงหาคม 2554 – Final กันยายน 2554 : Fight สองวิชาสุดชีวิต

ตุลาคม 2554 : เกรด ป.โท เทอมแรกออก เฉียดฉิวเกณฑ์ขั้นต่ำของทุน

ตุลาคม – พฤศจิกายน 2554 : น้ำท่วม Dead air ไม่ได้ทำอะไร (ไปช่วยทำหนังสือที่มงฟอร์ต ซึ่งสุดท้ายก็ไม่ได้ใช้อะไร)

ธันวาคม 2554 : เปิดเทอม 2/2554 เลือกอาจารย์ทำวิทยานิพนธ์

มกราคม 2555 : รับปริญญา ป.ตรี

กุมภาพันธ์ 2555 : Midterm 2/2554 เข้าสู่โหมดปกติ ชีวิตพอมีหวังเล็กน้อย

มีนาคม 2555 : ไม่มีอะไรพิเศษ, ช่วยทำคู่มือค่าย พสวท. ม.ช.

เมษายน 2555 : สอบ Final , ไปเป็นพี่เลี้ยงค่าย พสวท. มัธยมค่ายที่ 2, เกรดออกวันค่าย ทุกอย่างราบรื่น, เริ่มหัวข้อวิทยานิพนธ์ (ปิดทับหนอน)

พฤษภาคม 2555 : ไปเป็นพี่เลี้ยงค่าย พสวท. โบห์ม ที่ ม.ช., รับงาน Graphic Design งาน MPSGC 8th ที่จุฬาเป็นเจ้าภาพ, ประสานงานงานรับน้องบัณฑิตภาค

มิถุนายน 2555 : เปิดเทอม 1/2555, ขออาจารย์เปลี่ยนหัวข้อวิทยานิพนธ์

กรกฎาคม 2555 : เริ่มเรียน Eng Baptist เทอมแรก, ช่วยงานปฐมนิเทศทุน พสวท, Midterm 1/2555, ชีวิตไปได้เรื่อยๆ, ไปค่ายบัณฑิต พสวท. (ดูงานหน่วยวิจัย) (อยุธยา)

สิงหาคม 2555 : ไปค่าย พสวท. ศูนย์จุฬา (พัทยา) , เริ่มลดน้ำหนักจริงๆ จังๆ ครั้งแรก

กันยายน 2555 : สอบ Final

ตุลาคม 2555 : Thesis กำลังเริ่มคืบหน้า, ไปร่วมกิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษ, ละครแรงเงา

พฤศจิกายน 2555 : เริ่มลงทะเบียน Thesis, Sit in Math 600 + สอบ + Quiz, ทำ Thesis เริ่มเขียนและรันโปรแกรม, เริ่มเป็น TA จัดตารางสอนตารางสอบภาค (ถึงปัจจุบัน), โดนเชือดวิชาสัมมนา 1, เรียนรู้ความเจ็บปวดจากการเป็นคนกลางของความขัดแย้ง (หลายล้อรอไลค์)

ธันวาคม 2555 : ร่วมงาน TJJCCGG ที่ มศว, ร่วมจัด MPSGC8th, สมัครทุนต่างประเทศ พสวท.

มกราคม 2556 : รับปีใหม่ด้วยสัมมนาครั้งที่ 2, สอบทุนต่างประเทศ พสวท., สมัคร AMM ที่กระบี่, เขียน Proceedings ประชุมวิชาการ (ส่งก่อน deadline สามชั่วโมง)

กุมภาพันธ์ 2556 : สัมภาษณ์ทุนต่างประเทศ พสวท., ประกาศผลทุนต่างประเทศวันที่ 28 กุมภาพันธ์, เป็นวิทยากรค่ายห้องเรียนพิเศษ ร.ร.สุรศักดิ์ กับแก๊งค์ชาวค่าย   (28 กุมภาพันธ์พอดี)

มีนาคม 2556 : เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น, ไปนำเสนอผลงาน งาน AMM ที่กระบี่, ไปนำเสนอผลงานและเป็นอาสาสมัครดูแลเด็กต่างชาติงาน วทท. เพื่อเยาวชน

เมษายน 2556 : กลับบ้านหลังสงกรานต์ เริ่มศึกษา Algorithm 2 ใน Thesis อย่างจริงๆ จังๆ

พฤษภาคม 2556 : ปฐมนิเทศทุนต่างประเทศ, เริ่มรันโปรแกรม Algorithm 2, เริ่มเรียน Kaplan TOEFL

มิถุนายน 2556 : รันโปรแกรมและเริ่มเขียนเล่มนิดหน่อย, รันโปรแกรมจบ ส่งงานไป Conference ที่ญี่ปุ่น, ช่วยงานปฐมนิเทศทุน พสวท,  เริ่มดู Hormones the Series, เตรียมตัวย้ายหอ, เริ่มต้นหามหาวิทยาลัย

กรกฎาคม 2556 : ทยอยย้ายหอไปอยู่กับพี่นิ่ม, เริ่มทำเล่ม Thesis, กลับบ้านยาวรับวันหยุด (งานไม่ค่อยได้ทำ), สอบ TOEFL ครั้งแรกในรอบสองปี , ร่อน E-mail หา Professor, เป็น TA Cal BSAC (ดูแลเด็กพิเศษหนึ่งคน)

สิงหาคม 2556 : ไปค่าย พสวท. ศูนย์จุฬา (นครนายก), ไปค่ายบัณฑิต พสวท. (ดูงานหน่วยวิจัย) (ชลบุรี), ปั่นเล่มเสร็จก่อนกลางเดือน (เกือบไม่ทัน), นัดวันสอบ, Professor คนแรกแนะนำคนที่สอง,

กันยายน 2556 : Defend Thesis, ไป Conference ที่ญี่ปุ่น, เตรียมตัวทำ proposal ป.เอกให้ Professor พิจารณา, แก้เล่ม, สอบ TOEFL ครั้งที่สอง,  เป็นวิทยากรค่ายห้องเรียนพิเศษ ร.ร.สุรศักดิ์ กับแก๊งค์ชาวค่าย  (เฟสสอง)

ตุลาคม 2556 : แก้เล่มเสร็จ ส่งให้บัณฑิต จบสมบูรณ์

ใช้เวลา 2 ปีกับ 6 เดือนสำหรับการเรียนปริญญาโท

***************************************************************************

Chapter 2….

สรุปภาพรวมดังนี้

1. ด้านวิชาการ ก็คงเหมือน ตอน ป.ตรีที่รู้สึกกลัวว่า ตอนจบไปจะมีความรู้ไหม…ณ เวลานี้ถ้าถามก็คงตอบได้แบบภาพรวม แต่ในรายละเอียดก็ต้องรื้อมาดูเป็นเรื่องๆ ไป (แต่คงใช้เวลารื้อไม่นานมาก) ถ้าต้องให้ไปสอนวิชา ป.ตรี…น่าจะสอนได้บ้าง แต่ต้องใช้เวลารื้อและจัดระเบียบความรู้อีกสักนิดนึง

ในภาพรวมเรื่องวิชาการถือว่า OK ขึ้นกว่า ป.ตรีมาก เห็นภาพรวมต่างๆ ได้ดี และหลายๆ อย่างเริ่มมี motivation ในหัวพอที่จะเล่า + โฆษณาชวนเชื่อกับเรื่องทางคณิตศาสตร์ได้บ้าง ความรัดกุมในการใช้คณิตศาสตร์เยอะขึ้นกว่าตอน ป.ตรีมาก

แต่การเรียน ป.โทเทอมแรกทำให้รู้ว่า จริงๆ แล้ว ไม่ค่อยชอบอะไรกันแน่ (ใช้คำว่าไม่ชอบ เพราะสิ่งที่ชอบเอง บางครั้งก็ยังไม่แน่ใจว่าใช่ไหม -*-) และมีทิศทาง + ความคิดของตัวเองมากขึ้นว่าควรทำอะไรในอนาคตให้ชีวิตไปข้างหน้าได้

2. ดัานสังคมและอารมณ์ โชคดีที่มีเพื่อนๆ ที่เรียนด้วยกันดี เฮฮาสนุกสนาน และ Roommate สุดฮา (ก่อนจะแยกย้ายตอนเดือนกรกฎาคม)  ทำให้การเรียน ป.โท มีความสุข เรื่องการทำกิจกรรมก็มีทำบ้างประปราย ทำให้ได้รู้จักกับเพื่อนๆ พี่ๆ จากภาคอื่นๆ ด้วย (เป็นผลพลอยได้จากการทำกิจกรรม) ซึ่งไม่คิดว่าจะเจออะไรแบบนี้ตอน ป.โท

แต่ในช่วงสองปีนี้ก็ทำให้รู้ว่าเราแบกปัญหาชาวบ้านไว้เยอะอยู่ดี (จะพยายามเป็นผู้ฟังที่ดีต่อไป) หลายครั้งปากเสียปากไวไปมาก ต้องพยายามระวังวาจาให้มากขึ้นอีกหน่อย มีเหตุการณ์ที่ทำร้ายจิตใจหลายเรื่อง บางเรื่องเกิดความซวยจากการเป็นคนกลาง (รับฟังข้อมูลทั้งสองฝั่งและ overflow ไปเลย) โดยเฉพาะเรื่องที่บาดหัวใจเรามากที่สุด (หลายล้อรอไลค์) บางครั้งรู้สึกว่าเรายังไม่เป็นผู้ใหญ่พอสำหรับการตัดสินใจแก้ปัญหาแบบฉับพลัน

3. มุมมองโลกทัศน์ต่อโลกภายนอก การมีโอกาสมาเรียนที่กรุงเทพทำให้ได้มองโลกกว้างขึ้นมาก โลกไม่สวยเหมือนตอนอยู่เชียงใหม่ เห็นอะไรแปลกๆ มากมาย ที่ว่าถ้าอยู่เชียงใหม่ ชาตินี้คงไม่เห็น…ถือว่าคุ้มค่าที่มาอยู่ กทม. เราคงต้องเลือกส่วนที่ดีไปปรับใช้กับชีวิตต่อไป (สิ่งไม่ดีเก็บไว้เตือนใจว่าเราจะไม่ทำ)

4. ประสบการณ์อื่นๆ ประสบการณ์ความเลวร้ายบัดซบตอนปี 1 เทอม 1 ยังคอยหลอกหลอนและตราตรึงไว้ไม่ให้เดินซ้ำรอยนั้นอีก…เป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าจริงๆ …ช่วงเวลาสองปีครึ่งนี้ นับเป็นช่วงสองปีที่เหมือนจะเจอทั้งจุดต่ำสุดในชีวิต และจุดสูงสุดในชีวิต ในรอบ 25 ปี (สงสัยได้แค่ local extreme ยังสรุปว่า global ไม่ได้เพราะยังไม่ตาย)

จุด peak ที่สุดของช่วง ป.โท คือการนั่งทบทวนบนเครื่องบินตอนไป conference ญี่ปุ่น ที่บินจากโตเกียวไปฟุกุโอกะ นั่งคิดอยู่คนเดียวว่าเราผ่านความเลวร้าย และผ่านจุดที่มีความสุข มันน่าตื้นตันใจจริงๆ (แต่สุดท้ายชีวิตก็ต้องสู้ต่อไป ไม่ว่าจะบวกหรือลบแค่ไหนเราก็ต้องสู้)

5. มุมมองด้านการศึกษา เริ่มมีวิธีแนวทางการสอนเป็นของตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะการสอนเด็กประถม (น้องนุ๊กและน้องมิจิ) ทำให้ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้จิตวิทยาในการสอน การหากิจกรรมสนุกๆ แปลกๆ ใหม่ๆ (ทำให้ได้ไอเดียไปทำค่ายได้หลายอย่าง) การฝึกการอธิบายของที่เรารู้ทั้งรู้แต่เด็กไม่รู้ และเทคนิคอื่นๆ อีกมากมาย สรุปคือทั้งได้สอน และได้เรียนในงานเดียวกัน…ซึ่งน่าจะมีประโยชน์ในอนาคตได้

2 ปีครึ่งกับ ป.โท เป็นอะไรที่ไวมาก

บางทีก็ยังงงๆ ว่าจบแล้วหรอเนี่ย… -*-

แต่ชีวิตก็ต้องก้าวเดินต่อไปนะ…

ปิดท้ายด้วย

สิ่งที่ต้องปรับปรุงสำหรับระดับที่สูงขึ้นของตัวเอง

1. ความมีวินัย ในเรื่องตรงต่อเวลา …ปีหลังๆ เริ่มไม่ตรงต่อเวลาในการทำอะไรหลายๆ สิ่ง ดังนั้นคงต้องเริ่มฝึกกันอีกครั้งนึงล่ะ

2. ผลัดวันประกันพรุ่ง + ทำงานไม่สม่ำเสมอ… แก้ไม่ค่อยหาย หลังๆ เริ่มทำงานแบบ last minute -*- แต่มีวิธีปรับปรุงคือ ซอยงานใหญ่ให้เป็นงานย่อย แล้วค่อยๆ ทำ (ทำได้ตอนเขียนเล่ม thesis ^^) น่าจะทำเช่นนี้กับงานหลัก

3. อื่นๆ ยังนึกไม่ออก เอาเป็นว่าทำให้ดีที่สุด ท้อได้แต่ไม่ถอย 🙂

ไว้จบ ป.เอก จะประเมินอีกรอบนึงนะ :D

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s