เรื่อยไปในโตเกียว ตอนที่ 1 : สัปดาห์แรก

สืบเนื่องจากซีรีส์ เตรียมตัวเก็บกระเป๋า ก็ได้ปิดฉากลงเรียบร้อยด้วยความฉิวเฉียดทุกขั้นตอนกระบวนการ

เพื่อเป็นการเก็บบันทึกความทรงจำในอนาคตเกี่ยวกับการมาเรียนต่อ ป.เอก เลยคิดว่า การเขียน Blog น่าจะบันทึกความทรงจำได้ดีกว่าใน facebook
เลยเป็นที่มาของซีรีส์เรื่องใหม่เรื่อง “ชีวิตสุดเฟี้ยวในโตเกียวเมืองใหญ่”

ประเด็นคือว่า ไม่รู้ว่าจะตั้งชื่อว่าอะไรให้คล้องจองดี 😛 เอาอันนี้ละกัน

PS(16 July 2014) ชื่ออันเก่าตลกมาก เปลี่ยนชื่อละ เป็น เรื่อยไปในโตเกียว 😛

*****************************************

ตอนที่ 1 ขอนำเสนอเกี่ยวกับ ชีวิตที่แสนเพลิดเพลินในสัปดาห์แรก ในมหานครโตเกียว แห่งประเทศญี่ปุ่นนนนน……

Wed 26 March, 2014

หลังจากเก็บกระเป๋าเรียบร้อย ก็ได้เวลาเดินทางจากสุวรรณภูมิไปโตเกียว ด้วยการบินไทย TG642 บินออกจากสุวรรณภูมิตอนห้าทุ่มห้าสิบห้า
เพื่อนๆ ที่ภาค เพื่อนสนิท ครอบครัวก็มาส่งพร้อมหน้า อาจารย์ Eto และนักเรียนแลกเปลี่ยนของ Meiji ก็มาส่งด้วย….. ถึงแม้เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารจะง่ายมากๆ อย่างเช่น Skype / Line แต่ลึกๆ ก็อดใจหายไม่ได้อยู่ดี ต้องห่างกันไกล ไปเจออะไรแปลกใหม่ 3 ปี แต่นั่นแหละ…ชีวิตคือการผจญภัย เพราะว่าจะนอยถ้าคิดมาก เลยเลือกไม่คิดดีกว่า (ฮาาาา แก้ปัญหาที่ต้นเหตุจริงๆ)

14585_10202836962497842_1709811560_n

ครอบครัวมาส่ง พร้อมด้วยอาจารย์ Eto
1966679_10202796753572644_1420920009_nชาว GradMaths Chula 

จริงๆ วันนี้เราจะเดินทางพร้อมกันกับมนต์ชัย (เนเธอร์แลนด์) กับน้องหลิม (เดนมาร์ก) ตั้งใจกะจะนัดเจอกันในเกทสักหน่อย แต่ที่เนเธอร์แลนด์มีปิดสนามบิน ไฟลท์ของมนต์ชัยเลยเลื่อนไปอีกวัน…เลยเจอมนต์ชัยหน้าเกท เจอหลิมในเกท แล้วก็แยกย้ายกันตอนขึ้นเครื่อง

ข้ามเวลาระหว่างวัน

บนเครื่องรอบนี้ได้นั่งเครื่องที่ไม่ใหม่ (แต่ก็ไม่เก่ามาก) มีจอทีวี แต่ก็ไม่คิดจะดูอะไร เนื่องจากบินไฟลท์ดึก เลยตั้งใจว่าจะหลับตอนกลางคืน
แต่เนื่องจากช่วงก่อนหน้านั้นนอนดึกเป็นนิสัย และอุณหภูมิบนเครื่องไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่ (รู้สึกอุ่นเกินไป จริงๆ ชอบหนาวๆ 555) ก็เลยนอนไม่ค่อยหลับ หลับๆ ตื่นๆ จนกระทั่งใกล้ตี 5

Thu 27 March, 2014

ประมาณตี 5 แอร์โฮสเตสก็มาปลุกให้ตื่นรับประทานอาหารเช้า ด้วยอาหารมาตรฐานการบินไทย (เลือก Omlete, ไส้กรอก) แล้วก็ landing ลง Narita International Airport

โชคดีที่ปีที่แล้วเคยได้มา Conference แล้วหนึ่งครั้ง ทำให้หลายอย่างไม่ได้ตื่นกลัวเหมือนตอนมาครั้งแรก แต่แรกลงมาก็มีความสับสนกับทางออกที่ immigration ว่า ช่องไหนที่เราต้องทำไซริวการ์ด (บัตรที่อยู่) เดินไปเดินมา เข้าแถวและออกจากแถว สรุปว่าถามเจ้าหน้าที่ ก็ต้องไปเข้าแถวปกติ เพราะตอนที่ immigration จะทำให้เลย เราก็เลยได้ทำไซริวการ์ด

รับกระเป๋าเสร็จปุ๊บออกมาจากเกท มีนักเรียน Meiji University ที่อาจารย์ Eto ให้มาช่วยดูแลอยู่สามคน (2 Yuki san กับอีกคนนึง) ออกจากสนามบินปุ๊บรับรู้ได้ถึงอากาศที่เย็นยะเยือก พร้อมกับสายฝนโปรยปราย (คำเมืองเรียกว่า ฝนตกแบบสุยๆ -.- ) มันช่างต่างจากที่กรุงเทพก่อนออกมามากเลยทีเดียว (ก่อนออกมาที่ กทม โคตรร้อน เสื้อกันหนาวภาค math ม.ช. ที่เตรียมมาก็ไม่คิดใส่ เพราะร้อน) ปรากฏว่าเสื้อกันหนาวภาคเอาไม่อยู่ แต่ก็ยังโชคดีเพราะว่าในรถไฟฟ้ามีการปรับอุณภูมิ (คือมันไม่เปิดแอร์นั่นแหละ -*-) ก็เลยพออยู่ได้

นั่งรถไฟฟ้านานประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงแถวที่พักพอดี ! ไปเจอกับ Moe san (ที่ไปส่งเราที่สนามบิน) และก็เจอคุณ Odonera san (ที่เป็นคนประสานงานเรื่องที่พัก) ไปรับกุญแจและลากกระเป๋าขึ้นห้อง กระเป๋าก้หนักมากๆ (Maximum 30 kg!) แล้วก้ได้เวลาไปจัดการกับเอกสาร!

เริ่มต้นจากที่พัก Yuki san พร้อมคณะ พาไปลงทะเบียนที่พักกับสำนักงานเขต ซึ่งบ้านเราอยู่ที่เขต Nakano ก็ไปกรอกเอกสาร ต่างๆ นาๆ ในขั้นตอนที่ไปติดต่อกับสำนักงานเขต ก็ไปติดต่อหลายๆ เรื่อง อาทิ ลงทะเบียนตรายาง (อาจารย์ Eto ติดต่อให้เราทำตรายางกับคุณ Shin ซึ่งเป็นนักเรียนที่ Meiji เหมือนกัน) ประกันสุขภาพของรัฐบาล ที่ทำการก็ดูคล้ายๆ กันกับบ้านเรา มีบัตรคิว แต่ดูบริการด้วยน้ำใจไมตรีกว่าบ้านเรามากเลยทีเดียว ระหว่างรอรับบัตร เราก็แวะไปหาอะไรกินแถวๆ ย่านนั้น (Nakano) (เพื่อนสองคนติดธุระเลยออกไปก่อน เหลือ 2 Yuki san) ช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่ซากุระกำลังบานพอดี เริ่มมีความสุขนิดนึง แต่เนื่องจากเหนื่อยสุดๆ เลยยังไม่มีอารมณ์จะมีความสุขอะไรขนาดนั้น -*- (เมื่อคืนไม่ได้นอน + ฝนตกปรอยๆ + ทำนู่นนี่นั่นเหนื่อย = เซ็งเลย ถ้าเป็น The Sims อารมณ์คงเข้าใกล้ขีดกลางๆละ)

หลังจากข้าวเที่ยงเสร็จก็ไปลงทะเบียนที่อยู่ไว้กับ Post office ซึ่งเราจำเป็นต้องไปทำ เพื่อแจ้งว่าเวลามีจดหมาย จะให้จดหมายมาได้ถูกที่ ระหว่างนี้ก็แวะไปถามเรื่องเปิดบัญชี ที่ญี่ปุ่นจะมีธนาคารของ Post office ด้วย (เรียกว่า จูโชว) แต่ Yuki san ไปถามแล้วปรากฏว่า มันโอนเงินระหว่างประเทศไม่ได้ ! เลยได้แค่ลงทะเบียนที่อยู่แค่นั้นเอง…

ลงทะเบียนที่อยู่เสร็จแล้วก็กลับมาเอาเอกสารที่ขอไว้ แอบนั่งหลับไปหลายยกเลยทีเดียว (ก็มันง่วงนี่นา !) เสร็จเอกสารแล้วก็ไป shopping ก่อนเลย เนื่องจาก mansion ที่ไปอยู่นั้น เข้ามาปุ๊บ ว่างเปล่า ไม่มีอะไรให้เลย ดังนั้นเพื่อเป็นการประทังชีวิตไปวันแรกๆ เราก็จึงควรซื้อของสำคัญ พวกที่นอนหมอนมุ้ง หรืออุปกรณ์จำเป็น ซึ่งของเหล่านี้มีขายที่ department store แถวๆ นั้นนี่เอง !

shop อย่างเมามันส์….ดูเวลา อ้าว เราต้องไปเปิดบัญชีธนาคารนี่เอง! แต่ว่าเราก็ต้องกลับมาดูที่ห้องด้วยว่า gas เข้าหรือยัง เวลาตอนนั้นคืออีก 20 นาทีธนาคารจะปิด (ธนาคารญี่ปุ่นปิดบ่ายสามโมง) แต่เนื่องจากเราอยากดำเนินการเรื่องบัญชีให้เสร็จ (เพราะถ้าบัญชีเสร็จ เราก็จะใช้โทรศัพท์ได้ ฮี่ๆ) คุณยูกิ 1 ก็เลยมา stand by ที่ห้อง เชคแก๊ส คุณยูกิ 2 ก็พาวิ่งไปเปิดบัญชีธนาคารใกล้ๆ ที่พักเรา…ไปถึงปุ๊บนั่งรอสักพัก ดูเหมือนจะมีปัญหาว่าจะยังทำบัญชีไม่ได้…แต่เนื่องจากคุณยูกิช่วยคุยให้ สุดท้ายก็สามารถทำได้สักที (ฉิวเฉียดอีกแล้ว -*-) เสร็จแล้วเลยรีบกลับหอมาเชค gas

กลับหอ เชค gas เสร็จ ก็ได้เวลาออกไปล่ามือถือ เราพอศึกษามาบ้างนิดหน่อยเกี่ยวกับโทรศัพท์ (ในแฟนเพจ…..) ประกอบกับคุณยูกิแนะนำ SoftBank เราเลยไปสอยโทรศัพท์ที่ SoftBank เลย! แน่นอน เพื่อความคุ้มค่า และลูกเล่นหลายๆ อย่าง เราเลือก iPhone กับ package internet 4G 7 GB (คิดว่าจะไม่ได้ใช้เยอะมาก…แต่….) ทุกอย่างก็เสร็จประมาณห้าหกโมง เหนื่อยมาก กลับหอ แยกย้ายกันกลับ ก็ได้เวลานอน….

IMG_0002

IMG_0012บรรยากาศรอบที่พัก
IMG_0007สภาพห้องนอนวันแรก รกรุงรังมาก

สะดุ้งตื่นอีกทีตอนดึกๆ เลยมานั่งเล่นเนทสักพักแล้วก็หลับต่อไป….

Fri 28 March, 2014

ตื่นสาย อากาศหนาวๆ จับใจจริงๆ แต่ก็ยังมีความอุ่นภายใต้ผ้าห่ม ก็เลยนอนต่อไป วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส เหมาะแก่การทำธุรกรรมต่างๆ อีกหน่อย
ก่อนแวะออกจากที่พัก ก็เจอร้าน Recycle shop ข้างๆ หอพอดี เลยได้โอกาสสำรวจและสอยชั้นวางของมาอันนึง !

สืบเนื่องจากเรารับทุนรัฐบาล สิ่งที่เราต้องรีบทำหลังจากถึงประเทศที่ไปเรียนก็คือ การรายงานตัวกับสำนักงานดูแลนักเรียนไทย (สนทร.) ซึ่งอยู่ที่สถานทูต เราก็เลยหาทิศทางจาก google map แล้วออกเดินทางไปที่สถานทูต ไปถึงประมาณบ่ายโมงคิดว่าจะเปิดแล้ว ! แต่ก็พบว่าเปิดบ่ายโมงครึ่ง -*- อย่างไรก็ตามก็ได้ไปรายงานตัว พี่ที่สถานทูตก็ปฐมนิเทศ ให้คำแนะนำในประเด็นที่ส่งสัย

เสร็จแล้วเราก็แวะเดินเล่นแถวห้างบนสถานีรถไฟฟ้า หาอุปกรณ์เครื่องเขียนมายังชีพ (พูดเหมือนของสำคัญ 5555) มาถึงหอก็ไม่ได้ทำอะไรมาก จัดนู่นนี่นั่น และก็นอนพัก ตื่นอีกทีก็ค่ำๆ เลยหาอะไรประทังชีวิตแถว Family mart เนื่องจากเราอยากหาของอื่นๆ เพิ่ม เลยพยายามลองเดินแถวๆ ละแวกที่พักเพื่อหา Daiso หรือร้านขายของ แต่ก็ไม่เจออะไร

เย็นนั้นอาจารย์ Eto ก็ถามว่า เป็นยังไงมั่งสำหรับชีวิตในโตเกียว ก็เลยเล่าว่าเรากำลังจะลองหาซื้อจักรยาน กับพวกของใช้อื่นๆ อาจารย์เลยลองถามนักเรียน Meiji ให้ (เราก็เกรงใจคุณยูกิเลยไม่ได้ถาม ถามแต่ร้านที่ซื้อว่าซื้อที่ไหน)

Sat 29 March, 2014

สายๆ ได้คุยกับ Yuki san 3 (อีกยูกินึง) ในที่สุดคุณยูกิ 3 ก็อาสาพาไปดูที่ Daiso ซื้อพวกเครื่องใช้ต่างๆ เสร็จแล้วเลยไปดูจักรยานต่อ ได้จักรยานมาหนึ่งคัน เนื่องจากที่พักเราไม่มีที่จอดจักรยาน แต่มีลานจอดสาธารณะ เราจึงต้องไปลงทะเบียนกับ Office ที่ดูแลเรื่องการจอดจักรยาน คุณยูกิ 3 ก็เลยพาไปติดต่อสมัครสมาชิกที่จอดรายปี (9,600 เยนต่อปี) เสร็จแล้วหาข้าวเที่ยงกิน (จริงๆ ก็เกือบบ่ายสองละ)

IMG_0019

แถวๆ ย่าน Nakano
IMG_0037

จักรยานของเรา

จริงๆ ตั้งใจอยากดูโต๊ะทำงานใหญ่ไว้ใช้ในห้องนอนด้วย แต่ทว่าร้านที่ไปดูมันไม่มีที่ถูกใจ และแพง ! คุณยูกิเลยแนะนำให้ลองดูในเนทก็แล้วกัน

หลังจากกินข้าวเสร็จแล้วเลยแวะไป survey campus ที่เราจะได้ไปเรียน แวะชมสวนที่สวยงามแถวๆ นั้น คุณยูกิก็ขอตัวกลับพอดี (คุณยูกิมีนัดบ่ายสามครึ่ง) เราก็เลยเที่ยว ๆ แถว campus อีกหน่อย หาที่ update iOS7 ฟินพอประมาณก็แวะซื้อโต๊ะเล็กอีกตัว และก็ปั่นจักรยานกลับหอ

IMG_0044

Nakano Campus

 

 

Sun 30 March, 2014

เห็นจากพยากรณ์อากาศว่าฝนตก ตอนออกจากหอก็เห็นฝนตกแบบสุยๆ เราก็คิดอยากลองว่า ถ้าวันฝนตกแล้วเราปั่นจักรยานไปเรียนชีวิตจะเป็นยังไงบ้าง
.
.
.
ผลปรากฏว่า เละเทะ !

ทดลองใส่เสื้อกันหนาวเมเจอร์ปั่นไป Nakano ปรากฏว่าเปียกหมด ฝนที่ดูตกแบบสุยๆ กลับกลายมาเป็นฝนที่หนักขึ้นมาก ลมที่เบาๆ ก็แรงขึ้นมาเมื่อปั่นจักรยาน (มีแรงต้านอากาศ – -) ปั่นถึง Nakano ก็เป็นลูกหมาตกน้ำมอมแมมเลย วันนี้เราตั้งใจจะหาซื้อรองเท้าผ้าใบที่กันฝนได้ กับเสื้อ jacket สำหรับกันลมกันฝน เราก็เลยไปเดิน Uniqlo และร้านรองเท้าแถวนั้น สุดท้ายได้เสื้อ jacket แต่รองเท้าปรากฏว่าไม่มี size!

ด้วยความหนาวจัด เสื้อที่ใส่ไปเปียกสุดๆ เราเลยรีบเอาจักรยานกลับมาเก็บที่หอ แล้วก็ไปหาร้านแถวไหนก็ยังไม่รู้ เลยเลือกสุ่มๆ ไป Shinjuku ฝนตก ลมแรงมาก จนร่มที่เพิ่งซื้อตอนก่อนออกจากหอแทบจะพัง !! สุดท้ายได้รองเท้าผ้าใบมาหนึ่งคู่ กับน้ำยากันรองเท้าเปียก ! (เพิ่งรู้ว่ามีนวัตกรรมอะไรอย่างนี้ด้วยแหะ – -“) ตกเย็นหลังจากกลับมาจาก Shinjuku เลยแวะไปที่ Daiso ซื้อของที่ยังขาดอยู่ กลับมาถึงห้องก็แทบสลบเลยทีเดียว

IMG_0069

Shinjuku วันฝนตก

ตอนกลางคืนมาคิดว่าจะซื้อโตีะทำงาน เลยปรึกษาคุณยูกิ 3 คิดจะสั่งจากเนทแล้ว แต่ดูราคาก็แอบแพงอยู่เหมือนกัน แถมวันที่ส่งของมาให้ก็จะได้หลังจากวันที่ 16 เมษาอีก ตอนกลางคืนเลยวางแผนว่า น่าลองไป IKEA นะ ! (ไกลยังไงก็คงต้องลอง)

Mon 31 March, 2014

วันนี้เป็นวันที่จะเอาดราฟท์ไปขึ้นเงิน หลังจากที่รอมานานสองสามวัน ตอนแรกคุณยูกิถามให้เราและได้ความว่า เราต้องไปที่สาขา Nakano แต่ปรากฏว่าไปผิดที่หรือยังไงนี่แหละ ไปถึงปุ๊บเขาก็ให้ไปที่สาขา Shinjuku! ก็เลยนั่งรถไฟไปชินจูกุ กว่าจะติดต่อเอาดราฟท์ขึ้นเงินได้ก็ต้องคุยหลายรอบ เพราะว่าเค้าไม่แน่ใจว่าดราฟท์นี้เป็นดราฟท์จริงไหม ละก็เพิ่งเปิดบัญชีอีกต่างหาก เลยต้องยืนยันตัว ยืนยันว่ารับเชคจากไหน เปิดยังไง กว่าจะได้ก็ปาไปเที่ยงกว่าๆ แล้ว

IMG_0084

ซากุระและศาลเจ้าแถวชินจูกุ

เสร็จจากภารกิจขึ้นเงินดราฟท์ เราก็ไป IKEA กัน ! IKEA ที่นี่อยู่ไกลมาก แถวๆ Tokyo Bay เลยทีเดียว นั่งรถไฟจาก Shinjuku ไปประมาณ 20 สถานที ไปถึง IKEA ก็เหมือนที่ที่คุ้นเคย ที่ที่เคยไปเวลาอยู่ไทย (แต่มันไกลจังเลยยย) แรกสุดกะเดินไปดูอ่าวโตเกียวซะหน่อย แต่เดินไปนิดนึงเกิดความขี้เกียจ เลยเดินกลับอีเกียไป ตอนแรกกะซื้อแค่โต๊ะกับเก้าอี้ (แอบเห็นโปรโมชันตอนหาข้อมูลเมื่อตอนกลางคืนละ) แต่นั่นแหละ เวลาจับรถเข็นของก็เหมือนวิญญาณนักช๊อปเข้าสิง หอบมันมาหมดเลย หม้อไห กระทะ ตะหลิว ทัพพี (ราคาเห็นแล้วอดใจไม่ได้ ถูกมากๆ) อุปกรณ์ช่าง จนได้เก้าอี้และโต๊ะ ตระหนักได้อีกทีหลังจากคิดเงิน คิดว่า กูจะแบกไหวรึเปล่าว้าาาา…

IMG_0092

IKEA ที่ Chiba (ไกลมาก)

เอาว่ะ สุดท้ายไม่ไหวก็ต้องไหว ลากของทั้งหมดด้วยสองมือ มือนึงถือโต๊ะ อีกมือนึงถือถุงใส่ของ เดินไปขึ้นรถไฟฟ้า นั่งยาวจนเกือบสุดสาย ลากสังขารและสิ่งของกลับมาถึงหอพอดีก็ปาเข้าไปห้าหกโมงละ…เสร็จปุ๊บก็ประกอบโต๊ะในบัดดล!

หมดวันนี้ชีวิตก็หมดแรงกับการขนของซะป๊ะ…แล้วเราก็ได้ห้องที่พร้อมใช้ทำงานสักที (เย่ๆๆๆ)

IMG_0097

สภาพห้องหลังจากจัดเรียบร้อย (Well-ordering room)

Tue 1 April, 2014

(April Fool Day ซึ่งก็ไม่รู้จะโกหกกันทำไม ในเมื่อเราก็โกหกกันทุกวันอยู่แล้วนี่นา ?!?)

IMG_0106

Surugadai Campus

วันนี้เป็นวันปฐมนิเทศ International Student จดหมายนัดมาตอนบ่ายสองโมงครึ่งที่ Surugadai Campus เราก็รีบไปตั้งแต่เที่ยงเลย -*- รอไปรอมาก็ไปนั่งแถวๆ ห้องนั้น เจอพี่คนลาวที่ได้รับทุนของมหาวิทยาลัยไปเรียน (พี่สมใจ, พี่สุนทรา ทำงานที่ Anti-Corouption ที่ลาว!!) คุยกันได้ถูกคอ ด้วยคำเมือง (ลาวกับไทยตอนเหนือก็เหมือนพี่น้องกันนั่นล่ะ) จนถึงเวลาปฐมนิเทศ ก็ส่งพวกเอกสารต่างๆ มากมาย คนที่ดูแลก็ถามว่ามาจากไหนยังไง พอบอกว่ามาจากเชียงใหม่ อาจารย์ตกใจเลย เพราะอาจารย์ไปเชียงใหม่มาหลายครั้งมากๆ เลย ! ตอนแรกคิดว่าจะมีนักเรียนต่างชาติเยอะ แต่เอาเข้าจริงๆ ที่เป็น English Track มีประมาณสิบกว่าคนเอง >_<

เสร็จจากปฐมนิเทศก็รอ Party ตอนเย็น เลยได้คุยกับเพื่อนใหม่จากฮ่องกงที่เรียน Architecture จนถึงตอนเย็น Party พอดี

งาน party ก็มีนักเรียน International student จากโปรแกรมอื่นๆ มาเพิ่ม แต่เค้าก็พูดกันเป็นภาษาญีปุ่น (ฟังไม่รู้เรื่อง) เลยได้รู้จักเพื่อนจากหลายประเทศ หลักๆ ที่รู้จักก็จากเกาหลี อูกันด้า แต่คนเยอะเกิน อาหารแทบไม่ค่อยจะพอ -*-

IMG_0115

 

 

ของกินวันนี้

เสร็จจาก Orientation จริงๆ เพื่อนๆ เค้ามีไปกินข้าวกันต่อ (ไม่อิ่มกัน) แต่เนื่องจากเราต้องรีบกลับมา เพราะวันนี้เป็นวันที่พี่ๆ น้องๆ ทุนมงบูโชจะมา (น้องอู๋ ซึ่งอยู่หอตรงกันข้าม) กับพี่นิค พสวท. ที่รับทุนมง (มาแวะอาศัยช่วงรอหอเปิด) เลยต้องมาต้อนรับซะหน่อย คุณยูกิ 1 และคณะก็ดูแลน้องอู๋ + พี่นิคเป็นอย่างดี เราไปถึงก็ถึงหอกันพอดี เลยแวะไปกินข้าวด้วย (หืวตกค้างมาจา party) แล้วก้แวะไปซื้อของต่อไป

Wed 2 April, 2014

หลังจากที่เรามาถึงที่ญี่ปุ่นแล้ว ก็เป็นเวลาที่ควรจะบอกอาจารย์ของเราว่าเราได้มาถึงแล้วนะ ! ตอนแรกลังเลว่าจะบอกดีไหม หรือไปเจอวัน Orientation เลยดี แต่พี่แจ้ก็แนะนำว่า ก็ควรต้องบอกไหมล่ะ !! สุดท้ายเลยอีเมลล์หาอาจารย์ตอนวันศุกร์ก่อนหน้านั้น และอาจารย์ก็นัดให้เราไปเจอวันนี้ก่อน Orientation ตอนบ่ายเพื่อ discuss เกี่ยวกับ research plan และอื่นๆ เราเองก็ยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรไปมาก (เพราะชีวิตแค่จัดการเอกสารต่างๆ ก็แทบจะไม่ได้ทำอะไรแล้ว) เลยเตรียม keynote ไปลวกๆ หน่อย

ด้วยความตื่นเต้น ! เลยรีบปั่นจักรยานไปที่ campus (ปรากฏว่าเข้าไม่ได้เพราะยังไม่มี ID card เลยแอบยกจักรยานไปจอด เลวมาก 555) ถึงประมาณสิบโมง รอให้ใกล้ถึงเวลาสิบโมงครึ่งตามนัด ใกล้ๆ เลยไปเคาะห้องอาจารย์ด้วยความตื่นเต้น

IMG_0116

วิวจากชั้น 8

ผลปรากฏว่า อาจารย์ใจดีมากๆ เราก็เลยได้ discuss เกี่ยวกับงานที่เคยทำ และงานที่คาดว่ากำลังจะทำ อาจารย์ก็จุดประกาย idea ให้ลองเริ่มต้นจากคำถามเกี่ยวกับ diameter ซึ่งที่เราเรียนนี้จะเป็น Math Modeling base ซึ่งจะประกอบด้วยสามส่วนคือ Modeling, Analysis และ Simulation โดย Lab ของอาจารย์จะสัมมนาทุกบ่ายวันจันทร์ ซึ่ง…สมาชิก lab ตอนนี้มีเราคนเดียว ! (เพราะว่า ป.โท เพิ่งจบกันไปเมื่อเทอมก่อน -.- ส่วนเด็กใหม่ต้องรอดูเสาร์นี้)

คุยได้สักพักอาจารย์ก็พาไปสำรวจรอบๆ ห้อง ไปดูห้องพักนักศึกษาซึ่งคาดว่าจะได้โต๊ะทำงานในเร็วๆ นี้ (บรรยากาศเหมือนอยู่ในฝันเลย มี Office ส่วนตัวด้วย ^_^ ) แนะนำให้รู้จักกับรุ่นพี่ ป.เอกคนอื่นๆ (จากอิตาลี) เสร็จแล้วอาจารย์ก็พาไปกินข้าวข้างนอก มื้อแรกเป็นซูชิ (อาจารย์เลี้ยงด้วย เย่ๆ) แต่นั่นแหละ การที่อาจารย์ใจดี ยิ่งทำให้เราต้องรู้สึกว่า เราต้องไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวัง และการที่อาจารย์ใจดี ยิ่งทำให้เราต้องมีความรับผิดชอบในการทำงานมากขึ้นมากๆ เลยล่ะ !

ตอนบ่ายมี Orientation ก็ได้เจอกับคุณ Egashira ซึ่งเราถามปัญหาเยอะมากจนแทบจะเป็นเจ้าหนูจำไม ซึ่งคุณ Egashira ใจดีมากๆ มานั่งแปลภาษาที่เขาปฐมนิเทศ ซึ่งปฐมนิเทศร่วมกันกับ ป.โท และ ป.เอกเลย ในรุ่นเรามี ป.เอก 4 คน เป็นเด็กญี่ปุ่น 2 คน มาจากเวียดนาม 1 คน และก็เรา (ปฐมนิเทศเป็นภาษาญี่ปุ่น -*-) เสร็จแลัวมานั่งฟังข้อบังคับการใช้ระบบอินเตอร์เนทในมหาวิทยาลัย (ซึ่งเป็นคลิปที่น่ารักมาก ชอบๆ)

ถึงเวลาตอนเย็นก็เป็นเวลา Party! ก่อน Party อาจารย์ก็แนะนำให้เรารู้จักกับรุ่นพี่ชาวบังกลาเทศ ตอนแรกตกใจเพราะว่าเบียร์ Asahi วางไว้เต็มโต๊ะเลย (ตรูจะต้องกินแอลกอฮอล์ก็งานนี้รึเปล่าเนี่ย) ปรากฏว่าพี่จากบังกลาเทศก็ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ เลยมีเพื่อนคนไม่กินแอลกอฮอล์ ซึ่งเค้าก็มีชาให้สำหรับคนที่ไม่ดื่ม (เย่) ก็มีพูดอะไรนิดหน่อยแล้วก็ ชนแก้ว เย่ๆ

ในช่วง Party ก็ได้คุยกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หลายๆ คน ได้เห็นว่าบรรยากาศที่นี่ก็ดูอบอุ่นเลยทีเดียว ดูอาจารย์เป็นกันเองกับนักศึกษา ดูแล้วก็ทำให้คิดว่า สามปีกับที่นี่คงจะมีความสุขไม่น้อยทีเดียว (แต่แกยังไปไม่ถึงเลยนะ อย่าเพิ่งพูดดดด)

*************************************

สัปดาห์แรกที่แสนหวานกับเมืองโตเกียวก็ผ่านไป….
ไม่รู้ว่าวันต่อๆ ไปชีวิตจะเป็นยังไง…
เอาเป็นว่า สู้ต่อไป….

ตอนต่อไปไม่รู้จะเขียนอะไรดี เดี๋ยวมี Topic ค่อยมาเขียนต่อก็แล้วกัน

*************************************
มุมนี้มีสาระ

ก็เหมือนซีรีส์เรื่องที่แล้ว หลังจากระบายความอัดอั้นตันใจมามาก ก็ควรมีสาระความรู้แก่ผู้อ่านบ้างแหละนะ… ในตอนนี้ขอเสนอ ขั้นตอนการจัดการเอกสารเวลามาจากญี่ปุ่น กรณีมาเป็นนักเรียน

ประเทศญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องเอกสารที่ดูยุ่งยากซับซ้อน จากประสบการณ์อันแสนเหนื่อยยากและมึนงง เลยอยากจะลองสรุปว่าหลังจากแลนดิ้ง เท้าแตะสนามบินแล้วต้องทำอะไรบ้าง (ขั้นตอนนี้สำหรับประชาชนในโตเกียวนะครับ เพราะถ้าเป็นประชนชนเขตอื่น การทำไซริวการ์ดอาจจะต้องไปขอที่อื่นซึ่งตรงนี้ ผมม่ายรู้เหมือนกันนนนน)

Step 1 : ไซริวการ์ด
เมื่อเราเข้า immigration และเรามีวีซ่า เราจะได้รับไซริวการ์ด หรือ Resident Card ซึ่งเป็นบัตรที่แสดงสถานะการพำนักของเรา บัตรนี้เปรียบเสมือนบัตรประชาชนของเราที่นี่เลยทีเดียว เราไม่จำเป็นต้องพก Passport แต่ว่าต้องพกบัตรนี้แทน กรณีไปเที่ยวเฉยๆ จะไม่ได้บัตรนี้

Step 2 : ลงทะเบียนกับเขตพื้นที่
เราจะต้องนำไซริวการ์ดจากขั้นตอนที่ 1 ไปลงทะเบียนกับเขตที่เราอาศัยอยู่ภายใน 14 วัน มิฉะนั้นจะถือว่าผิดกฏหมาย ซึ่งเราก็ต้องดูว่าอยู่ที่ -ku ไหน ก็ไปทำที่สำนักงานเขตที่นั่น ในขั้นตอนนี้เราจะทำบัตรประกันสุขภาพกับทางรัฐบาลพร้อมกันด้วย เสียเงิน 1200 เยน

ในส่วนนี้ เราควรต้องขอใบที่เรียกว่า Juminhyo (A certificate of residence) ซึ่งคล้ายๆ กับทะเบียนบ้านนี่แหละ ใบนี้จะมีประโยชน์มากเวลาเราไปเปิดบัญชีธนาคาร หรือโทรศัพท์มือถือ

หากเราต้องเปลี่ยนที่อยู่ ไม่ว่าจะย้ายห้อง ย้ายในเขตเดียวกัน ย้ายไปเขตอื่น ย้ายไปต่างเมือง เราต้องแจ้งต่อเขตให้ไวที่สุด (ไม่แน่ใจว่ากี่วันนะ) ไม่งั้นจะถือว่าผิดกฏหมาย

Step 3 : ลงทะเบียนกับไปรษณีย์
เราต้องเอาที่อยู่ที่เราอยู่นั้นไปลงทะเบียนกับไปรษณีย์ เพื่อให้ของหรือจดหมายที่ส่งมา ถึงมือเรา หากเราเปลี่ยนที่อยู่ก็ต้องไปแจ้งย้ายด้วยเหมือนกัน

มี Step 1 – 3 เราก็อุ่นใจ ไปเปิดบัญชีธนาคารได้แล้ว ซึ่งบัญชีธนาคารเป็นเหมือน item สำหรับการไปเปิดโทรศัพท์มือถือ หรือติดอินเตอร์เนท หรือขอใช้บริการอื่นๆ ได้ต่อไป ซึ่งดูเหมือนขั้นตอนจะยุ่งยากมาก โดยเฉพาะถ้าเราไม่มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นก็จะติดสตันท์ไประยะใหญ่ๆ เลยทีเดียว แต่ถ้าเรามีเพื่อนขาวญี่ปุ่นช่วย ธุรกรรมที่แสนวุ่นวายพวกนี้ก็จะเรียบร้อยได้ไวภายในวันเดียวเลย !
อื่นๆ เพิ่มเติมลองดูได้ที่ http://www.ia-ibaraki.or.jp/kokusai/paper/guide/lifeguide/thai/02-01.html ครับ