เรื่อยไปในโตเกียว 6 : ฮิโรชิมาพาซวย

ใน เรื่อยไปในโตเกียว ตอนที่ 5 : ตะลุยฮิโรชิมา ได้เล่าให้ฟังถึงการไป Meeting สามมหาวิทยาลัยที่ฮิโรชิมามา ซึ่งฟังดูก็โอเค

แต่สุดท้าย ผลจากการไปฮิโรชิมา และการสื่อสารที่ผิดพลาด ทำให้เกิดเรื่องราวที่ช๊อคแก่ตัวเอง ฉลองเบญเพสอายุ 25 ปีพอดี

********************************************************************

ตามการบังคับของหลักสูตร ตัวหลักสูตรเราเป็นหลักสูตรแบบวิจัย แต่ในหลักสูตรวิจัยนี้ ก็จะมีวิชาเรียนให้ลงสองตัว เป็น Intensive course ซึ่งแต่ละเทอมก็จะมีหัวข้อที่หมุนเวียนสลับกันไปเรื่อยๆ (ให้อารมณ์แบบสัมมนา แต่เราก็ต้องนั่งฟัง) ซึ่งจะมีการตัดเกรด ซึ่งที่นี่เกรดเป็น S = 4, A = 3.5 , B=3, C=2, D=1 ตามลำดับ ตามด้วย F = 0 และ T (เท่ากับ F ขาดสอบ) การจัด intensive lecture นี้ ส่วนใหญ่ก็จะจัดกันในช่วงปิดเทอม เทอมละครั้ง แล้วแต่การบรรยาย บางการบรรยายก็จะมี report ให้เขียนส่งเป็นการตัดเกรด บางการบรรยายก็อาจจะมี assignment ให้ทำ เป็นต้น

เมื่อต้นเทอม ช่วงที่ลงทะเบียนเรียน เราก็ได้ลงทะเบียน โดยคุยกับอาจารย์ว่า ปีนี้จะลงวิชา intensive course 1 ตัว และปีหน้าอีก 1 ตัว อาจารย์ก็โอเคตามนั้น จนกระทั่งอีเมลล์ชักชวนไปฮิโรชิมา ปรากฏว่าเชควันแล้ว สองงานนี้ตรงกัน

เอายังไงล่ะทีนี้…ฮิโรชิมาก็อยากไป แต่วิชา intensive course ก็ลงไปแล้ว…

ปัญหาเกิดขึ้น เราเลยนั่งคุยกับอาจารย์ว่า สรุปยังไงดี เราเองก็ตัดสินใจไม่ได้ อาจารย์ก็นั่งคิดๆ ดู ก็เลยตัดสินใจให้เลยว่า อ่ะ ไปฮิโรชิมาละกัน! แล้ววิชานี้เดี๋ยวไปลงใหม่ปีหน้า (ปีหน้าลงสองตัวรวดเลยนะ)

ด้วยสถานการณ์ที่ตรงกันแบบนี้ เลยถามอาจารย์ต่อว่า แล้วตัวเรียนต้องทำยังไงล่ะครับ…อาจารย์ก็บอกว่า ผมคิดว่าไม่น่าจะต้องทำอะไรนะ ก็แค่ไม่ต้องเข้าเรียนน่าจะโอเคอยู่ !

โอเค อาจารย์ว่ามาอย่างนี้แล้ว เราก็ตามอาจารย์ แต่เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ก็ไปถามที่ grad school ต่อว่า วันมันตรงกัน จะต้องทำยังไงดี… ที่ Grad school ก็บอกว่า คงต้องเลือกเอาว่าจะไปงานไหนนะ (แต่ก็ไม่ได้บอกอะไรเพิ่มเติม บอกแต่ว่าตัววิชานี้กำหนดจัดไว้นานแล้วอ่ะ น่าจะเปลี่ยนวันไม่ได้)… แต่ในเมื่ออาจารย์เราบอกว่าโอเค เราก็โอเค

เรื่องราวก็ผ่านไปจนกระทั่งส่งเอกสารบทคัดย่ออะไรเรียบร้อย ประมาณเดือนสิงหาคม เราก็ไปถามที่ Grad Office อีกครั้งนึงว่า เอ เราต้องมีถอนกระบวนวิชา หรือทำอะไรยังไงไหม ที่ Grad office ก็ตอบว่า ไม่เป็นไรๆ ไปบอกอาจารย์ที่รับผิดชอบ (ต่อไปนี้แทนนามย่อว่าอาจารย์ ฮ) ก็โอเค ถ้ามีปัญหายังไงจะให้เราบอกให้ก็ได้นะ… เราก็เบาใจไปเปลาะนึง

สัปดาห์ก่อนไปฮิโรชิมา เราก็เจออาจารย์ ฮ. พอดี แล้วก็เลยบอกอาจารย์ ฮ ว่าเราลงทะเบียนวิชานี้ไป แต่ว่าเราต้องไปฮิโรชิมา ไป present งานสองวัน (lecture มีสามวัน งานสัมมนามีสองวัน ทับซ้อนกันสองวันแรก) อาจารย์ก็เลยบอกว่า อ้อ ไม่เป็นไร มาเข้าฟังวันที่สามก็แล้วกันนะ อาจารย์บอกแบบนี้ก็ โอเค… ด้วยการนี้ วันเดียวกันหลังจากที่บอกอาจารย์ เป็นวันซ้อมพรีเซนต์ให้อาจารย์ที่ปรึกษาฟัง ก็เลยเล่าให้อาจารย์ที่ปรึกษาฟังตามนั้น อาจารย์ก็แอบงงนิดหน่อยพร้อมบอกประมาณว่า เอ ถ้าไปฟังแบบนั้นเค้าอาจจะ evaluate ยังไงล่ะนี่ แต่อาจจะประมาณว่า ถ้าสนใจก็ให้ไปฟังก็ได้มั้งเนอะ … เราก็เห็นคล้อยตามอาจารย์ไป

วาร์ปไปฮิโรชิมา…

กลับมาจากฮิโรชิมาเราก็มาเข้าฟังตามที่อาจารย์บอก เข้าฟังก็แบบว่างงๆ นิดๆ แบบว่า เลิกไวจัง (เหมือนเลิกไวกว่ากำหนดการอีก) กลับมาก็ใช้ชีวิตตามปกติ เย็นวันนั้นนั่งเม้าก็น้อง ด. กับอาเฮีย อ. บ่ายสามยันสี่ทุ่มเลยทีเดียว

วันศุกร์ของสัปดาห์นั้น เห็นน้องทุน ODOS อัพสเตตัสว่าเกรดออกแล้วว ! เราก็นึกมาได้ว่า เราต้องทำรายงานผลการเรียนส่งไปที่ สนร. ทุกเทอม น่าจะถึงเวลาต้องทำแล้วสินะ…เลยล๊อกอินเข้าไปดูเกรด เกรดออกมา S หมดเลยทุกตัว (มี Research 2 ตัวที่ซุปเป็นที่ปรึกษา กับ Academic Writing อีกตัว) วันนั้นก็ดีใจ หน้าบานไปพักนึง แต่ทว่าใบเกรดอันนั้นเป็นภาษาญี่ปุ่นหมด ซึ่งเวลาเราจะส่งไปที่ สนร. ใบเกรดตัวนี้ต้องเป็นภาษาอังกฤษ แต่กว่าจะดูเกรดเสร็จ office ก็ปิดเรียบร้อย (ปิดเทอม office ปิดเร็วกว่าปกติ) ก็เลยตั้งใจจะไปขอฉบับแปลวันจันทร์

วันจันทร์สัปดาห์ต่อมา…….

ได้เวลาไปเอาใบเกรดพอดี ! เราก็ไปที่ office เพื่อไปขอใบเกรดฉบับภาษาอังกฤษ ระหว่างกำลังขอ ก็เจอพี่ D2 ที่ทำหน้าที่เสมือนเป็นเลขาแลปอาจารย์ ฮ. พอดี พร้อมกับถามเราว่า นัทซางง ไดโจบุไหม เนี่ย ยูมาฟังสองสามชั่วโมงเอง ตอนนั้นเราก็คิดว่า สงสัยเป็นเรื่องวิชานี่นี่แหละ ก็เลยบอกว่า อ่อ ไดโจบุๆ เพราะคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาไว้แล้วว่าจะลงเทอมหน้า

พลันจากเจ๊ D2 เดินไป ใบเกรดก็เสร็จพอดี เห็นปุ๊บตกใจ!!

เพราะวิชา intensive course ตัวนั้น เกรดออกแล้ววววววว และเกรดตัวนั้นคือ “F” และ GPA จาก 4.00 เหลือ 3.00

ชิบหายแล้วทีนี้ ตรูจะทำยังไง!!!

หลังจากรับใบ transcript มา ก็ได้แต่คิดในใจว่า ไม่เป็นไรๆ อาจารย์บอกคอนเฟิร์มแล้ว grad school ก็คอนเฟิร์มแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาสิๆ ถึงจะบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร แต่วันนั้นเดินไปห้องอาจารย์ที่ปรึกษาทั้งวัน เผอิญว่าวันนั้น อาจารย์ที่ปรึกษากลับมาจากธุระเรียบร้อย และจัดสัมมนาของอาจารย์ต่อ (สองวัน) พอดี เราก็แอบเล็งเวลาว่า เมื่อไหร่อาจารย์จะเลิกสัมมนา ได้เวลาก็ไปส่องห้องอาจารย์ แต่อาจารย์ก็ไม่อยู่ (อาจารย์นัดคุยงานประจำสัปดาห์ในวันพุธ) เลยทำใจให้ใจเย็นๆ ระหว่างนี้ก็บ่นให้น้อง ด. เฮีย ล. ฟัง

ตอนเย็น วงเม้าท์การอกุศลก็ตามปกติ เวลาราวๆ สองทุ่ม ระหว่างกำลังเม้าท์อยู่ ก็มีเสียงคนเดินตามปกติ น้อง ด.ก็บอกว่า… โอ้ ส. เซนเซเดินผ่านพอดี ตรูเห็นปุ๊บ รีบวิ่งแจ้นเก็บเอกสารเกรดทั้งหมดไปที่ห้องอาจารย์เลยในทันที !

อาจารย์กำลังเปิดคอมเหมือนจะเชคเมลล์ หน้ากำลังแดงๆ ได้ที่ (กรึ่มๆ จากการดื่มในงานปาร์ตี้) ไอ้เราก็กระวนกระวายใจ เคาะห้องอาจารย์ อาจารย์ก็ โอ้ เป็นไงบ้าง เราก็เลยถามอาจารย์ว่าอาจารย์ว่างไหมครับ มีเรื่องนิดหน่อย จากนั้นก็เล่าให้อาจารย์ฟัง… อาจารย์ก็ อื่ม…พรุ่งนี้เช้าก่อนสัมมนา มาเจอกัน เดี๋ยวเราไป grad office กัน !

วันอังคาร….

เช้าตรู่วันอังคาร เราก็รีบมารออาจารย์แต่เช้า แล้วเราก็ไปกับอาจารย์เพื่อไปไฝว้!

อาจารย์ก็คุยกับ office เป็นภาษาญี่ปุ่น เล่าให้ฟังว่าเกิดเหตุการณ์งี้ๆๆ ขึ้น จะถอนกระบวนวิชาออกตอนนี้ได้ไหม (ซึ่งโดย sense เราก็คิดว่ามันคงไม่ได้อยู่แระ) ที่ office ก็ไปเอาใบเกรดทีอาจารย์ส่งมาดู คะแนนตรูเป็น 0 (แต่เจ๊ ถ. อีกคนได้ตั้ง 98… แต่วิชานั้นมันไม่เห็นมีสอบอะไรเลยนี่นา -*-) จากนั้นก็ถามว่า ตอนนั้นเจ้าหน้าที่ (คนที่ติดต่อบ่อยๆ) เค้าถามเรื่องถอนกระบวนวิชาไหม… เราก็จำได้แม่นว่า เค้าไม่ได้บอกว่าต้องทำอะไร บอกอาจารย์ที่เป็นผู้ประสานงานก็พอ… อาจารย์ก็ช่วยพูดให้ว่า เราได้ทุนมา ไม่แน่ใจว่าจะมีปัญหาอะไรไหมถ้าเกรดเป็นไปแบบนี้… คุยไปคุยมา ที่ office ก็บอกว่า เดี๋ยวจะประชุมกันแล้วบอกอีกทีนึงนะครับ… กลับห้องมาคุยกับอาจารย์ อาจารย์ก็ปลอบใจอีกหน่อย ประมาณว่า อาจารย์ ฮ. ก็ทำงานตามรูทีน คงลืมไป ไม่ได้ดูว่าเรามีเหตุผลอะไรยังไงนะ T__T ไม่ต้องกังวลมาก มันไม่ใช่ความผิดคุณ…

หลังจากเคลียร์เรียบร้อยแล้ว ด้วยความนอย (ตลอด) เราเลยส่งอีเมลล์ไปถามพี่ที่ สสวท. ปรึกษาเรื่องราวที่เกิดขึ้น ถามถึงกรณี worst case ว่าถ้าต้องเป็น F จริงๆ จะมีปัญหาอะไรไหม…. พี่ที่ สสวท. ก็ส่งเมลล์กลับมาว่า ระดับ ป.เอก ข้อบังคับไม่ได้กำหนดเรื่องเกรดเฉลี่ย แต่บอกว่า เกรดต้องผ่านเกณฑ์ตามมหาวิทยาลัยที่กำหนด แต่ยังไงก็ตาม อยากให้เขียนรายงานชี้แจงด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถ้าจะให้ดี ให้อาจารย์ที่ปรึกษาเขียนให้ด้วยค่ะ… เวลานั้นถามว่าเครียดไหม เราเองไม่เครียดอะไรมาก เพียงแต่เฟลบวกกับนอยด์นิดหน่อยที่ transcript จะไม่สวยซะแล้ว…. เสร็จจากอีเมลล์ วันที่นัดคุยกับอาจารย์ ก็เล่าให้อาจารย์ฟังว่า ที่ทุนไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ผมต้องเขียนจดหมายชี้แจงเฉยๆ ถ้ายังไงคงต้องรบกวนอาจารย์เขียนจดหมายรับรองให้ด้วย… อาจารย์ก็บอกว่า โอเค it is not your fault. เดี๋ยวเขียนให้ (อาจารย์บอกอีกว่า ถ้าต้องใช้กี่ครั้ง ๆ ก็จะเขียนให้ จุดๆ นี้ซึ้งใจจริงๆ TT )

จนกระทั่งก่อนเปิดเทอม ขณะกำลังนั่งเขียนงาน ฟังเพลงใน youtube อยู่ อาจารย์ก็มาตามที่ห้อง lab (ตรูเกือบปิด youtube ไม่ทัน 5555) ว่า เจ้าหน้าที่ grad office จะมาหานะ ไปที่ห้องผมหน่อย …สุดท้าย เจ้าหน้าที่ grad office ก็มาคุยกับอาจารย์ที่ห้องว่า เนื่องจากมันพ้นกำหนดเวลา correction the register plan ไปตอนต้นเดือนเมษาไปแล้ว เลยถอนกระบวนวิชาไม่ทัน ….แต่ยังไงก็ตาม เกรด F ก็จะเปลี่ยนให้เป็น T (เท่ากับ F ขาดสอบนี่แหละ) แต่ถึงเป็น T ยังไง GPA ก็จะยังเป็น 3.00 นั่นล่ะ เพียงแต่ว่า เราสามารถ hide วิชานี้ได้นะ (Hide วิชานี้ แต่เกรดเป็น 3.00 … )  ด้วยความที่เราคิดว่า ยังไงก็ต้องควรต้อง record ไว้ และชี้แจงไป… เราจึงบอกกับอาจารย์ไปว่า ถ้างั้นก็คงบรรทัดนั้นไว้ แล้วให้เป็น T นั่นแหละครับ แล้วค่อยทำหนังสือชี้แจงไปก็แล้วกัน… เราจึงได้ Transcript มาส่ง สนร. พร้อม T ตัวแรกในทรานสคริปท์….

บทสรุป….

สุดท้ายเราก็ส่งผลการเรียนไปที่ สนร. พร้อมหนังสือชี้แจง และจดหมายรับรองจากที่ปรึกษา…. กวกป. ก็ว่ากันไปตามนั้น คิดว่าคงไม่น่าจะมีอะไรที่รุนแรงไปกว่านี้อีกแล้วล่ะ…

อุตส่าห์คิดว่า เบญจเพสนี้เป็นเบญจเพสดี ทุกอย่างดีมาตลอดจนกระทั่งถึงโค้งสุดท้ายก่อนวันเกิด ก็มาเจอเรื่องนี้ตู้มมม !!! เงิบจ่าาาาา 😛

มาถึงตอนนี้ก็มองมุมบวก ชีวิตเจออะไรแปลกๆใหม่ๆ บ้างก็เป็นสีสันชีวิต จะได้มีเรื่องเล่าให้เด็กๆ ลูกศิษย์ในอนาคตฟังได้ว่า ตรูก็เคยผ่านอะไรแบบนี้มาแล้ว …

สำหรับผู้อ่านที่อ่านมาถึงตอนนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าผู้เขียนคิดอะไรมากนะครับ เพราะว่าผู้เขียนปลงได้แล้ว 5555555+ เพราะปลงได้แล้ว เลยได้มาเขียนเล่าให้ฟัง หลังจากที่คิดอยู่นานว่าเรื่องนี้จะเล่าดีไม่เล่าดี  แต่การได้เล่าเรื่องนี้ ก็น่าจะเท่ากับว่าเราสามารถยอมรับความจริงอันเจ็บปวดนี้ได้แล้วสักที T____T และเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นประสบการณ์อันเลวร้ายที่น่าจดจำไปอีกเรื่องนึง …นั่นล่ะ ไม่มีใครสมบูรณ์ 100% น้องของขวัญฮอร์โมนยังติด 0 วิชาเคมีตอน ม.5 เลย +.+”

************************************************************

เหตุการณ์นี้สอนให้รู้ว่า…

ถึงแม้อาจารย์ที่ปรึกษา, Grad Office จะบอกว่าไม่มีอะไร แต่มันก็มีอะไร -*- เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่พอจะยืนยันได้ว่า Sense ในเรื่องการคาดเดาการเกิดเหตุการณ์หายนะของตรูนี่แม่นจริงๆ….

ที่สำคัญที่อยากฝากบอกถึงคนอื่นไว้ คือ เวลาผู้อ่านมีปัญหา ผู้อ่านทุกคนก็คงต้องมีคนที่พร้อมจะช่วยแก้ปัญหาไปกับเรา (ถึงแม้จะหายาก แต่เชื่อเหอะว่า ยังไงก็มี อย่างน้อยมีคนแนะแนวทางการแก้ปัญหาให้เรา มันก็โอเคอยู่นะ) ในกรณีนี้ผู้เขียนมีอาจารย์ที่ปรึกษา มีพี่ที่ สสวท. คอยช่วยอยู่ ดังนั้นเวลาเราจะทำอะไร หรือได้ทำอะไรไปแล้ว การที่เรารายงานอาจารย์ให้ทราบอยู่เสมอ จะช่วย save ตัวเราในเวลาที่จะเผชิญปัญหา ถึงจะเจอปัญหาที่ดูรุนแรง แต่การที่มีคนช่วย save เราไว้ มันก็ดีกว่าการที่เราแบกปัญหาไว้กับคนเดียวเยอะ….

ตัวอย่างเหตุการณ์คล้ายๆ กันคือ ทุน พสวท. ต่างประเทศ การที่เรารายงานความคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอ มันก็จะช่วย save ตัวเราในเวลาที่เกิดปัญหาคับขัน อย่างน้อยเราก็มีข้อมูลเหล่านี้สนับสนุนเรา ในยามที่เกิดปัญหาได้…..

ท้ายที่สุดนี้ จึงอยากฝากบอกทุกคนว่า

“ทุกปัญหา มีทางออก” 😀

โฆษณา

One thought on “เรื่อยไปในโตเกียว 6 : ฮิโรชิมาพาซวย

  1. […] Report ในวิชาเราฟาด F ไปจากคดีฮิโรชิมาพาซวย T_T) จึงนำมาสู่เรื่องราวใน […]

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s