เรื่อยไปในโตเกียว 7 : สอบภาษาครั้งแรกในญี่ปุ่น (Mock JLPT)

หลังจากการสอบในชีวิตที่ไทยได้ผ่านไป (คือการสอบ TOEFL นั่นเอง) เราก็ห่างหายจากสนามสอบไปนาน ทั้งการสอบในห้องเรียน การสอบภาษา (ไม่นับสอบจัดคลาสภาษาญี่ปุ่นของมหาลัยนะ อันนั้นชิวๆ) จนแทบจะลืมไปแล้วว่า การสอบคืออะไร (เวอร์ไป) จนกระทั่งมาอยู่ที่ญีปุ่่น การเรียนก็เป็นแบบวิจัย เลยไม่ได้มีการสอบ (มีแต่พรีเซนต์งานในสัมมนาแลป ขึ้นเขียงตายคากระดานกันไป)

ในบล๊อกนี้เราจะมาเล่าสู่กันฟังถึงระบบการจัดสอบของที่ญี่ปุ่น ซึ่งถึงแม้จะเป็นการสอบแบบขำๆ แถมยังแจกตังให้ผู้เข้าสอบอีกต่างหาก แต่ก็จริงจังและซีเรียสจริงๆ (กำลังมาพร้อมกับข่าวนักเรียนสาวอัพรูปข้อสอบ GAT เชือมโยงลง instagram พอดิบพอดี)

*********************************************************************

ในโอกาสที่เราอุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางมาเรียนที่ต่างแดนแล้ว โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นที่ภาษาหลักคือภาษาญี่ปุ่น ของแถมที่ควรได้กลับไปนอกจากเรื่องวิชาการ ก็คือเรื่องภาษา ถ้าเราปล่อยให้เรียนไปเรื่อยๆ เราก็รู้สึกจะไม่ตื่นเต้น ก็เลยพยายายามหาอะไรตื่นเต้นให้บังคับเราสำหรับการเรียน เราจึงเลือกที่จะสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นเป็นเครื่องมือวัดศักยภาพการใช้ภาษาญี่ปุ่น !

(รายละเอียดเพิ่มเติม วาร์ปไปที่นี่)

ตอนแรกสุดเราก็วางแผนไว้ว่า จะสอบสัก N5 ลองเชิงก่อน ซึ่งเราก็ได้เตรียมพร้อมสำหรับ N5 มาบ้างแล้วจากการลองสอบ ตอนไปเรียนกับเซนเซตั้กช่วงที่กลับไปรับปริญญา ก็กะๆ เตรียม N5 แล้ว….แต่ท้ายสุด ผลปรากฏว่า ทุกคนรอบตัวเชียร์ให้สอบ N4 กันหมด เราก็เลย เอาวะ…ของอย่างนี้ต้องลองบ้าง ! เลยสมัคร N4 ไปตอนประมาณเดือนกันยายน…

เราก็สมัครไป แล้วก็เกือบลืมมันไป จนกระทั่งใกล้ๆ ประมาณปลายเดือนตุลา ก็มีจดหมายจาก Japan Foundation ส่งมาหาว่า คุณคือผู้โชคดีที่ได้รับการสุ่มให้ไปสอบ Practice Test…

การสอบ Practice Test ก็เหมือนกับการไปลองทำข้อสอบ ดูสถานการณ์จริง หลังจากสอบคิดว่าเค้าคงเป็นการวิจัยข้อสอบและการวัดผลไปด้วย ส่วนผู้สอบก็ได้ประโยชน์ ทั้งเตรียมตัวสอบ และได้ตัง !

1395920_10152390333460811_6947920619777834054_n

เห็นตอนแรกก็เฉยๆ คิดว่า อื้ม น่าสนใจดี ได้ลองซ้อมมือไปในตัว แต่ความกระเหี้ยนกระหือรือเกิดขึ้นเมื่อเห็นประโยคว่า

“Participants will receive 2000 Yen!! ”

ด้วยความโลภนำพา เลยรีบตอบแบบตอบรับกลับไปเลยว่าจะสอบ (ไม่ค่อยโลภเลยนะครัชแหม่ 😛 )

ช่วงที่ต้องส่งแบบตอบรับกลับไป เราก็เอาไปถามอาเฮีย ล. เพื่อนที่นั่งข้างกันในห้องแลป ก็อุตส่าห์ดีใจว่าสอบแล้วได้ตังด้วย แต่อาเฮียก็ทำลายความหวังว่า “อ่อ บางทีถ้าโดนให้ไปสอบที่ไกลๆ 2000 เยนก็อาจเป็นค่าเดินทางก็ได้นะ -.-” โอเค… งั้นลองลุ้นดีกว่า

******************************************************************

ล่วงเลยมาจนใกล้ถึงวันสอบ สุดท้ายเราก็ได้จดหมายตอบรับให้ไปสอบสักที ในบัตรประจำตัวผู้สอบ ก็มีข้อมูลให้พร้อมเลยว่า ให้ไปลงที่สถานีไหน ออกประตูไหน พร้อมแผนที่เสร็จสรรพ

961565_10152441895295811_1864712124_n

(ปล. ในนี้เป็นแผนที่ที่จะสอบวันจริง ของ Mock Exam นี่โดนเก็บไปละ)

วันสอบเราได้ไปสอบที่ Rikkyo University ที่ Ikebukuro ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเราเท่าไหร่… แต่เนื่องจากก่อนวันสอบมีงานประชุมวิชาการ TJIA ที่โทได ซึ่งอยู่ใกล้บ้านเพื่อนชาวจีนพอดี (แถว Korakuen) ก็เลยไปสิงที่บ้านเพื่อนในช่วงนั้นซะเลย สรุป 2000 เยนนั่นก็คงจะไม่ได้ใช้กับค่าเดินทางเท่าไหร่นัก 😀

การสอบครั้งนี้ดังที่กล่าวไว้ว่าเป็น Mock Exam Test เราเลยไม่ได้ซีเรียสเท่าไหร่นัก หนังสือหนังหาก็ไม่ได้อ่านเลย (ซึ่งไม่ได้อ่านมานานตั้งแต่ที่สมัครสอบละ -*-)

******************************************************************

วันสอบ เริ่มสอบเวลาเที่ยงครึ่ง เราก็ออกจากบ้านเพื่อนประมาณสิบเอ็ดโมงกว่า

หลังจากก้าวเท้าออกจากสถานีรถไฟฟ้า ตามประตูที่ใบสมัครสอบบอก สิ่งที่เห็นคือ เจ้าหน้าที่ถือป้ายชี้สถานที่สอบ พร้อมลูกศรที่ชัดเจน ! (ไม่ได้ถ่ายรูปมาด้วย เกรงใจ เดี๋ยวโดนด่า 555) และแต่ละจุดก็จะมีคนยืนเป็นระยะๆ ตามแยกๆ พร้อมทั้งบอกเราว่า ไปทางนี้นะค้าาา (เพราะเราถือบัตรเข้าสอบไปด้วย) ดังน้นคิดว่า ถ้าไม่หลงศูนย์

ถึงที่สอบก็เกือบๆ เที่ยงพอดี ด้วยความที่คิดว่าไปหาอะไรแถวนั้นก็พอไหว เลยไม่ได้กินข้าว…

เนื่องจากไปถึงก็หวิดๆ เที่ยง เราเลยกลัวว่าจะเข้าห้องสอบไม่ทัน….เลยกะจะหาพวก Family mart / ร้านสะดวกซื้อแถวนั้นซะหน่อย… แต่… แถวนั้นไม่มีอะไรขายนอกจากตู้น้ำ T_T

10325267_10152439565320811_2593063961967861084_n

มาถึงมหาวิทยาลัยดังในรูป ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นคนถือป้ายยืนอยู่ (ใต้ต้นไม้จากทางขวา หุหุหุ) เราก็เดินไปตามทิศที่เค้าบอก เข้าไปถึงที่สอบก็มีโต๊ะ information พร้อมบอกว่า เลขที่สอบที่เท่าไหร่ ให้ไปไหนบ้าง

ระหว่างทางที่ขึ้นตึก สิ่งที่อึ้งนิดนึงคือ ป้ายทุกป้าย โฆษณาทุกโฆษณา ถูกปิดทับด้วยกระดาษขาวหมด ! ขนาดป้ายห้องน้ำ ป้ายทิ้งขยะ ยังถูกปิดทับและปิดป้ายด้วยภาษาอังกฤษ !! อึ้งสักพักก็ถึงที่ห้องสอบพอดี

เข้ามาห้องสอบ ก็ไม่ต่างกับเวลาที่สอบในไทยเท่าไหร่ ป้ายเล็กป้ายน้อยในห้องก็ถูกปิดทับด้วย postit แบบว่าไม่ให้เห็นอะไรเลย T.T… บนโต๊ะก็จะมีสติกเกอร์หมายเลขติดอยู่ เราก็นั่งตามหมายเลขที่เค้าแปะไว้ จนใกล้ถึงเวลา กรรมการคุมสอบก็อ่านคำชี้แจงต่างๆ นาๆ ระหว่างนี้ก็จะมีการตอบจากผู้สอบด้วย คำชี้แจงอันนึงที่ทำให้ตกใจในความละเอียดก็คือ “ยางลบ กรุณาเอาปลอกยางเล็บออกด้วยนะครับ” (พลางคิดไปว่า ละเอียดขนาดนั้นเลย) ระหว่างนั้น กรรมการสอบก็จะตรวจสอบรายชื่อจากไซริวการ์ดหรือ passport กับบัตรสอบ …

ตอนแรกเราก็กะว่า เรามีไซริวการ์ด กับบัตรสอบนี่นา… ถ้างั้นตอนสอบแอบดูภาษาญี่ปุ่นได้อะสิ… ยังไม่ทันจะคิดเสร็จ กรรมการสอบก็ ให้เก็บของทุกอย่างลงไปในกระเป๋า ทั้งไซริวการ์ด ละบัตรสอบ กรรมการก็แจกข้อสอบ ซึ่งกระดาษคำตอบก็มีชื่อเราติดไว้เรียบร้อย ไม่ต้องฝนเอง (อันนี้บ้านเราก็มีเหมือนกัน ไม่ต้องทำอะไรเลย) แล้วก็ถึงเวลาสอบ…

เนื่องจากการสอบนี้เป็น Mock Exam ดังนั้นข้อสอบจริงๆ เลยเหลือให้ทำแค่สิบข้อ ไม่เยอะเท่าข้อสอบจริง ซึ่งผลจากการสอบก็คงวอดวายย่อยยับกันไป สมกับที่ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย -.-”

พอสอบเสร็จแต่ละ part กรรมการก็ปล่อยให้ไปเข้าห้องน้ำตามสบาย แล้วก็เข้ามาใหม่ใน part อื่น ซึ่งพอมาใน part อื่น กรรมการก็ยังคงตรวจหน้าตากับบัตรเข้าสอบอย่างละเอียดต่อไปจนจบ… ส่วน Part 3 เป็น part การฟัง ทุกห้องก็มีลำโพงที่ปล่อยเสียงไปพร้อมๆ กัน ก่อนสอบก็มี Sound staff โดยเฉพาะมาเช็คตามห้องอีกที ซึ่งเสียงที่ได้ยินก็ฟังชัดดี…สอบจนเสร็จทุกคนก็เซ็นใบเสร็จรับเงิน และรับเงินกลับไปนอนกอดต่อไป…

สอบเสร็จก็ทำให้คิดว่า ปีหน้าสงสัยจะได้สอบ N4 ใหม่อีกรอบแน่ๆ (ถึงแม้จะยังไม่ได้สอบก็ตาม) เอาไว้เราไปตั้งเป้าหมายกันใน “สรุปชีวิตปี 2014 และเป้าหมายชีวิตปี 2015” ตอนสิ้นปีนี้ก็แล้วกัน (หวังว่าอีกสองสัปดาห์ที่จะถึงการสอบก็คงจะพอมีอะไรไปสอบบ้างนะ -.-)

******************************************************************

สรุปเรื่องการสอบครั้งแรก ทำให้คิดถึงเวลาที่ไปสอบ CU-TEP หรือสอบอะไรในไทย ซึ่งพอสรุปสังเขปได้ดังนี้

  • ที่นี่เรื่องการแต่งกายไม่ได้เคร่งครัดว่า ต้องใส่เสื้อคอมีปก กางเกงที่ไม่ใช่ยีนส์ เอ็งจะใส่อะไรมาก็ใส่ไป (อย่าใส่ชุดวันเกิดไปสอบละกัน)
  • การจัดการค่อนข้างดี ถึงแม้เป็นแค่การสอบ Mock Exam ก็ตาม แต่มาตรฐานการจัดการสอบก็ถือว่าโอเคมากๆ ถ้าเทียบกับเมืองไทย กับการสอบใหญ่ๆ เช่น CU-TEP หรือ GAT/PAT ก็อาจกล่าวได้ว่าการสอบในไทยก็มีมาตรฐานพอตัวเลยทีเดียว !
  • ที่รู้สึกประหลาดใจและชื่นชม คือการใส่ใจในรายละเอียด เช่นจัดให้คนไปยืนตามจุดต่างๆ ถือป้ายบอกทาง (ซึ่งในไทย ไม่น่าจะมีขนาดนี้) หรือการไฟต์เอากระดาษไปแปะทับทุกป้ายที่อยู่ในตึก (อันนี้นับถือเค้าเลย!)

ท้ายที่สุดก็หวังว่าการสอบของเราอีกสองสัปดาห์คงจะพอมีคะแนนติดไม้ติดมือบ้างไม่มากก็น้อย

และ…

ขอบคุณทุกคนที่ทนอ่านครับ

(มีคนอ่านของแกด้วยหราาาาาาาาา)

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s