เรื่องเล่าเม้าท์ในแลป 6: เบิกตังไปประชุมวิชาการ

เรื่องเล่าในวันนี้ออกจะเป็นการบ่นๆ นิดหน่อย แต่ก็เป็นแง่มุมที่น่าสนใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่นี่

สืบเนื่องจากเราจะไปประชุมวิชาการที่สโลวีเนียตอนเดือนมีนาคมนี้ ก่อนที่จะไปก็คุยกับซุป ซึ่งท้ายที่สุดเราก็สามารถเบิกเงินกับมหาวิทยาลัยได้ ส่วนที่เบิกได้คือ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าลงทะเบียน

การเบิกเงินนี่ มีสิ่งที่แตกต่างจากที่ไทยหลายๆ อย่าง ที่น่าสนใจ (อาจจะเป็นเฉพาะมหาวิทยาลัยเราก็ได้) ดังนี้
1. ที่นี่ไปประชุมวิชาการไม่ได้เบี้ยเลี้ยงนะเออ (อันนี้เฉยๆ)

2. ที่น่าเซ็งกว่านิดๆ คือ นอกจากจะไม่ได้เบี้ยเลี้ยงแล้ว เรายังโดนหักค่าอาหารที่รวมในค่าลงทะเบียนด้วยนะเออ!
(อันนี้มีประสบการณ์มาครั้งนึงเมื่อตอนงานเจซีดีซีจีจีเมื่อเดือนที่แล้ว ค่าลงทะเบียนมันแปดพันเยน แต่ในเว็บไซต์เขียนไว้หราเลยว่า ค่างานเลี้ยงหกพันเยน ตอนเบิกเงินคืน อาจารย์พาไปเบิกให้สองพันเยนถ้วน)
******************************
เรื่องมันมีอยู่ว่า ในเว็บไซต์ลงทะเบียนของงานคอนเฟอเรนซ์ เค้าเขียนมาว่า อัตราค่าประชุมสำหรับนักเรียนมันคือหกสิบยูโร (คิดเป็นเงินเยนก็ประมาณแปดพันเยน) แต่ในเว็บไซต์นั่นดันเขียนบอกไว้ว่า ในแพคเกจนี้ ประกอบไปด้วย
1. ค่าอาหารกลางวัน
2. ค่าเบรคการประชุม
3. ค่าอาหารเย็นวันที่สอง (ที่ในนั้นเขียนว่า เป็นกิจกรรมสังคม)
4. ค่าร่วมกิจกรรมวิชาการ
5. ค่าร่วมกิจกรรมทางสังคม (? ในนั้นบอกว่าเป็นโซเชียลแอคทิวิตี้)
แต่ในนั้นก็ไม่ได้แจกแจงรายละเอียดหรอกว่าข้าวมื้อละเท่าไหร่ยังไง อ้อ ในเว็บไซต์นี้ก็บอกด้วยนะว่า โชคดี๊ดี ปีนี้มีเงินสนับสนุนมาช่วย เลยได้ค่าลงทะเบียนถูกสุดๆ

ภายหลังจากที่คุยงานกับอาจารย์ที่ปรึกษา เราก็เล่าให้อาจารย์ฟังเรื่องเกี่ยวกับการลงทะเบียน (พร้อมโชว์หน้าที่บอกด้วย) อาจารย์เลยให้เราไปคุยกับสำนักงานบัณฑิตวิทยาลัย (อาจารย์ก็บอกว่า เราไม่ควรปกปิดข้อมูลพวกนี้อยู่แล้วนะ)

วันนี้ได้เวลาดี ก็ไปคุยกับสำนักงานบัณฑิตวิทยาลัย (ฤกษ์สะดวกน่ะ 555) ก็เลยปรึกษาว่า รายละเอียดในเว็บไซต์บอกว่ามันรวมค่าอาหารอะไรงี้ด้วยครับ! ที่บัณฑิตวิทยาลัยก็เลยให้เราส่งอีเมลล์ไปถามคนจัดงานว่า ช่วยประมาณค่าอาหาร ค่างานเลี้ยงได้ไหมว่าประมาณเท่าไหร่ -.-”

อันตัวเราก็ช๊อคๆ นิดนึงว่า มันละเอียดยิบย่อยขนาดนั้นเลยหรอฟระ! แต่จริงๆ คุณ อกชร. ที่เค้าเตอร์บัณฑิตวิทยาลัยของภาคก็เอาแบบฟอร์มมาให้สำหรับแจ้งเบิกเงิน ซึ่งในแบบฟอร์มนั่นก็มีที่ให้กรอกว่า “ในกรณีที่คนจัดงานไม่สามารถแจ้งให้ได้ว่าที่รวมค่าข้าวเป็นเท่าไหร่ ภาคก็จะออกเต็มให้” (ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องถามคนจัดงานซะก่อนด้วยนะเออ)

ทั้งๆ ที่ไม่อยากส่งอีเมลล์ไปถาม (ตรูติ๊กช่องนั้นเลยได้ไหมเนี่ย) แต่ก็ต้องส่งเมลล์ไป ท้ายที่สุดก็โชคดีหน่อยที่ได้คำตอบมาว่า ค่าข้าวนั้นสนับสนุนโดยสมาคมสักสมาคม ไม่รวมในค่าลงทะเบียน แต่มันรวมค่างานเลี้ยงในนั้น ประมาณยี่สิบเจ็ดยูโร ก็โอเค โดนหักนิดหน่อยก็ไม่ว่ากัน (คุณคนจัดงานท่าจะบ่นว่า ตานี่นี่เรื่องมากจริงๆ ตั้งแต่ขอเอกสารทำเชงเก้นวีซ่าละ)
******************************
3. แต่ภายใต้ความรุงรัง ก็มีความน่ารักอยู่พอสมควร

เนื่องจากเราเบิกเงินนี้ในช่วงใกล้ปิดปีการศึกษามหาวิทยาลัย (คือเดือนมีนาคม) หากเราจ่ายทุกสิ่งอย่างด้วยบัตรเครดิต สลิปมันก็จะมาไม่ทันปิดงบ ดังนั้น ทุกอย่างจึงต้องจ่ายด้วยเงินสด!!!

สิ่งที่ต้องจ่ายเป็นเงินสดคือ ค่าโรงแรม อันที่จริงค่าโรงแรมไปจ่ายที่นู่นก็ได้ แต่เนื่องจากเราต้องใช้เอกสารการยืนยันจ่ายเงินของโรงแรมไปสมัครเชงเก้นวีซ่า (รุงรังเรือหาย) ดังนั้นเราก็ต้องจ่ายเลย ด้วยเงินสด ซึ่งจากการเอาเงินไปจ่ายด้วยการโอน ค่าธรรมเนียมมัน เจ็ดพันห้าร้อยเยน!
นี่รวมถึงค่าลงทะเบียนที่กำลังจะไปจ่ายด้วยนะเออ (ค่าลงทะเบียนประมาณแปดพันเยน แต่ค่าธรรมเนียมการโอน เจ็ดพันห้าร้อยเยน ช๊อค)

แต่เนื่องจากไม่มีทางเลือกในการชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าว สุดท้ายคุยกับคุณ อกชร. เลยได้คำตอบว่า ตอนเบิกเงิน เบิกค่าธรรมเนียมธนาคารได้อยู่นะ (แต่ก็เสียดายตังแทนมหาวิทยาลัยเหมือนกัน -,-“)
******************************
4. วิธีเบิกเงินเบิกทองของที่นี่ ก็ดูยุ่งยากซับซ้อนไม่แพ้บ้านเรา เอกสารเป็นภาษาญี่ปุ่น (แต่โชคดีมีตัวอย่างเป็นภาษาอังกฤษให้ดูบ้าง) และยังมีวิธีการเบิกเงินแบบๆบ้านเรา ที่ว่า เบิกจากเงินหลายๆ กองอีกต่างหาก (อาทิเช่น ค่าตั๋วเครื่องบินแสนหก เบิกจากเงินก้อนเอ แสนนึง ที่เหลือไปเบิกจากเงินก้อนบี ฯลฯ)

5. เสร็จงานก็ต้องส่งรายงานสรุปการเดินทางด้วย อันนี้ก็คงไม่ต่างจากบ้านเรา

6. จากความละเอียดถี่ยิบที่ได้แสดงในข้อ 1-5 การจะแอบอยู่เที่ยวต่อ (ถึงจะเป็นเงินตัวเอง) ก็คงจะไม่ได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยเป็นแน่แท้ ~ (อันนี้อาจารย์บอกไว้ว่า ตอนจองก็ให้รีซอนเนเบิลนะเออ อย่าให้เค้าถามว่าทำไมต้องอยู่ต่ออีกหนึ่งวันหลังจากเสร็จงาน ประมาณนี้)
******************************
สรุปแล้ว ที่นี่ค่อนข้างสนับสนุนเรื่องการทำวิจัย การไปนำเสนอผลงานพอสมควร ด้วยเงินก้อนของมหาวิทยาลัย เรามีสิทธิ์เบิกไปประชุมได้สองครั้งต่อหนึ่งปีการศึกษา (ในประเทศหนึ่งครั้ง ต่างประเทศหนึ่งครั้ง) ซุปเราบอกว่า คุณไม่ต้องกังวลเรื่องเบิกเงิน ถ้าจะไปละเบิกกับมหาวิทยาลัยไม่ได้ ก็เบิกกับเงินวิจัยของอาจารย์ก็ได้ (แต่ประเด็นคือ จะมีงานไปรึเปล่า ฮ่าๆ) ก็เป็นมุมมองที่น่าสนใจที่แตกต่างจากบ้านเรา (เพราะบ้านเราไม่ได้มีตังมากแบบนี้ไง ฮาาา) ที่สำคัญที่สุดคือที่นี่ ทุกอย่างต้องเป๊ะ ใบเสร็จต้องถูกต้องทุกประการ จะมามุบมิบแบบบ้านเรานี่ไม่ได้แน่นอน!!

เรื่องพวกนี้…ก็ต้อง หมั่นคอยเรียนรู้ไป จะเข้าใจเองงง ~~ (มังคะ)

ปล.1 ณ โพสต์นี้ได้ปิดกั้นการเข้าถึงจากสหายชาวเมไดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ปล.2 เพื่อความปลอดภัย เราจึงพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษ จึงเกิดความไม่ค่อยกระชับในเนื้อหาเท่าไหร่

โฆษณา