เรื่อยไปในโตเกียว 14 : ตะลุยเกียวโตกับ JCDCGG2015~

ดูลักลั่นย้อนแย้งมากจากหัวข้อ เพราะเราบอกว่าเป็นเรื่องเรื่อยไปในโตเกียว แต่ดันเขียนเรื่องเกียวโตซะงั้น – -”

ที่ให้มันอยู่ในเรื่อยไปในโตเกียว ก็เพราะว่า มันเป็นผลงานที่ได้จากการอยู่โตเกียวไงละเอออออ ~ (แถไปนั่น สีข้างถลอกปอกเปิกหมดแล้ว)

*********************************************************************************************

….Introduction….

คิดว่าหลายๆ คนอาจจะมีความทรงจำเกี่ยวกับงานประชุมวิชาการที่ต่างกันไป… สำหรับเรา งานที่เรียกได้ว่าเป็นงานเปลี่ยนชีวิตเลยก็คืองาน JCDCGG และงานในเครือทั้งหลายทั้งมวล

เมื่อปี 2012 เป็นปีที่เราเพิ่งเริ่มทำ Thesis ป.โท เป็นช่วงที่กำลังเลือกหัวข้อ เปลี่ยนสายจาก ป.ตรีที่เคยทำ fixed point theory (ซึ่งเป็นทาง analysis) ไปทำสายที่พอจะอิงแอบ applied math ได้ (เป็นต้นว่า ใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ หรือไม่ก็ทำเรื่องราวที่มาจากปัญหาในโลกจริงบ้าง) ช่วงนั้นก็มีงาน Conference ที่น่าสนใจงานหนึ่งที่ชื่อโคตรยาว นั่นคือ TJJGGCC2012 (นี่คือตัวย่อนะ) ซึ่งปีนั้นมาจัดที่ มศว นั่นเอง! สมัยนั้นเราก็เริ่มๆทำความรู้จักกับสายงานทาง Computational Geometry แล้วนิดหน่อย การไปฟังครั้งนั้นคือการฟังการประชุมวิชาการแบบนานาชาติครั้งแรกของเราเลยล่ะ!!!

286680_10151145268040811_143668957_o 335974_10151145779315811_1886483121_o

รูปซ้าย : เล่ม abstracts กับป้ายชื่อสีสดใส, รูปขวา : กับ Prof. Jin Akiyama, Steering Committee of JCDCGG

หลังจากงานนั้น ด้วยความที่เราไม่เคยไปต่างประเทศเลยสักครั้งในชีวิต ! งานนั้นเลยเป็นงานสร้าง Motivation ให้อยากไปต่างประเทศ ทั้งเรื่องการไปพรีเซนต์งานที่ญี่ปุ่นในงาน JCDCGG2013 ที่โตเกียว และตอนสมัครทุน พสวท. ต่างประเทศ ซึ่งเราก็เขียนไปอย่างไม่ลังเลว่า จะเรียนสาย Computational Geometry ที่ประเทศญี่ปุ่น…

ในที่สุดเราก็สามารถปั่นงานและส่งงานมา JCDCGG2013 ที่ญี่ปุ่นได้ ช่วงปีนั้นเป็นปีที่เราได้ทุน พสวท. ต่างประเทศแล้ว และต้องหาที่เรียน หาอาจารย์ทำ ป.เอก งาน JCDCGG2013 ก็เป็นงานที่เราก็ต้องไปหาอาจารย์เหมือนกัน ที่งานนั้นเราฟังงานนึงของ Invited speaker และชอบมากๆ งานนั้นเราก็ไปขออาจารย์ถ่ายรูปด้วยล่ะ และเก็บไว้เป็นตัวเลือกหลักสำหรับจีบเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา (ดูมหากาพย์ได้ที่ เตรียมตัวเก็บกระเป๋าตอนที่ 5) แต่ในงานนั้นเรายังไม่ได้คุยกับอาจารย์ เพราะตอนนั้นยังติดพันที่คิวชูอยู่ ประเด็นเรื่องคิวชูก็จะมีเรื่องที่พีคเหมือนกันใน JCDCGG2015 ไว้เล่าในเรื่องหลัก และในที่สุด เราก็ติดต่ออาจารย์ท่านนั้น และท่านนั้นก็มาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของเราในวันนี้นี่เอง…

1239351_10151638440955811_1024369096_o

ป้ายชื่อ JCDCGG2013 ที่คนลงทะเบียนลืมทำให้เรา เลยต้องเขียนเอง (น้อยใจ ฮือออ)

หลังจากผ่านมรสุมคลื่นการหาที่เรียนจนได้มาเหยียบผืนแผ่นดินญี่ปุ่นแล้ว งาน JCDCGG2014 ก็มีจัดอยู่แบบขัดตาทัพ (ปกติ rotation จะเป็น จัดในญี่ปุ่นปีนึง ออกไปข้างนอกปีนึง) ปีนั้นเป็นแบบ domestic conference ซึ่งเราก็อยากไปฟัง แต่ซุปเราก็บอกว่า ส่งงานไปพูดเลย (ช๊อคไปห้าวินาที) ก็เลยส่งงานไป และก็ไปนำเสนอที่งานนั้น

10405315_10152308018525811_5783286902033604465_n

งานจัดขัดตาทัพ ปีนี้เป็นปีที่ไม่มีป้ายชื่อนะเออ – -“

วนมาถึง JCDCGG2015 เมื่อปี 2013 ทีม committee ก็บอกแล้วว่าจะมาจัดที่เกียวโต เราก็เกาะหน้าจออย่างลุ้นระทึก และส่งงานมาในที่สุด!! เนื่องจากพี่ต้นแห่งโทไดส่งข่าวว่า หลังจาก JCDCGG นี้มี sister conference เกี่ยวกับ Big data เราก็พอจะสนใจอยากรู้เหมือนกัน เพราะมาอยู่ญี่ปุ่นนี่ได้ยินคำนี้มาบ่อยมาก เราจึงขอซุปมาฟังด้วยอีกงานต่อกัน เป็นทริปนอกโตเกียวที่อยู่มันเต็มๆ หนึ่งสัปดาห์เลยล่ะ ! (ซุปก็อนุญาตด้วย แต่ก็แลกมันมาด้วยการเขียนเป็น Report ในวิชาเราฟาด F ไปจากคดีฮิโรชิมาพาซวย T_T) จึงนำมาสู่เรื่องราวใน “เรื่อยไปในโตเกียว 14” นี่เอง !!

11958117_10153061790945811_1408883865043478328_o 12006622_10153067035330811_5634531766373968053_o

ป้ายชื่อปีนี้ แถมด้วยงาน Big Data workshop

เรื่อยไปในโตเกียวตอนนี้ จะมาเล่าสู่กันฟังถึงประสบการณ์การไป JCDCGG2015 และ Big Data workshop ที่จัดที่เกียวโต ซึ่งมีทั้งเรื่องสนุก เรื่องความรู้ และเรื่องดราม่า…ขอเชิญวาร์ปอ่านได้เลยครัชชชชช…

*********************************************************************************************

บันทึกการเดินทางจากการประชุมวิชาการ

  • The 18th Japan Conference on Discrete and Computational Geometry and Graphs (JCDCG^2 2015) ณ Clock Tower Centennial Hall, Kyoto University
  • International Workshop on Innovative Algorithms for Big Data (IABD2015) ณ Kyoto TERRSA HALL, Kyoto

13 – 19 September 2015

13 September 2015 เดินทาง และทัศนศึกษาทางธรรมชาติ

จริงๆ แล้วงานประชุมเริ่มวันที่ 14 กันยา แต่เนื่องจากเรามีความอยากเที่ยว เราเลยรีบออกจากที่บ้านตั้งแต่เจ็ดโมง เพื่อไปขึ้นรถไฟชินคันเซนไปที่เกียวโต ! ก่อนขึ้นก็แวะซื้อของฝากให้กับสมาชิกชาวคันไซหลายๆ ท่านที่จะไปพบเจอ 😀

บรรยากาศขึ้นรถไฟของเราก็ไม่ตื่นเต้นแล้ว เพราะครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง (ครั้งแรกคือไปฮิโรชิมา) เดินทางประมาณสองชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงสถานีเกียวโตพอดี… ไปถึงปุ๊บอากาศกำลังสบายๆ แต่หาท่ารถบัสไม่เจอ… ท้ายที่สุดเลยไปถามคุณลุงที่ทำหน้าที่จัดคนให้ลงรถให้ถูกคัน เลยรู้ว่าไปที่ไหน…

12014989_10153060090865811_5671236133325482979_o

เริ่มออกเดินทาง!

ออกเดินทางจากรถบัสไปถึงแถวๆ โรงแรม… แรกสุดที่เราจองโรงแรม เราก็เลือกตำแหน่งและสถานที่ที่ดี ใกล้รถไฟฟ้าหลายสาย ใกล้รถบัสเลยล่ะ (สมมติว่าสาขา A)… แต่พอมาหาข้อมูลหลังๆ เริ่มหลงว่าโรงแรมมีที่ไหน (โรงแรมที่ไปพักคือโรงแรม Toyoko inn ซึ่งเป็นโรงแรมที่มีหลากหลายสาขามากกก) นึกยังไงไม่รู้เลยไป pin แผนที่ที่สาขา B ไป – -” เราก็กด google map ในมือถือ ก็เลยลงป้ายรถเมล์ไป…

เนื่องจากเราสามารถเชคอินได้บ่ายสามโมง เราจึงกะจะฝากกระเป๋าไว้แล้วไปเที่ยว ไปถึงโรงแรมปุ๊บก็ฝากกระเป๋า และพนักงานก็บอกว่า…

เชคอินผิดโรงแรมค่าาาาาาาาาาา

เงิบ! พนักงานเอาแผนที่ให้แล้วก็ชี้ว่าไปทางไหน จริงๆ เดินไม่ไกลมาก ประมาณโลนิดๆ T_T แต่เนื่องจากกระเป๋าเราก็แอบหนัก (กระเป๋ากล้อง 1 กระเป๋าเป้ 1 กระเป๋าเสื้อผ้า 1) เราจึงออกไปขึ้นรถเมล์ไปที่โรงแรมที่ถูกต้องสักที T_T

ถึงโรงแรมเกือบๆ เที่ยงแล้ว วันนี้เราได้นัดพี่แพร (พี่รหัสของเราตั้งแต่สมัย ป.ตรี ซึ่งพี่แพรมา train งานที่เกียวโตหนึ่งปี เย่ๆ) ไปเที่ยว Arashiyama กันตอนเที่ยง สรุปคือสาย T_T ปกติเราจะมีโค้ดเนมเรียกกันว่าพี่สิงโตกับน้องหมีควาย ซึ่งเรียกแซวกันตอน ป.ตรีอย่างเฮฮา lol

สุดท้ายเรานัดเจอกันที่สถานที Arashiyama พี่แพรมา JR แต่เรามารถ Randen ซึ่งอยู่ใกล้โรงแรมมากมาย lol แต่สุดท้ายก็หากันจนเจออ ~ เริ่มต้นพี่แพรก็พาไปซื้อขนมที่พี่แพรกินเป็นประจำ (ซึ่งพี่แพรมากับเรารอบนี้เป็นรอบที่สาม lol) จากนั้นก็ได้เวลาหาอะไรกิน

เดินไปเรื่อยๆ ก็ไม่มีร้านอะไรถูกใจสักที จนเราไปสะดุดตาเห็นร้าน Buffet ราคาพันแปดร้อยเยน ! ร้านรวงที่เดินผ่านๆ มาเห็นมันราคาก็ราวๆ นั้นนั่นแหละ เลยชวนพี่แพรมาดู ด้วยความที่พี่แพรเป็นสาวกคนกินผัก เจ๊เห็นแล้วเลยกรีดร้องด้วยความดีใจ แต่เนื่องจากดูคนต่อคิวเยอะนิดนึง TT เราเลยไปดูที่อื่นต่ออีก …. แต่พอไปดูที่อื่นก็ไม่เจอที่ดีกว่า เลยชวนกันกลับมาตายรังที่ Buffet เจ้าเดิม ปรากฏว่าคนต่อคิวยาวกว่าเดิม – -” แต่เอาว่ะ รอก็รอ… จนได้กินสักที ซึ่งก็สมกับการรอคอย จัดเต็ม เต็มอิ่ม อิ่มอร่อยมากมาย lol

11059153_10153060268215811_2144440829387798716_o

ของกินฟินฝุดๆ ร้านชื่อ 「ぎゃあてい」กดไลค์ได้ที่นี่

กินจนอิ่มเสร็จแล้ว เราก็ออกเดินทางไปแถวๆ ป่าไผ่กันก่อนเลย! แต่กำลังออกจากร้านได้สิบก้าว เจ๊ลืมโทรศัพท์ไว้ในห้องน้ำที่ร้านอาหาร – -” ดีที่ยังไปไม่ไกลมาก เราเลยกลับมาเจอโทรศัพท์พอดี แล้วก็ตะลุยกันเลย ^_^

ที่หมายที่แรกคือศาลเจ้าอะไรสักอย่าง พี่แพรบอกว่าเป็นศาลเจ้าสำหรับหาคู่ เราก็ไปชมๆ ดูๆ ไป เสร็จจากศาลเจ้าแรกก็ไปเดินป่าไผ่อันแสนเลื่องชื่อกัน

IMG_8924 IMG_8955

เดินชมความสวยงามแล้ว เราก็ออกจากป่าไผ่ก็ไปวัด Tenryuji กันต่อ ซึ่งอยู่ติดๆ กันนี่เอง lol ไปชมวัดชมสวน ระหว่างนั้นก็เห็นมีเด็กๆ จากโรงเรียนไหนสักโรงกำลังเข้าปฏิบัติสมาธิอยู่ คิดในใจว่า เหมือนที่ไทยเลยแหะ ระหว่างนั้นก็หาทางเข้าตัววัด กว่าจะหาเจอก็ใช้เวลาพอสมควร

จากการถ่ายรูปรอบนี้ ทำให้มาเจอว่า ND Filter ที่เราใช้ย้อมฟ้าเป็นประจำนั้นมันเริ่มมีปัญหาจากความมักง่ายของเรา ปกติเราใช้เสร็จ บางทีจะจับยัดใส่กระเป๋ากล้องเลย ซึ่งทำให้มันเป็นรอยอย่างเห็นเด่นชัด T-T แถมกล้องดันมามีปัญหา autofocus อีกต่างหาก ถ่ายรูปไปก็เลยอารมณ์เสียไป TT

เดินพอเป็นพิธีถึงประมาณสี่โมงเย็น ก็ใกล้เวลาเย็น เราเลยรีบไปดูลิงน้อยที่ Monkey Park Iwatayama ต่อ

IMG_8947 IMG_9007

ระหว่างทางก็ผ่านสะพาน Togetsukyo ข้ามแม่น้ำอะไรสักอย่าง แต่มันสวยงาม มีผู้คนมากมายไปล่องเรืออย่างสนุกสนาน ส่วนเราก็รีบปีนป่ายไปสวนลิง จากประสบการณ์ของพี่แพรพบว่า การไปสวนลิงมันคือความโหดหิน เพราะเดินตามทางคดเคี้ยวและลาดชันสุดๆ เดินทางประมาณเกือบชั่วโมง เราก็เริ่มหวั่นๆ แต่เพื่อความสวยงาม เราจะไม่ท้อ

ระหว่างที่เข้าไปทางเข้า พนักงานก็บอกว่า เดินทางยี่สิบนาทีนะคะ… พี่แพรก็ชักสงสัยว่าทำไมมันไว โกหกช้านหรอออ… ตอนแรกก็เดินไปเรื่อยๆ ชันขึ้นๆ มีจุดที่น้องลิงเตะหินตกลงมาอีกต่างหาก (แสบมาก) แต่แป้บเดียวก็ถึง พี่แพรเลยเข้าใจละว่ารอบก่อนนั่นมันซ่อมทาง – -” เราก็เดินทางถึงบนยอดเขา และมองเห็นวิวอันแสนสวยงามของเมืองเกียวโตสักที

IMG_9120 IMG_9203

นั่งพักให้หายเหนื่อย ถ่ายรูปวิว ถ่ายรูปกับลิงแล้ว ถึงเวลาปิดสวน โดนไล่ลงมา TT เราก็ลงมาจากภูเขา และแยกย้ายกับพี่แพรกลับมาสลบที่โรงแรม เป็นอันจบวันแรกของทริปนี้

IMG_9217

14 September 2015 JCDCGG2015 วันแรก

วันนี้ตื่นเช้าโคตรๆ เพราะเมื่อคืนนอนไว และเรากลัวจะไปสาย แต่ปรากฏว่าถึงที่ Kyoto U. ตั้งแต่แปดโมงครึ่ง (ซึ่งตึกมันยังไม่เปิด T.T) เราก็ใจจดใจจ่อ เพราะจะได้เจอกับทีมอาจารย์จากจุฬาที่มาร่วมด้วย สักพักเราก็เจอ อ.ณรงค์ อ.แหนม อ.นิด พี่อ้อ ตามมาด้วย อ.วนิดาผู้ยิ่งใหญ่ และ  อ.รตินันท์ + อ.จิณดิษฐ์ ตอนเช้าเลยถ่ายรูปหมู่กันนิดนึงหน้า Clock hall รอได้เวลาก็เข้าไปเตรียมตัวกัน!

IMG_9307 IMG_9329

สำหรับปีนี้ งานประชุมมี Session พิเศษสองตอน คือ เป็นตอนฉลองการย้ายมหาวิทยาลัย? (เรียกว่าฉลองหรอ) ของ Prof. Katoh (Conference Chair) ซึ่งก็จะมีบรรยายพิเศษจากลูกศิษย์และอาจารย์ของอาจารย์ กับอีกตอนคือ เพื่อรำลึกถึงการจากไปของ Prof. Ferran Hurtado ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับ JCDCGG ….

IMG_9348

ช่วงเช้าก็ฟังบรรยายของ Invited speaker หลังจากนั้นเป็นช่วงเบรคเช้า เราก็เจอพี่ม้อน ผู้ซึ่งเจอกันที่ JCDCGG2013 โดยบังเอิญ (และก็เจอกันในงานวิชาการอยู่เป็นระยะๆ) ไปกินกาแฟของงาน JCDCGG ก็พบว่า กาแฟแรงมากกกก… ไม่มีความง่วงเลย (เย่)

หลังจากช่วงเช้า ก็เป็นและ parallel sessions งานนี้เราต้องตั้งใจฟังเป็นพิเศษ เพราะว่าต้องจดเรื่องราวที่ฟังไปเขียน report ส่งด้วย T-T ในงานนี้เราจึงจดรัวๆ ทั้ง invited speaker และ parallel sessions….ฟังไปเรื่อยๆ จนถึงพักเที่ยง ก็ไปกินข้าวเที่ยงกันที่โรงอาหารมหาวิทยาลัยกับทีมอาจารย์และพี่ๆ จากไทย…

กลับจากกินข้าว ก็เจอซุปเราพอดี (เพราะซุปเพิ่งมาตอนเที่ยง) อาจารย์เลยมานั่งด้วย สำหรับตอนบ่ายวันนี้ เป็น Session พิเศษตอนแรกของ Prof. Katoh ซึ่งเกิดเรื่องพีคขึ้นมากในตอนนี้…

(ตอนต่อจากนี้ขอตัดต่อจากที่โพสใน Facebook ไว้…ถ้าใครเคยอ่านแล้วข้ามไปได้เลยนะครับ)

***********************************************************

>>>>> 2 ปีที่แล้ว <<<<<

เมื่อสองปีที่แล้วตอนก่อนจะมางาน JCDCGG เราอยู่ในช่วงที่กำลังต้องหาที่เรียนต่อ
ในตอนนั้นเราก็ยังไม่ได้มีสายงานในดวงใจ มีอาจารย์คนไหนที่ถูกใจ ดังนั้นช่วงนั้นเราเลยหาข้อมูลเอารัวๆ จากอินเตอร์เน็ต แล้วก็ไปเจอที่ Kyushu U. และอาจารย์ซึ่งทำงานด้าน Discrete Optimization (ซึ่งฉีกจากงานสายเราไปมาก)

รายละเอียดเคยโพสไว้ใน “เตรียมตัวเก็บกระเป๋า ตอนที่ 5 : เส้นทางสู่มหาวิทยาลัย
กำหนดตัวแปรนิดนึงจากในบล๊อก…
อาจารย์คนที่ส่งเมลล์ถามคนแรกที่คิวชู คือ H.K. (แก่หน่อย วัยใกล้เกษียณ)
อาจารย์คนที่ส่งเมลล์ไปขอทำวิจัยด้วยและโดนปฏิเสธ คือ N.K. (ยังไม่แก่มาก ประมาณสามสิบนิดๆ ดูแบบชิวๆ)

หลังจากที่อาจารย์ที่ Kyushu U. ได้ปฏิเสธเราไป เราก็ไม่ได้ส่งอีเมลล์กลับไปอีกเลย ตอนโดนปฏิเสธใหม่ๆ ปรึกษารุ่นพี่ รุ่นพี่ก็บอกประมาณว่า เค้าไม่เลือกแก ก็ไม่ต้องส่งอีเมลล์อะไรยังไงหรอก

จะบอกว่า อีเมลล์ที่เคยร่างไว้ ยังอยู่ในกล่องจดหมาย Draft อยู่เลย ไม่รู้จะพิมพ์อะไรต่อไป….

>>>>> ปีนี้ <<<<<

งาน JCDCGG ปีนี้ มี Session พิเศษ ในโอกาสที่ Conference Chair ปีนี้ย้ายมหาวิทยาลัย ในงานนี้ ผู้จัดงานก็จะเชิญบรรดาลูกศิษย์และผู้ที่เกี่ยวข้องไปพูดเชิงวิชาการเพื่อเป็นเกียรติแก่อาจารย์ท่านนั้น…(หลักๆ แกทำงานเกี่ยวกับ Combinatorial Optimization)

ตอนเราเปิดกำหนดการรวม เราเห็นชื่อเต็มของอาจารย์ H. (แต่นามสกุลไม่ใช่น่ะ คนละคนนั่นแหละ) ก็คิดในใจถึงความหลังครั้งเก่าว่า เออ ชื่อดูคล้ายๆ กันนะ แต่ด้วยการเอะใจนี่มันมีความรู้สึกเหมือนว่าเราจะเจออะไรสักอย่างในงานนี้

เหลือบไปอีกนิดที่ session พิเศษ… เราเห็นชื่อคล้าย ๆกับ อ. N.K. แต่เวลานั้นในชื่อ N. เนี่ย ตัวอักษรตกไปประมาณตัวนึงหรือสองตัว เราก็ไม่ได้คิดอะไร รู้แต่ว่ารู้สึกเอะใจอะไรสักอย่างกับ Topic ที่คนนั้นพูด แต่ก็นึกไม่ออก…

>>>>> วันนี้ <<<<<

วันนี้ตอนเช้าลงทะเบียนอะไรเสร็จเรียบร้อยแล้ว… ช่วงเช้าเราก็เดินไปนู่นนี่ รู้สึกเจอคนญี่ปุ่นหน้าคุ้นๆ แต่เราก็นึกไม่ออกว่าใคร… จนกระทั่งกำลังจะเริ่มเข้า Session บ่าย หลังเบรค ช่วงก่อนเข้า session พิเศษนั่น จู่ๆ เราก็ไปดูกำหนดการว่า Session พิเศษจะมีใครพูดบ้าง… ประกอบกับเราเริ่มรู้สึกว่า คนที่เราเจอแล้วรู้สึกว่าหน้าคุ้นๆ หันกลับมามองทางเราบ่อยเป็นพิเศษ !

ปะติดปะต่อเรื่องราว….
.
.
.
นี่คือ N.K. ตัวเป็นๆ เลยนี่หว่า !!!!! (เพราะเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ท่านนั้น ผ่างๆๆ)….

ช่วง Session พิเศษ นี่ เราก็นั่งฟังไป (ตอนนั่งเนี่ยนั่งข้างๆ ซุปเลยแหละ) ก็รู้สึกว่า N.K. มองกลับมาทางเราบ่อยมาก (คืออาจจะมองมาแบบปกติแหละ แต่ตรูเริ่มร้อนตัว แบบว่ามีชนักปักหลังนิดนึงว่าเคยโดนปฏิเสธ และไม่ได้ส่งอีเมลล์ไปหา) ในใจก็คิดว่า อ่าว ชิหายละๆๆ ไปจนจบครึ่งแรกของบรรยายพิเศษ

ช่วง Coffee break… เราก็แบบว่า แวะไปห้องทานชานิดนึงพอเป็นพิธี ใจก็กลัวๆ กลัาๆ ว่าจะเข้าไปสวัสดีดีไหม เพราะรู้สึกมีปมค้างคามาก… จากนั้นก็รวบรวมความกล้า…

เราไปที่ห้องบรรยายหลังจากนั้นพอดี…
หาจังหวะเหมาะๆ เลยเข้าไปทักแก และแกก็จำได้ !

เริ่มต้นเราก็ไปขอโทษขอโพยแกก่อนเลยที่ไม่ได้ส่งเมลล์ไปหา แกก็บอกว่า ไม่เป็นไรๆ จากนั้นก็คุยไปเรื่อยๆ ประมาณว่าตอนนี้กำลังทำงานอะไรอยู่ ทำกับใคร แกก็บอกประมาณว่า ผมคิดว่าคุณก็ควรทำทาง Computational Geometry นี่แหละ เพราะมัน fit well กว่า และ background คุณก็เป็นทางนี้อยู่แล้ว (แกบอกว่าแกชอบแถวๆ Nakano เป็นที่ที่โอเคมากเลย บ้านพ่อแกอยู่แถวนั้น) คุยอีกนิดๆละแกก็ไปเตรียมพูดต่อ

ในที่สุดก็เคลียร์เรื่องที่ค้างคาใจมาจะสองปีสักที
ได้เวลาลบอีเมลล์ที่ร่างค้างไว้ใน mailbox สักที…..

***********************************************************

ช่วง coffee break ก็คุยกับอาจารย์ณรงค์ เราก็บ่นพึมพัมอะไรสักอย่าง ทำนองว่าพอนเดอริงอร่อยเป็นภาษาญี่ปุ่น หันไปก็เจออาจารย์จากทสึคุบะพอดี เลยคุยๆทำนองว่ามาจากไหนยังไง ทำความรู้จักกัน… พี่ม้อนก็มาร่วมวงด้วย

เสร็จจากงานวันแรก ก็เกือบๆ จะหกโมงเย็นแล้ว ตอนแรกกะจะไปเที่ยวๆ รอบๆ สถานีเกียวโต แต่ตอนกำลังเก็บกระเป๋าวันนี้ ซุปก็ถามว่าวันนี้มีแพลนไปไหนหรือยัง เราก็บอกไปว่ายังไม่มี… อาจารย์เลยชวนไปกินอาหารมื้อเย็น เราเลยนั่งรถเมล์ไปกับซุป แล้วก็ลงไปที่ห้างไดมารู

IMG_9368

ซุปก็ถามว่าจะกินอะไร ก็นึกไม่ออกแหละ (คำถามยากกว่า thesis อีก) สุดท้ายซุปก็พาไปกินอาหารญี่ปุ่นสไตล์เกียวโต ระหว่างกินไปก็คุยไปทั้งเรื่องชิว เรื่องวิชาการ เกี่ยวกับเปเปอร์ และงานวิจัยใหม่ที่กำลังจะ attack ในไม่ช้า! นั่ง list ไปตอนนี้เราจะต้องเคลียร์งาน  2 paper ให้เสร็จภายในปีนี้ และมีอีก 1 paper กำลังจะรออยู่ในปีหน้าสำหรับงานที่ทำอยู่ และมีงานใหม่ของอาจารย์ให้ทำต่ออีก แต่เราก็โอเคนะ อยากทำงานๆ lol (แต่นี่กลับไป report รออยู่รัวๆ TT)

กินข้าวเสร็จ งานเข้าเสร็จ ก็เดินกลับไปที่โรงแรมกับอาจารย์ (โรงแรมอาจารย์อยู่ทางเดียวกันกับเรานี่แหละ) เราก็กลับไปเตรียมพรีเซนต์งานที่จะพูดในวันถัดไป

15 September 2015 JCDCGG2015 พรีเซนต์งาน

ตื่นเช้าเวอร์อีกแล้ววววว… ไปถึงก่อนตึกเปิดอีกด้วยในวันนี้ ก็ได้แต่รอแล้วเข้าห้องประชุมไป

วันนี้ก็เป็นคิวที่เราต้องพรีเซนต์แล้ว ซึ่งพรีเซนต์คนแรกของ parallel session แรก ก่อนพรีเซนต์ก็ตื่นเต้นมากกก… ช่วงเบรคนี่ตื่นเต้นไปหมด (ทั้งๆที่จริงๆแล้วก็ผ่านมาหลายเวทีแล้ว แต่ก็ตื่นเต้นอยู่ดี)

Session ของเรา Chair คือเซนเซที่เคยอยู่ Tokai แล้วย้ายไปที่เมได (ก่อนหน้านี้เจอก็ทัก แต่แกไม่รู้จัก – -“) พอถึงเวลา ห้องเราก็เต็มไปด้วยกองเชียร์ชาวไทย เอาล่ะ ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา ไหวอยู่แล้ววววว เราก็พรีเซนต์ไป

IMG_9382

พรีเซนต์เสร็จเป็นช่วงคำถาม ปรากฏว่า ไม่มี – -” การไม่มีคำถามนี่มันน่าคิดหลายอย่าง มองในแง่ดีคือพูดอธิบายเคลียร์ แต่มองในแง่ไม่ดีคือคนฟังไม่รู้เรื่องเลย เรื่องง่ายไปหรือเปล่า?…. อันนี้เราก็แอบคิดไปในทางลบ ฮือออ T.T แต่ก็ช่างมัน ไม่คิดอะไรมาก

เสร็จตอนเที่ยง เราก็ไปทานข้าวกับซุปที่โรงอาหาร ระหว่างนี้ก็มีอาจารย์ Ito มานั่งกินข้าวด้วย ตามด้วย Prof. Sakai, Prof. Katoh มานั่งด้วย มื้อเที่ยงของเราวันนี้เป็นหมูทอดกรอบ อร่อยโคตรรรร เราเลยบอกซุปว่าไปซื้ออาหารเพิ่มนะครับ… กลับมาก็ตกใจกันไปว่ากินเยอะ… ทำให้ประเด็นในโต๊ะอาหารคือเรื่องลดน้ำหนัก T…T กินข้าวกันเสร็จเราก็แยกกับอาจารย์ไปนั่งเม้าท์กับพี่ๆ อาจารย์คนไทยต่ออีกหน่อย

ช่วงบ่ายเป็น Session พิเศษตอนที่สอง สำหรับรำลึกถึงอาจารย์ที่เสียไปแล้ว คนบรรยายก็บรรยายให้ฟังเกี่ยวกับงานที่อาจารย์ทำ สิ่งที่ได้เรียนรู้ สิ่งที่อาจารย์เหลือทิ้งไว้ เล่าเรื่องจากรูป ปิดท้ายด้วยเพลงและภาพส่งท้ายอำลาอาจารย์ เราไม่รู้จักท่านแต่เราก็อดซึ้งและน้ำตาคลอไปไม่ได้..

IMG_9397  IMG_9404

แผนการเที่ยววันนี้… ตอนแรกวางแผนจะไปดูศาลเจ้าจิ้งจอก แต่มันจะตอนเย็นแล้ว เราเลยพกขาตั้งกล้องไปด้วย (วันนี้ prop เยอะ 0,0) จริงๆแล้ววันนี้มี banquet party แต่เนื่องจากตั๋วเข้างานแพงมากกก 10,000 เยน และเบิกไม่ได้ เราเลยกะจะไม่เข้า แต่เหมือนสวรรค์ (พี่อ้อ) ประทาน พี่อ้อเอาบัตร banquet ให้เพราะพี่อ้อจะไปช้อปปิ้ง (เพราะมีพี่อ้ออีกอ้อที่มาด้วยกันเข้างานไม่ได้ เลยจะไปเที่ยวแพคคู่กัน lol) เราเลยได้บัตร banquet มา (ขอบพระคุณพี่อ้อเป็นอย่างสูงอีกรอบครับ /|\)

เนื่องจาก session พิเศษเสร็จห้าโมงเย็น งาน banquet เริ่มหกโมงครึ่ง เลยมีเวลาเหลือประมาณชั่วโมงครึ่ง… เอ๊ะ…เราจะไปไหนดีนะ ตอนแรกก็คิดว่าถ้าไปตามแผนวันนี้จะเป็นยังไง แต่พอเชคเส้นทางแล้วมันไกล และอ้อมกว่า เราเลยปรับแผนการว่า จะไปวัดน้ำใส (Kiyomizu) แทน ซึ่งเราก็ชวนไปกับพี่ม้อน

ไปถึงวัดประมาณห้าโมงกว่าๆ เกือบห้าโมงครึ่ง (วัดปิดหกโมง) จากการคำนวณเวลาพระอาทิตย์ตกดิน ก็พบว่า ไปในช่วงที่แสงกำลังสวยงามพอดี เลยได้เห็นความสวยงามจากมุมมหาชน ดูอย่างอิ่มหนำสำราญแล้วก็กลับโรงแรมไปงาน banquet

IMG_9416 IMG_9475

ที่งาน banquet ปีนี้ เราก็เข้าไป เจอซุปพอดี ซุปก็ชวนไปนั่ง และเราก็ไปเจอกับอาจารย์ไทยเราพอดี สุดท้ายเราเลยชวนซุปเรานั่งโต๊ะนี้ด้วยกันเลย ก็คุยกันอย่างสนุกสนานกันไป แต่งานเลี้ยงปีนี้เงียบเหงากว่าปีอื่นๆ ปกติทุกปี Pro. Jin จะต้องเล่นเครื่องดนตรีของแกด้วย แต่ปีนี้แกรีบกลับโตเกียว งานเลยเงียบๆ ก็นั่งคุยๆกันไปเฉยๆนี่แหละ …

เสร็จจากงานก็กลับเดินกลับโรงแรมกับอาจารย์และพี่ม้อน แยกย้าย และสลบ T.T

16 September 2015 JCDCGG2015 วันสุดท้าย

วันนี้เราปรับเวลาตื่นบ้าง เพราะเห็นว่าตื่นเช้า ไปเช้าก่อนตึกเปิดมาหลายวัน ปรากฏว่าพีคกว่าคือเกือบไม่ตื่น – -” สรุปวันนี้เลยไม่ได้กินข้าวเช้าของโรงแรม แต่เราก็ไปถึงที่ประชุมก่อนเวลาเริ่มงาน (เย่) วันนี้ฝนก็เริ่มสุยๆ มานิดนึง ตามพยากรณ์อากาศ

เราก็เข้าฟังไปตอนช่วงเช้า… ช่วง coffee break เราก็คุยงานประจำสัปดาห์กับซุป (สัปดาห์นี้ย้ายมาคุยที่เกียวโตเลยแหะ) พอเริ่ม session ก็แยกย้ายไป เราก็ไปเป็นกองเชียร์ให้ทีมวิจัยกราฟที่ขึ้นพรีเซนต์ พรีเซนต์ครบหมดแล้วเราก็รอซุปเพื่อคุยงานประจำสัปดาห์ก่อน คุยเสร็จราวๆ ครึ่งชั่วโมง ซุปก็กลับไปนาโกย่า ไปทำธุระต่อ… ส่วนเราก็ไปกินข้าว และเข้ามาประชุมต่อช่วงบ่าย

ช่วงบ่ายก็เป็นห้องนำเสนอผลงานแยก ก็ได้ฟังหัวข้องานที่น่าสนใจ อาทิเช่น พิสูจน์เกมส์ว่าเป็น NP-Hard / NP-Complete ฯลฯ ซึ่งการนำเสนอก็น่าสนใจมากเลยทีเดียว (เราชอบคู่หู Prof. Erik, Langerman ฮามากก) จนจบงานช่วงเกือบสี่โมงเย็น…จบงานแล้วเราเลยรู้ว่า ปีหน้า JCDCGG2016 ก็จะเป็นงาน Scale domestic (คงจะแบบปีที่แล้ว)…  T.T

IMG_9593 IMG_9588

แผนงานทัศนศึกษาของเราวันนี้คือการไปชมวัดทอง (Kinkakuji) แต่เนื่องจากวัดปิดห้าโมงเย็น และเราต้องเดินทางจากมหาวิทยาลัยประมาณครึ่งชั่วโมง ดังนั้นเราจึงต้องทำทุกอย่างให้รัดกุม… วันนี้ก็เดินทางไปพร้อมกับพี่ม้อนอีกเช่นเคย… เนื่องจากพี่ม้อนเป็นผู้เชี่ยวชาญ เราเลยสามารถทัศนศึกษาอย่างรวดเร็ว ถึงที่หมายสี่โมงสี่สิบ ก่อนประตูวัดปิดห้านาที 😀 (น้ำตาจะไหล) เลยได้สัมผัสความงามของวัด เดินชมพอสมควรจนโดนไล่แล้ว ก็เลยกลับที่พัก

IMG_9603

เนื่องจากวันที่เราเดินกลับโรงแรม ผ่านร้านอาหารไทย เลยชวนกันกับพี่ม้อนไปกินอาหารไทยแถวๆ ใกล้โรงแรมเรา ซึ่งพอกินแล้วมันเป็นอาหารไทยที่ไม่ใช่รสไทยเลย… แต่บรรยากาศร้านก็ให้อยู่นะ -,-” กลับมาก็สลบไสล เตรียมตัวไปร่วมงาน Big Data วันต่อไป

17 September 2015 Big Data Workshop วันแรก

วันนี้ตื่นสายกว่าวันอื่นๆ ได้ เพราะงานเริ่มสิบโมง (วันที่ผ่านๆ มานี่เริ่มเก้าโมง ต้องตื่นตั้งแต่เจ็ดโมงกว่า T_T) ตื่นเสร็จดูนาฬิกา เกือบสาย เลยรีบไปจ้วงอาหารเช้าที่โรงแรมแป้บนึง แล้วนั่งรถบัสออกไปที่ Kyoto Terrsa แต่วันนี้ท้องฟ้าอากาศไม่ค่อยดี ฝนตกตลอดเวลา

ไปถึงปุ๊บก็ไปลงทะเบียน ก่อนมาเราเห็นว่าไม่ต้องลงทะเบียน เลยไม่ได้ลงทะเบียน แต่จริงๆ แล้วเค้าลงทะเบียนกันมา (อ้าว แล้วเค้าลงทะเบียนกันที่ไหนยังไง – -“) เลยไปลงทะเบียนแบบ on-site registeration ได้ป้ายชื่อมาแบบไม่สวยงาม T_T

IMG_966312006622_10153067035330811_5634531766373968053_o

ไปถึงก็ไปนั่งฟัง ซึ่งถึงเป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในสายวิจัย แต่ฟังดูพอรู้เรื่องบ้าง เพราะมันใช้ math หรืองานที่เราทำไปจับกับปัญหา big data เช่นพวกปัญหา k-relocation problem (~อารมณ์คล้ายๆ Voronoi diagram), การจัดการข้อมูลเชิงสาธารณสุข ฯลฯ เป็นหัวข้อที่น่าสนใจเลยล่ะ…

IMG_9664

เสร็จจากตอนเช้า ก็ไปทานข้าวกลางวันละแวกใกล้ๆ ฝนก็ตก เลยได้ไปกินร้านราเมงแถวๆ นั้น ตอนที่กำลังไปนั่งโต๊ะก็มีอาจารย์ผู้ร่วมงาน conference มานั่งที่เค้าท์เตอร์ข้างๆ ด้วย ก็เลยได้คุยกันอยู่พอสมควร พบว่าอาจารย์ท่านนั้นก็มาฟังเราพูดตอนพรีเซนต์ที่ JCDCGG ด้วย (จำได้ด้วยว่าพูดเกี่ยวกับพวกๆ ลิ้นจี่ ดีใจที่มีคนฟัง เย่ๆๆ) กินข้าวเสร็จกำลังจะจ่ายตัง อาจารย์ก็แย่งจ่ายซะงั้น – -”

กลับไปถึงเป็น session บ่าย อาจารย์ Katoh (chair คนเดียวกันกับ JCDCGG ซึ่งแกเป็นหัวหน้ากลุ่มวิจัย Big Data ของ CREST) ก็เล่ากิจกรรม ที่มา ความเป็นไปของกลุ่มวิจัย Big Data นี้ สักพักก็เป็น invited speaker และพูดใน session อื่นๆ

ที่ญี่ปุ่น มีโครงการการตั้งหน่วยวิจัยต่างๆ ซึ่งให้งบวิจัยปริมาณมากสำหรับการตั้งกลุ่มวิจัยใหญ่ๆ เรียกชื่อว่า CREST (Details: http://www.jst.go.jp/kisoken/crest/en/index.html) ถ้าเทียบกับที่ไทยคงจะเป็นอารมณ์ศูนย์ความเป็นเลิศทาง…  ซึ่งจะรวมกลุ่มจากมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยการทำวิจัยของศูนย์นี้จะมีงบประมาณที่เยอะมาก (ที่ได้ยินของกรุ๊ป big data ได้ 300 ล้านเยน) ภายในเวลาประมาณสี่ถึงห้าปี (ของซุปเราก็ได้มาตั้งศูนย์วิจัย Computational illusion มา กำลังจะหมดระยะปีนี้ล่ะ)

เสร็จงานประมาณห้าโมงเย็น วันนี้ตอนหกโมงเย็น เรานัดกับเคนตะคุง ไว้ เคนตะเป็นนักเรียนที่เราเคยดูแลตอนช่วงมางาน วทท. เพื่อเยาวชนตอนปี 2013 (ปถ้าใครมางาน วทท. เพื่อเยาวชน จะเห็นว่ามีบางปีที่จะมีกลุ่มนักเรียน ม.ปลาย จากต่างประเทศมาพรีเซนต์งาน และทางพี่ สสวท. ก็จะหาอาสาสมัครมาช่วยดูแลนักเรียนเป็นกลุ่มๆ ไป เผอิญปีนั้นเราไปสัมภาษณ์ทุนต่างประเทศ และบอกว่าจะไปญี่ปุ่น พี่น้ำตาลที่ สสวท. เลยชวนมาช่วยเป็นอาสาสมัครเลย lol) ตอนนี้เคนตะเป็นนักเรียนแพทย์ปีสองที่มหาวิทยาลัยแพทย์ของเกียวโต

12003917_10153067690405811_6051971134245240175_n

พอเจอเคนตะ ก็ไปกินข้าวเย็นกันที่ Yodobashi camera แถวๆ สถานีเกียวโต ก็พูดคุยสนทนาปราศัยกันพอสมควร ตอนกำลังจะจ่ายตังเคนตะไวกว่า หยิบใบเสร็จกะจะเลี้ยง (คือจริงๆ ตั้งใจจะไปเลี้ยงมื้อเย็นด้วยเพราะเราเป็นรุ่นพี่อะนะ) แต่ไม่ทัน – -” เลยบอกไปว่าหารเอาก็แล้วกัน… กินข้าวเสร็จประมาณทุ่มนิดๆ ยังมีเวลาว่างๆ เลยชวนไปกินขนมอีกนิดหน่อยที่สถานทีเกียวโต รอบนี้เราหยิบบิลทัน เลยโอเค ไม่เสียความตั้งใจ lol

จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับ เราก็กลับโรงแรมมาสลบต่อ เตรียมไปงานวันต่อไป…

18 September 2015 Big Data Workshop วันสุดท้าย

เช้าวันนี้อากาศสดใสมาก หลังจากฝนตกมาสองวัน วันนี้ตื่นมาแบบง่วงๆ (แต่ตื่นเช้านะ) ออกไปที่งาน ก็ถึงก่อนเวลา วันนี้ช่วงเช้า หัวข้อเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Technical ซะส่วนใหญ่ ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง ก็แอบๆ หลับไป T.T พอเสร็จ session เช้า ก็แวะไปส่ง postcard ที่ อ.แหนมฝากส่งมาที่ไปรษณีย์ใกล้ๆ (เดินไปประมาณสิบนาที) จากนั้นกลับมากินข้าวเที่ยงที่ Kyoto Terrsa ราคาปานกลาง แต่คือขี้เกียจหากินที่อื่นแล้ว T_T

ช่วงบ่ายวันนี้ก็มีบรรยายอื่นๆ ต่อ มีนักวิจัยจาก Yahoo มาเล่างานให้ฟังด้วยว่าทำอะไรบ้าง มีการนำเสนองานอื่นๆ อีกหน่อย แล้วก็ปิดงานประมาณสี่โมงเย็น จากนั้นก็ได้เวลาทัศนศึกษาาาาาา

เดิมแผนการวันนี้จะไปวัดน้ำใส แต่เนื่องจากไปมาเรียบร้อยแล้ว เราจึงสลับแผนที่จะไปศาลเจ้า Fushimi Inari shirne มาแทน ซึ่งก็คิดถูก เริ่มต้นเรานั่งรถไฟจากสถานีใกล้ๆ Kyoto Terrsa ไปที่สถานีเกียวโต จากนั้นเปลี่ยนรถไฟไปที่ศาลเจ้า ไปถึงก็ท้องฟ้ากำลังสวยงาม 😀

เราก็เดินไปเรื่อยๆ ชมเสาแดงที่วางเรียงรายกันอยู่อย่างเป็นระเบียบ จริงๆ ควรเดินไปบนยอดเขา แต่เนื่องจากอ่านรีวิวมาว่าไม่ค่อยมีอะไร – -” และไปถึงก็กำลังจะมืดๆ แล้ว เราเลยคิดว่ากลับลงมาดีกว่า lol เนื่องจากไปคนเดียว เลยขอให้ชาวบ้านชาวช่องถ่ายรูปให้เราอยู่บ้าง

IMG_9704 IMG_9713

ตอนกำลังจะออกจากศาลเจ้านี้ เป็นช่วงเวลาที่ท้องฟ้าสวยงามมากๆ  เลยได้เก็บรูปท้องฟ้าอย่างสมใจ lol (ซึ่งตอนนี้ใช้ ND filter อันใหม่แล้ว หลังจากเพิ่งสั่งไปในวันจันทร์ตอนเช้าใน amazon ให้ไปส่งที่เกียวโตวันอังคาร lol)

IMG_9877 IMG_9987

จากนั้นเรานั่งรถไฟฟ้าไปลงที่ Gion เพื่อชมความสวยงามยามค่ำคืน (ซึ่งก็ไม่ค่อยเห็นอะไร – -“) เดินชมบรรยากาศสักพักเริ่มท้องร้อง อยากหาอะไรกินนิดนึง ตอนแรกอยากกินชุดอาหารเกียวโต แต่ดูราคาแล้วแพงงง.. เลยเดินไปเรื่อยๆ เจอร้านอาหารไทยริมแม่น้ำ เราจึงลองไปดูและสั่งไปเป็นข้าวผัดปูและยำแหนม ซึ่งมันอร่อยมากก เป็นรสชาติไทยจริงๆ มีความฟิน (แต่พอดูราคาก็ไม่ฟิน เพิ่มเงินอีกหน่อยได้อาหารเกียวโต T-T

12033017_10153069173790811_3686382722690442455_n

เสร็จสรรพก็กลับไปโรงแรม ตั้งใจจะเก็บของแต่ไม่ได้เก็บ นอนเล่นเขียน blog อันนี้ครึ่ง part แรก (ตอนแรกกะจะเขียนให้เสร็จ แต่ไม่ไหวละ ง่วงนอน TT)

19 September 2015 ทัศนศึกษา Osaka

ตอนแรกสุดเราวางแผนไว้ว่า เสร็จงานแล้วจะอยู่เที่ยวละแวกโอซาก้า แถวๆ นั้นประมาณสองวัน แล้วกลับวันอาทิตย์ แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจะเบิกค่าเดินทางไม่ได้ – -” แต่ถ้าเดินทางกลับวันเสาร์ จะเบิกค่าเดินทางได้…ดังนั้นเราจึงยอมที่จะตัดหนึ่งวันสำหรับเบิกค่าชินคันเซน 😀

วันนี้แรกสุดกะจะตื่นเช้าๆ สักเจ็ดโมง แล้วไปโอซาก้าประมาณแปดโมง แต่มันไม่ตื่นนนนน อ๊ากกก แต่ไม่เป็นไร ไปเที่ยว ชิวๆ หน่อยก็ได้ ท้ายสุดเราเลยออกจากเกียวโตประมาณเก้าโมงครึ่ง ซึ่งเป็นรถไฟแบบ local น่าจะถึงช้า…แต่ก็ขี้เกียจเปลี่ยนแล้ว…

พอไปนั่งไปเรื่อยๆ ข้าศึกเริ่มบุก เกิดความอยากเข้าห้องน้ำ ตอนแรกจะไปที่โอซาก้าเลย แต่คิดว่าน่าจะลำบาก… เลยไปเปลี่ยนเป็น rapid ที่สักสถานี… แวะไปเข้าห้องน้ำแล้วเปลี่ยนรถไฟ ถึงสถานที Umeda ประมาณสิบโมงกว่าๆ เราก็เอากระเป๋าเดินทางไปฝากที่สถานี Osaka เพื่อเตรียมตัวสำหรับตอนขากลับ

IMG_0048

เรานัดกับพี่โบหรุ (พี่บอล ชมรมคนรักไข่อู้กูเด๊ตาม๊า) ไว้ประมาณสิบเอ็ดโมงครึ่ง แรกสุดพอไปถึงโอซาก้า ตามแผนเที่ยว เราจะไป Umeda Sky building ก็จึงดำเนินการตามแผน เราเดินออกจากสถานีสักพักก็หลงไปอีกทาง – -” (เป็นคนที่ไม่มี sense ด้านแผนที่เลย) กว่าจะรู้ก็เดินอ้อมย้อนกลับไป เลยเลื่อนนัดพี่บอลเป็นเที่ยง เดินไปเรื่อยๆ ก็หลงอีก กว่าจะถึงตึกก็ใช้เวลาสักพัก…

IMG_0062 IMG_0067

แต่ระหว่างหลง ก็เจอตึกที่มีการตัด highway ผ่านตึก นี่สินะ การหลงทางก็ทำให้เห็นความสวยงามเหมือนกันนะ (มะนาวหวานสุดๆ – -“) เดินไปสักพักก็พบกับตึก Umeda sky building http://www.tiewyeepoon.com/review/umeda-sky-bldg/ ชมความสวยงามสักพักก็ออกมา ตอนออกมาเพิ่งรู้ว่ามันมี observatory 360 องศาด้วย (รู้เมื่อสาย แงง) แต่นั่นแหละ เราไปก็เกือบเที่ยง ใกล้เวลานัดแล้ว จึงแว้บออกมา ขากลับนี่แหละทำให้รู้ว่า ตรูเดินอ้อมโลกมาไกลมาก T_T

ตอนเที่ยงก็ไปเจอพี่บอล กินข้าวแถวสถานี Osaka เม้าท์เรื่องนู่นนั่นนี่ เสร็จแล้วแยกย้ายกันไป เราก็ไปเที่ยวต่อตามแผน นั่นคือ Osaka castle

ตอนแรกแผนเที่ยววันนี้กะจะไปอีกหลายๆ ที่ จึงตั้งใจจะซื้อ one day pass…แต่เนื่องจากประเมินแล้วน่าจะขี้เกียจ สุดท้ายเลยตัดแผนเที่ยวรัวๆ เหลือแค่ Osaka castle และ Namba/Dotonbori ท้ายสุดก็เลยไม่ซื้อ one day pass …

เราเดินทางไปดูปราสาท ระหว่างทางบนรถไฟก็นั่งเขี่ย facebook ไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีเลยมาหนึ่งสถานี T__T แต่สถานีที่เลยมาก็ลงเดินไปดูปราสาทโอซาก้าได้ ก็เลยโอเค เดินก็เดิน !

เราก็ไปชมปราสาทโอซาก้า เสียค่าเข้าไปห้าร้อยเยน ถ่ายได้ภาพมุมสูงจากบนปราสาท ก็ถือว่าคุ้มอยู่ เดิมรอบๆ จนใกล้ๆ สี่โมงเย็น เรามีนัดกับกำนันบิ๊ก สมาชิกคณะศรัทธาสาขาโอซาก้า เลยรีบไปนัมบะ ระหว่างนั้นก็ไปจองที่นั่งรถไฟสำหรับนั่งกลับมาโตเกียว..

IMG_0116 IMG_0133

เจอกำนันประมาณสี่โมงครึ่ง (เราสาย ฮือออ) ก็เลยเดินเล่นรอบๆ นัมบะและโอดงโบริ เดี๋ยวนี้กำนันมี prop สำหรับ Selfie พร้อมมาก lol เรานัดกับพี่นุ้ยไว้หกโมงครึ่งสำหรับไปกินข้าวเย็นพร้อมกัน ระหว่างนี้เลยเดินเล่นไปเรื่อยๆ กะจะเดินชิว แต่ดันนนนไปแวะ GU เลยได้เสื้อราคาถูก กระเป๋าและรองเท้าราคาถูกมาเลย T_T (หอบกลับโตเกียวจากโอซาก้าเลยทีเดียว)

IMG_0208 IMG_0243 IMG_0261

เดินเล่นๆ รอพี่นุ้ย จนไปเจอพี่นุ้ย เราก็เดินไปหาอะไรกินกัน ซึ่งวันนี้เจ๊รีเควสท์ข้าวมันไก่ (นี่สรุปเรามาเที่ยวกินอาหารไทยด้วยเลย ฮาาาา) ไปถึงร้านข้าวมันไก่ประมาณทุ่มนึง กินข้าวมันไก่และส้มตำจนอิ่มแล้วก็เดินกลับมายิงรูปกุลิโกะ มุมสุดฮิตที่ Dotonbori อีกรอบ ถ่ายรูป จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับไป ส่วนเจ๊นุ้ยก็ช๊อปปิ้งต่อ lol

12025340_10206397330665965_299599464_n

การเดินทางกลับโตเกียวของเรารอบนี้ดูตื่นเต้นมากกกกก เราจองชินคันเซนไว้เที่ยว สามทุ่มยี่สิบห้า… ดังนั้นเราจะต้องออกจากโอซาก้าเพื่อให้ถึงที่เกียวโตก่อนสามทุ่มนิด ๆ (เพราะว่าตั๋วออกว่ากลับจากงาน conference ที่เกียวโต จะออกตั๋วจากโอซาก้าก็ไม่ make sense สินะ – -“)

ออกจาก Dotonbori ประมาณสองทุ่มตรง รถไฟถึงสถานี Umeda จากนั้นเอากระเป๋าไปรอขึ้นรถไฟด่วนปกติ ไปเกียวโตเที่ยวเวลาสองทุ่มครึ่ง ก็ทำได้ทันตามเวลาที่วางไว้ พอเสร็จแล้วก็ไปถึงเกียวโตสามทุ่มนิดๆ แวะซื้อของฝากสักหน่อย แล้วไปรอชินคันเซน กลับมาถึงโตเกียวเกือบเที่ยงคืน (ซึ่งถ้าอยู่ที่ไทยนี่ทำอะไรแบบนี้ไม่ได้แน่ สำหรับการแว้บไปแว้บมาสามเมืองในสามชั่วโมงแบบนี้ lol)

เป็นอันปิดทริป JCDCGG และ Big data workshop อย่างสวยและเหนื่อยเลยทีเดียว…

*********************************************************************************************

…..Concluding Remarks…..

การเดินทางไปงานนี้ ถือเป็นงานที่ได้ refresh ตัวเอง เจอทั้งเรื่องเก่า และเรื่องใหม่

ได้พบเจอบรรยากาศเก่าๆ คนเก่าๆ อาจารย์เก่าๆ รุ่นพี่เก่าๆ หัวข้องานคุ้นเคยเก่าๆ เมืองเก่าๆ เพื่อนเก่าๆ เคลียร์ปมเก่าๆ
ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รู้จักคนใหม่ๆ บรรยากาศใหม่ๆ ได้งานใหม่ๆ
นับว่าเป็นทริปที่ได้ทั้งความรู้ ความสัมพันธ์ ความสนุกสนานกลับไป เป็นพลังสำหรับการเรียนต่อและการวิจัย
กลับจากงานนี้ก็เปิดเทอมใหม่เลยทีเดียวเชียวล่ะครับท่านผู้ชม…

และเราก็คิดว่าสำหรับงาน JCDCGG นี้ เราจะพยายามไปทุกๆปีเท่าที่ทำได้ (ถึงแม้อนาคตจะทำงาน และเบิกตังไม่ได้ เราก็จะไฟต์เก็บตังมาทุกปี นี่บอกเลย lol)

*********************************************************************************************

…..(KM) Knowledge Management ประจำตอน…..

1. มาประชุมวิชาการกันเถอะ !

การมาประชุมวิชาการ เป็นการช่วยสร้างบรรยากาศทางวิชาการจริงๆ การมาร่วมจะทำให้เราเห็นโลกว่า โลกเปลี่ยนไปแค่ไหน และได้พบผู้คนมากมาย ซึ่งถึงแม้เราจะฟังงานวิจัยไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่อย่างน้อยการมาเห็นบรรยากาศชุมชนวิชาการ มันจะช่วยทำให้เรามีไฟในการทำงานได้ไม่มากก็น้อย

อาจารย์ณรงค์พูดบนโต๊ะอาหารมื้อเที่ยงว่า มาที่นี่ แค่เห็นโรงอาหารก็ได้บรรยากาศทางวิชาการแล้ว (ซึ่งมันก็จริง) อย่างน้อยที่สุด เรามาเรียนรู้ความแตกต่างระหว่างสิ่งแวดล้อมที่เราอยู่ กับสิ่งแวดล้อมอื่นที่มี และเลือกเอาข้อดีมาปรับใช้กันไป

นอกจากนี้ การออกมานำเสนอผลงานวิชาการ มันก็จะช่วยทำให้เรารู้ว่า เราควรทำอะไรเพิ่ม เห็นของคนอื่นที่ดูดี ก็จะทำให้เราอยากพัฒนางานของเราบ้าง เราอาจจะได้มุมมองวิจัยใหม่ๆ หรือผู้ร่วมงานใหม่ๆ ก็เป็นได้ (เราก็จะพยายามต่อไป) ดังนั้นสำหรับคนเป็นนักเรียน ไม่ควรกลัวการไปประชุมวิชาการ ควรจะอยากไป (เพราะแอบได้ไปเที่ยวด้วย เย่ๆ 😛 ) ถ้าได้ไปสักครั้งแล้วจะชอบ ขอบอก 😀

2. เรื่องเล่นๆ ก็เป็นงานวิชาการได้

ทุกๆ ปีที่เราไปฟัง เราพยายามอยากฟังงานของ Prof. Erik , Stephan Langerman โดยเฉพาะ Prof. Erik (ประวัติมีอยู่ในเว็บมากมาย เป็น Prof MIT ที่เจ๋งมาก) จากการฟัง Prof. Erik มักจะเอาเรื่องที่คนเห็นว่าเป็นเรื่องเล่นๆ มาพิจารณาในมุมวิชาการ เช่น เกมส์ที่เราเล่นๆ อยู่ ก็เอามาวิเคราะห์ algorithm หรือใน memorial session ซึ่งพูดเกี่ยวกับ Prof. Ferran เล่นปาจิงโกะ แล้วเอามาวิเคราะห์การเล่นปาจิงโกะ กับการสร้าง algorithm ของเกมส์ปาจิงโกะ.. เรื่องนี้ก็เอามาเป็นหัวข้องานที่ศึกษาได้เหมือนกัน เท่าที่สังเกตการนำเสนอ เล่างานของ Prof. Erik จะเห็นว่า ปัญหาเริ่มต้นจากปัญหาที่น่าสนใจและสนุก จากนั้นนำไปสู่การแก้ปัญหาในมุมมองทางคณิตศาสตร์ ซึ่งเราคิดว่าอย่างน้อยงานพวกนี้มีประโยชน์ในเรื่องการสร้าง motivation ให้คนอยากเรียนคณิตศาสตร์ได้นะ ! (มันก็มีประโยชน์อย่างอื่นๆ ด้วยแหละนะ) ซึ่งเราก็พยายามจะทำให้ได้เช่นนี้เหมือนกัน…

ดังนั้น การเล่นให้เป็นงาน เป็นเรื่องที่เราก็จะพยายามทำให้ได้อีกเรื่องเลยล่ะ 😀

(นอกเรื่อง) แต่ที่เราแอบเซ็งนิดหน่อยคือ ที่บ้านเรา การคิดเรื่องเล่นให้เป็นเรื่องวิชาการ มันคือเรื่องของเด็กเนิร์ด! บางทีเราตั้งคำถามพวกนี้ คนอื่นก็จะสงสัยในทำนองว่า คิดอะไรมาก อันนี้ขอระบายความอัดอั้นตันใจเล็กน้อย

สังคมไทยเป็นสังคมที่ด่านักวิชาการ แต่เชื่อไสยศาสตร์หรือเรื่องที่ไม่ใช่นักวิชาการ… เป็นต้นว่า เวลามีเรื่องอะไรสักอย่าง นักวิชาการจะพยายามใช้หลักความรู้มาอธิบาย และเสนอแนวคิด แต่คนทั่วไปมักไม่ค่อยเชื่ออย่างนั้น ซึ่งโดยมาก เรามักเห็นการอ้างอิงประสบการณ์ที่มีอยู่ หลายครั้งหลายอย่าง ซึ่งหลายครั้งก็พบว่า การทำงานที่ขาดหลักวิชาการ มันก็จะทำให้การแก้ปัญหาไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น…. นี่คือความน้อยใจ นักวิชาการโดนด่าบ่อย โดนด่าไม่พอบางทีโดนถามอีกว่า เรียนไปทำไม พออธิบายไปก็บอกว่าเยอะ ยุ่งยาก น่ารำคาญ ดังนั้นหากเราหาจุดกึ่งกลางระหว่างทฤษฎีและปฏิบัติได้ มันก็น่าจะเป็นอะไรที่ดูดี ช่วยให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งความรู้และการเรียนรู้ได้ล่ะ…

3. มิตรภาพทางวิชาการ

งานคอนเฟอร์เรนซ์นานาชาติ เท่าที่เห็นมา ก็จะเป็นคนในวงการเดิมๆ ซึ่งจากการร่วมงานวิชาการบ่อยๆ ก็จะนำไปสู่การพูดคุย แลกเปลี่ยนความเห็นเชิงวิชาการ จนบางทีมาทำงานร่วมกันเป็นเปเปอร์ ซึ่งเป็นมิตรภาพอีกรูปแบบที่ดูไม่ได้มีผลประโยชน์ตอบแทน (โลกสวยไปไหมนะ…) ดูจากงานที่เป็นการรำลึกถึง Prof. ที่เสียไป ตัวเราก็รู้สึกมีความซาบซึ้งในมิตรภาพของอาจารย์และชุมชนวิชาการพอสมควรเลยล่ะ

เราเองในฐานะที่กำลังจะเข้าสู่วงการวิชาการ ก็จะพยายามหาความร่วมมือทางวิชาการพวกนี้ไว้ด้วย… การมางานครั้งนี้ก็ทำให้มีแรงบันดาลใจขึ้นเยอะ และอยากทำงานใหม่ๆ ที่ก้าวข้ามกรอบเดิม ๆ ตอนนี้จึงกำลังเปิดโปรเจคใหม่ (ที่เป็นงานใน Thesis) เอาไว้ถ้าคืบหน้าก็จะมาเล่าให้ฟังอีกทีนึง

พิมพ์มาเยอะแล้ว ก็สมควรจบตอนนี้เสียที (ใช้เวลาเขียนสองวัน – -“) ….

ท้ายที่สุด

ขอบคุณทุกคนที่ทนอ่านจนจบครับ (มีคนอ่านของแกด้วยหรออออ ~)

โฆษณา

One thought on “เรื่อยไปในโตเกียว 14 : ตะลุยเกียวโตกับ JCDCGG2015~

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s