เรื่อยไปในโตเกียว 16 : ตะลุยคันไซฟรี ๆ กับ TJIA E-TALK

ที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีนักเรียนไทยเยอะมากกกก… ที่นี่เลยมี “สมาคมนักเรียนไทยในประเทศญี่ปุ่น” (เรียกสั้นๆ ว่า สนทญ : TSAJ ละกัน) ทำหน้าที่รวมพลคนไทยในประเทศญี่ปุ่น มีกิจกรรมมากมาย อาทิ รับน้องตามภูมิภาคต่างๆ หรือจังหวัดต่างๆ ทริปสกีประจำปี และกิจกรรมที่เป็นงานใหญ่ที่สุดของปีนี้คือ งานประชุมวิชาการนักเรียนไทยในประเทศญี่ปุ่นนั่นเองงง~

เรื่อยไปในโตเกียวตอนที่ 16 (มาถึงขนาดนี้ละรึ) จะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับงานประชุมวิชาการประจำปีของนักเรียนไทยในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งปีนี้จัดที่เกียวโต แต่เนื่องจากเราส่งงานด้วย เลยได้ไปฟรี (เย่) เลยเป็นที่มาของการตะลุยคันไซแบบฟรีๆ กับ TJIA E-Talk (หรือเรียกแบบเซ็งๆในเวลาที่ปั่นงานแล้วจะทำไม่ทันว่า TJIA E-Dok ถถถถ) ถึงแม้จะเป็นตอนที่ไปที่เกียวโต แต่เนื่องจากเราออกรถที่โตเกียว ก็เนียนๆเป็นเรื่อยไปในโตเกียวก็แล้วกันเนอะ (แถอีกแล้ววววว)

*******************************************************

งานประชุมวิชาการนักเรียนไทยในประเทศญี่ปุ่น (ชื่อเต็มคือ Thailand-Japan International Academic Conference : TJIA ) ก็จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7 ในปีที่แล้ว… ปีที่แล้ว ครั้งที่ 7 เราก็ไปร่วมสังเกตการณ์มา แต่ไม่ได้พูดกับเขาหรอก (เพราะส่งงานไม่ทัน เย่ๆ อันที่จริงน้องแป้งก็ยุยงส่งเสริมให้ส่ง เอางาน ป.โทส่ง แต่เราเบื่อที่ต้องพูดงาน ป.โทประมาณหกเจ็ดรอบแล้ว เลยไปฟังเฉยๆ) จากที่เราไปฟังของปีที่แล้วมา ก็มีการนำเสนองานวิจัยที่หลากหลายสาขา ตั้งแต่มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิศวะ การแพทย์ และอื่นๆ รวมๆกันไปหมด แต่สเกลงานก็เป็นงานแบบ International เลยทีเดียว ภาพที่เราจำได้คือ ทุกคนใส่สูทผูกไทด์ จัดเต็มมาก… (เราใส่เสื้อเชิ้ต กางเกงแสล๊ก ที่เราคิดว่ามันเรียบร้อยแล้วเนี่ย กลายเป็นว่า ไม่เรียบร้อยไปเลย T_T)

ตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังจากไปฟังงานครั้งแรก ก็คิดว่า ปีนี้น่าจะส่งงานไปพูดบ้าง… รอแล้วรออีก กำหนดการก็ไม่มา (ปกติมันจะมาไวมากๆ ปิดรับงานก็ช่วงกรกฎาละ ปีที่แล้วเลยส่งงานไม่ทัน – -“) แต่ปีนี้กว่ารายละเอียดจะออกก็ช่วงประมาณเดือนสิงหาพอดี !

ปีนี้ ตามที่เราคิดไว้ งานก็คงจะจัดเป็นครั้งที่ 8 ถ้าจะต้องจัดอีก….

แต่ แต่ แต่…

ปีนี้ งาน TJIA ได้แปลงร่าง กลายเป็น…

“Thai-Japan Integrated Annual Educational Talk” หรือเรียกสั้นๆ ว่า TJIA E-Talk…

เห็นตอนแรกก็งง ไม่เข้าใจ นึกว่า E นั่น ต้องพรีเซนต์ผ่านอินเตอร์เนทซะอีก…จนกระทั่งรายละเอียดเริ่มออกมาเรื่อยๆ ก็เลยเข้าใจว่า ในปีนี้ ธีมการประชุมวิชาการมีการปรับครั้งใหญ่มาก จากอะไรที่เป็นทางการมาก ปรับให้ผ่อนคลายคง เน้นการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์มากขึ้น โดยมีหลายๆ session.. ทั้งการนำเสนอแบบปกติ การนำเสนอแบบ Poster ที่ดูแหวกแนว และการบรรยายจากผู้บรรยายที่น่าสนใจ

จากตอนแรกที่เราคิดอยากส่งงานวิชาการของเราไป… พอเห็นธีมงานเป็นอะไรที่ Relax ลง เราก็เลยเริ่มอยากทำอะไรใหม่ๆ ดูบ้าง (เพราะเรื่องที่พรีเซนต์งานวิจัยของตัวเองนี่ พูดมันไปจะสิบรอบแล้ว เริ่มเบื่อออ T_T)

*******************************************************

เริ่มเรื่องงานวิจัย

เมื่อตอนเทอม 1 สัมมนาแลปครั้งสุดท้ายของเรา เราหยิบเปเปอร์ที่ใช้ computational geometry และ Voronoi diagram มาทำงานทาง Architecture (เปเปอร์ของ Pottman) ในฐานะที่เราเริ่มคลุกคลีกับงาน Voronoi diagram มาแล้ว… เราก็เลยเริ่มๆสนใจ งานทางนี้บ้าง ประกอบกับเพิ่งรู้ว่า ที่ Grad School of Science มีน้องคนไทย (น้องพัทร) มาเรียน Architect ด้วย (แลปเราชั้น 8 Architect ชั้น 7) ก็เลยคิดว่าน่าจะลองหาอะไรสนุกๆ มาทำเพื่อส่งงาน TJIA ครั้งนี้ดูดีกว่า! เราเลยคุยกับน้องพัทร และพัทรก็ตกลงมาร่วมทำงานอย่างง่ายดาย!

ต้องบอกให้รู้ก่อนว่า Deadline ของการส่งงานนี้คือ 30 กันยายน! เราเริ่มคุยงานกันก็ช่วงประมาณต้นเดือนกันยายน (ก่อน JCDCGG) ตอนนั้นเราก็โยนไอเดียทาง math น้องก็โยน idea ทาง Architect มาเรื่อยๆ จนเริ่มออกมาเป็นรูปเป็นร่างมาบ้าง…

12107895_10153112380840811_3985486306041261768_n

กระดานแรกที่พอจะเป็นรูปเป็นร่างประมาณปลายๆเดือนกันยา

แรกเริ่มเดิมที เราพยายามจะหาว่า เราจะสามารถ apply Voronoi diagram ไปสู่งานทางสถาปัตยกรรมอะไรได้บ้าง ดูกันตั้งแต่ สร้างตึกเลียนแบบผลไม้ (แล้วจะมีประโยชน์อะไรบ้าง?) แบ่งพื้นที่ด้วย Voronoi diagram (ก็ดูๆ มีคนทำบ้างนิดหน่อย) จนกระทั่งไปเจอโปรเจคนึงที่จัดสรรพื้นที่ด้วย Voronoi diagram พอดี!

http://www.goldcoastculturalprecinct.info/

เราเลยเริ่มความสนใจไปทางนั้น… แต่เนื่องจากถ้าเป็น Voronoi diagram ปกติ ก็อาจจะมีคนทำไปแล้ว เราเลยมาสนใจ Voronoi diagram ชนิดพิเศษคือ Laguerre Voronoi diagram (ซึ่งเรากำลังทำวิจัยอยู่พอดีเลย) แต่เนื่องจากกำหนดการส่ง Abstract ก็กระชั้นชิดมาเรื่อยๆๆๆๆ เราก็เลยเขียน abstract ส่งไปแบบกว้างๆ แบบไม่รัดคอตัวเอง – -” ทันเวลาพอดิบพอดีเลย!!

แต่ปีนี้ ดวงของการส่งงาน conference ตั้งแต่ต้นปียันท้ายปีของเรา มันคือ

ส่งงานไหน deadline เลื่อน…

หลังจากที่ส่ง abstract ไป deadline ก็เลื่อนออกไปอีกสองรอบ T_T แต่เนื่องจากเราขี้เกียจแก้แล้ว ก็ส่งๆอันนั้นไป และก็มาคิดงานกันต่อ (นัดคุยงานกันสัปดาห์ละครั้ง เย็นวันศุกร์ ไม่ก็วันเสาร์ TGIF กันเลยทีเดียว)

พอเริ่มได้ไอเดีย เราก็เริ่มคิดว่า จะไปทำอะไรที่ไหนดี… ตั้งแต่ออกแบบพื้นที่สนามโอลิมปิกให้ญี่ปุ่นเค้า ไปถล่มบางกระเจ้า … ฉับพลัน เรานึกถึงแปลงเกษตรหน้าหอประชุม ม.ช. พอดี! เห็นว่าทางมหาวิทยาลัยอยากจะพัฒนาพื้นที่ ก็เลยไปหยิบพื้นที่ตรงนั้นมาลองเล่นๆ มโนๆเอา…

เวลาผ่านไปสักพัก เราก็ลุ้นๆ ตื่นเต้นว่าเค้าจะ accept งานเราไหม (เราส่งไปใน session : Exhibiting your idea แบบว่าเสนอไอเดียใหม่ๆ พรีเซนต์แบบโปสเตอร์) ลุ้นมาก ถามน้องแป้งรายสองวัน (ผู้เป็นกรรมการ TSAJ) น้องแป้งก็บอกว่า ไม่มีปัญหาหรอก… จนก็ไม่มีปัญหา งานได้ accept (เย่ อาจเป็นเพราะคนส่งน้อย ถถถ) และในที่สุด มันก็เป็นงานที่เอาไปนำเสนอที่ TJIA E-Talk นั่นเอง! เป็นงานวิจัยแบบเริ่มต้นที่พยายามผสานทั้งคณิตศาสตร์และสถาปัตยกรรม (Urban planning) เข้าด้วยกัน (เป็นงานที่ยังไม่มีดีเทลอะไรเท่าไหร่มาก)

12187871_10153125529925811_9096454279185126454_n.jpg

กระดานที่เริ่มตามมาเรื่อยๆ หลังจากไอเดียพรั่งพรู

12193315_10153145243625811_6950047396914575774_n.jpg10151310_10153145243550811_5821712600560172885_n.jpg

กระดานท้ายๆ ก่อน Implementation

จนท้ายที่สุด งานเราก็ออกมาเป็นโปสเตอร์เอาไปแปะที่งาน TJIA E-Talk ได้อย่างสมบูรณ์
(ปั่นกันหัวฟูมาก โปสเตอร์เสร็จกลางดึกวันพุธ ปรินท์วันพฤหัส ไปงานวันศุกร์ World class สุดๆ)

12241330_10153153711315811_885494061640760447_n.jpg

งานนี้น้องพัทรไม่ได้ไปด้วย เพราะติด workshop ที่จีน.. แต่เราก็ต้องขอบคุณน้องพัทรมากที่สละเวลาหางานเข้าตัว จนงานผ่านไปอย่างเรียบร้อย…

ปิดโหมดวิชาการ….สู่โหมดเที่ยว lol

*******************************************************

ก่อนที่กำหนดการส่งงาน TJIA จะปิด เราก็ไปถามๆ ชาวบ้านว่า มีใครจะส่งงานไหม จากการชักชวนคนที่พอรู้จัก ก็เลยมีผู้ร่วมชะตากรรมคือน้องซันชิโร่ น้องแป้ง ที่ส่งงานไป…

แรกสุด เราก็คิดว่า ช่วงนั้นใบไม้เปลี่ยนสี… ถ้าจะไป ก็ต้องรีบจองรถแต่เนิ่นๆ… ฉับพลันทันได้ ก็ได้ข่าวดี คนส่งงานได้นั่งรถบัสไปเกียวโตฟรี (เย่ๆ) เราก็เลยมีความฟิน ได้นั่งรถฟรีสู่เกียวโต… แต่ที่พัก เนื่องจากเราต้องไปกันเอง ส่องหาโรงแรมก็โคตรแพง เต็ม เลยได้ตัวเลือกใหม่คือ บริการ airbnb เป็นอพาร์ตเมนต์หรือบ้านที่เปิดให้เช่าในราคาไม่แพงมาก (more details: http://www.airbnb.com) เราเลยเลือกที่พักที่ดูเป็นแนวๆ guesthouse ได้ในราคาไม่แพงมาก และก็ได้เวลาสำหรับทริปทัวร์ ตะลุยคันไซ!

จริงๆแล้วงานนี้ TJIA E-Talk จัดวันที่ 14 พ.ย. อีกวันต่อเนื่อง (15 พ.ย.) เป็นงานกีฬาของ สนทญ. แต่เนื่องจากเราไปโหมดเนิร์ดเต็มที่ กีฬาไม่ค่อยได้เรื่อง ก็เลยขอถือโอกาสแว้บๆ ไปเที่ยวก็แล้วกันสำหรับวันกีฬา lol

13 พฤศจิกายน 2558

เริ่มต้นออกเดินทางด้วย night bus จากสถานีชินจุกุ คืนวันศุกร์ที่ 13 พ.ย. ประมาณสี่ทุ่ม (นัดกันสามทุ่มครึ่ง กว่ารถจะออกก็เกือบห้าทุ่มละ) ประสบการณ์การนั่งรถบัสในญี่ปุ่นนี้ เราเคยมีมาหลายครั้งแล้ว ตอนทริปสกีก็ต้องนั่งรถบัสกลางคืนเหมือนกัน… ถ้าเทียบแล้ว นั่รถบัสที่ไทยดูสนุกจนใจฉันต้องร้อง ว้าววววว มากกว่า (เพลงนครชัยแอร์เข้าหัวมาเลย) ที่ไทยรถบัสนั่งสบายกว่ากันเยอะเลย..

12265922_10153161260860811_2460727158100925618_o.jpg

14 พฤศจิกายน 2558

รถออกจากชินจุกุ ไปถึงที่หมายปลายทาง สถานที่จัดงาน KIT แบบง่วงๆ งงๆ ตอนตีห้าเกือบหกโมง ไปถึงก็เจอพี่ภู ประธานจัดงาน (ซึ่งรู้จักกับกับเจ๊นิ่มของเรา) เนื่องจากไปถึงกันตอนเช้าตรู่มากกกกก ก็เลยต้องหาที่พักพิง ซุกหัวนอน ล้างหน้าแปรงฟัน ก็คือที่แลปของพี่ภูนั่นแหละ – -” สักพักก็เจอพี่มิก (เพื่อนเจ๊นิ่มตั้งแต่อยู่พระหฤทัย ปรินส์ จำได้ว่าตอนเด็กก็ยังไปเดินเล่นที่บ้านพี่มิกอยู่เลย lol)

ออกไปหาอะไรกินที่ลอว์สัน แถวมหาวิทยาลัย (ซึ่งไกลโคตร) กลับมา เปลี่ยนชุดและเข้างานประชุมวิชาการ แท่นแท๊นนน…

12248071_10153161263090811_3444202352134993442_o.jpg

หลังจากเปลี่ยนชุดเตรียมเข้างาน (ซ้ายไปขวา : น้องแป้ง น้องแคมพ์ น้องซันชิโร่)

12241116_10153161263185811_3996285400555944784_o.jpg

ติดโปสเตอร์ !

ไปถึงที่งานแล้วรู้สึกมีความอลังการมาก เพราะงานปีนี้เค้าตกแต่งได้อย่างสวยงาม สอดคล้องมาก (เหมาะสำหรับคนประเภทเราที่ชอบอะไรแบบ perfectionist นิดนึง แบบว่าทั้งงานต้องเป็นธีมเดียวกัน ถถถ)

ไปถึงก็รับอุปกรณ์ถุงผ้า และเข้าพิธีเปิดงาน

12248131_10153157663395811_3273756834054160952_o.jpg

ชุดอุปกรณ์สำหรับงาน TJIA ปีนี้

12238059_10153161266235811_6466677408349991668_o.jpg

ปีนี้ก็มีท่านผู้หลักผู้ใหญ่มาเปิดงาน รวมถึงคุณหญิงพรทิพย์ ที่มาเป็น keynote speaker ด้วย (เจอคุณหมอตอนที่กำลังเข้างาน ก็เลยได้สวัสดีคุณหมอนิดหน่อย คุณหมอถามน้องแจ๊พ ผู้ร่วมทีมโดยบังเอิญของเรา จากการไปสิงแลปพี่ภูว่า นี่เด็กวิศวะใช่ไหมคะเนี่ย บลาๆ)

เริ่มต้นก็เปิดฉากมาด้วยการแยก session งานปีนี้เค้าแบ่งออกเป็น 6 session ตามนิยามด้วยตัว E นั่นคือ Equality, Eisei (การแพทย์), Experience, Engineering, Earthquake, Experiment รอบแรกเป็น parallel session ระหว่าง Equality กับ Eisei นึกอะไรไม่ออกว่าฟังอันไหนดี เลยไปนั่งฟัง Eisei มีเรื่องที่เราไม่รู้เยอะแยะมากมายอยู่บนโลกใบนี้ T_T แต่ที่เราก็ได้เรียนรู้นอกจากเรื่องวิชาการทางการแพทย์นะ (จำได้ว่า session นั้น มีคุณหมอที่ดูดุโคตรๆ บอกว่า ออกจากห้องนี้ไป ต้องเข้าใจคำว่า … (อะไรสักอย่าง ลืมมม แงงงง) เราก็แอบกลัวว่าถ้าเราจำไม่ได้ ไม่เข้าใจนี่จะโดนด่าไหมน้า T..T

(ห้องนี้เค้าห้ามถ่ายรูป เราเลยไม่มีรูป)

เสร็จจาก session แรก เราก็ไปฟัง parallel session Experience ต่อ ก็เป็นลักษณะการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ประสบการณ์นี้แบ่งเป็นสองส่วนคือ ประสบการณ์แบ่งปัน (น้องซันชิโร่: Group Let’s go aboard, น้องชารีฟ : Connext ASIAN เป็นการรวมกลุ่มคนอาเซียน กลับบ้านไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้สู่ชุมชนตามประเทศต่างๆ) และประสบการณ์ในญี่ปุ่น อาทิ เรื่องเล่าเคล้าดราม่า และการเรียนรู้วัฒนธรรมไทย-ญี่ปุ่น จุดดีจุดด้อย ผ่านงาน Pa (เท่าที่จำได้) Session นี้ฟังแล้วสนุกมากๆ ทำให้เราได้ motivation ที่จะทำอะไรเพื่อคนอื่นๆ ต่อไป

12248238_10153161266995811_7281299296586974523_o.jpg

session Experience Part แรก

12265804_10153161267770811_122302803585030511_o.jpg

session Experience Part สอง

เสร็จจาก session นี้ก็เป็นช่วงพักทานข้าว ตามกำหนดการก็จะเป็นช่วงพรีเซนต์โปสเตอร์ เราก็ลังเลว่า ตรูควรจะเฝ้าโปสเตอร์ หรือไปกินข้าวดี… ตอนแรกก็กะจะแว้บไปกินข้าวแล้วค่อยกลับมาเฝ้าโปสเตอร์ ปรากฏว่าโรงอาหารเต็ม – -” เลยเดินกลับมาเฝ้าโปสเตอร์ (ซึ่งไม่ค่อยมีเหยื่อมาฟังเท่าไหร่ มีแต่คนรู้จักที่มาเป็นหน้ามาฟังงานเรา >_<) ก็ได้คอมเม้นท์มาบ้างสำหรับพัฒนางานนี้ต่อไป…

เนื่องจากติดพันกับ session นี้จนคร่อมเวลา session ต่อไป เราก็ไปเป็นหน้าม้าให้ห้อง Engineering ต่อ ไปถึงเจอน้องแป้งพรีเซนต์พอดี แต่ไม่ทันกาล ก็เลยไปฟังจนจบ…. และเข้าสู่ session ต่อไป ซึ่งเป็น keynote speaker…

(ลืมบอกว่า ในงานนี้ เราเจอน้องน้ำตาล แห่ง พสวท. , JSTP ด้วยแหละ ! น้องน้ำตาลได้ทุนมงมาเรียนต่อ โท – เอก ตอนนี้อยู่ที่เกียวโต)

มาถึง Keynote ท่านแรก ก็คือคุณหญิงพรทิพย์ มาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับงานนิติวิทยาศาสตร์ที่แกทำ ถึงแม้เราจะรู้สึกเฉยๆ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษเท่าไหร่ (ตั้งแต่มีเรื่อง GT200) แต่การฟังแกก็ทำให้ได้มุมมองที่น่าสนใจที่ทำให้ได้กลับไปคิดอะไรมากขึ้น

12265713_10153161271875811_4864929861105156652_o.jpg

คุณหมอพรทิพย์

ท่านที่สอง เป็น keynote ที่เราเตรียมมาชูป้ายไฟ นั่นคือพี่แน๊ค อดีตนายก สนทญ. นั่นเอง พี่แน๊คมีความเมพมาก (รู้จักพี่แน๊คก็ตอนทริปสกี TSAJ ปีที่แล้ว พี่แน๊คเป็นผู้สอนสกีประจำกลุ่มเราเอง) เราก็ได้ฟังประสบการณ์การทำงานในบริษัทที่ต่างสไตล์กันสามสไตล์เลยทีเดียว เห็นถึงชีวิตที่สุดยอด การตั้งเป้าหมายให้กับชีวิต

พี่แน๊คเปรียบเทียบสามบริษัท จากสามประเทศ (ขอสงวนนามบริษัทเพื่อความปลอดภัย)

ท่านที่สามคือคุณนิ้วกลม เนื่องจากเราไม่ได้อ่านหนังสือของคุณนิ้วกลมเท่าไหร่ ก็เลยไม่ค่อยอินมากนัก… แต่ก็พอได้ inspiration มาบ้าง ส่วนท่านที่สี่คือ ดร.รักษ์ จาก Ritsumeikan University ถึงการบรรยายสุดท้ายจะมีความง่วงนอนบ้าง แต่เราก็ได้เรียนรู้วิธีเขียนเปเปอร์ที่ดีที่แกมาเล่าให้ฟัง (ซึ่งเสร็จจากงาน เราก็เอาวิธีของแกไปเขียนเปเปอร์ที่กำลังปั่นอยู่เลยแหละ)

คุณนิ้วกลม และ ดร.รักษ์

เสร็จจากบรรยายอันยาวนานและทรหด ก็ได้เวลากินนนนน! งานเลี้ยงก็เป็นธีมอาหารแบบไทยๆ ซึ่งจัดได้ว่าฟินโคตรๆ ยำรสแซ่บ ทอดมันสุดอร่อย ไก่สะเต๊ะที่น้ำจิ้มสุดยอด นึกแล้วก็ยังน้ำลายไหลอีกรอบ….

12248407_10208086320900259_17719909_o.jpg

อาหารการกินสุดฟิน (Credit ภาพ: น้องซันชิโร่)

ตอนแรกเราคิดว่า งานเลี้ยงจะเหมือนปีที่แล้ว ทำนองว่าได้พูดคุยกับคนอื่นๆ (ปีที่แล้วยืนไปกินไปเม้าไป เป็นงานแบบญี่ปุ่น เลยอยู่ยาวถึงสามทุ่มนู่นนน) แต่เนื่องจากเป็นอาหารไทย พื้นที่ไม่กว้างมาก เลยเป็นแนวๆ แบบกินๆ จบ ส่องดูนาฬิกาแล้วก็พอมีเวลาอยู่ (ทุ่มครึ่ง) จากการหาข้อมูลของเราก็พบว่า ที่วัด Kiyomizu เริ่มฉาย illumination ตั้งแต่วันที่ 14 เป็นต้นไป… (แต่วัดปิดสามทุ่ม) เลยหันไปมองหน้ากันสามคนว่า ลุยมั้ย…และเราก็ ลุยยย ไปพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ๆ … ท่ามกลางฝนที่ตกอย่างชุ่มฉ่ำ ทำให้เรารู้ว่า ทริปนี้ชิบหายแน่ เพราะน้ำเข้ารองเท้าตั้งแต่วันแรกที่เดินทางเลยยย (จริงๆ คู่นั้นใช้ใส่ลุยหิมะหน้าหนาวเลยนะ…แต่มันก็ไปพังตอนเจอพายุที่ Kamakura เมื่อต้นปีที่ผ่านมา T__T)

กว่าจะออกจากมหาวิทยาลัย ต่อรถไฟ ไปรถบัส กว่าจะถึงป้ายรถบัส ผ่านการข้ามถนนผิดฝั่งบ้าง ก็สองทุ่มกว่าๆ แล้ว เนื่องจากเราเกรงว่าจะไม่ทันเวลา คำนวณระยะทางแล้ว รถแท๊กซี่น่าจะโอเค ระยะไม่ไกลมาก ราคาน่าจะไม่โหด เราเลยโบกแท๊กซี่ไปที่วัดน้ำใสกัน ! (แต่แท๊กซี่ญี่ปุ่นนี่ พอพ้นระยะขั้นต่ำนี่ มิเตอร์มันไหลพรวดๆ เลยทีเดียวเชียว – -“)

ไปถึงประมาณสองทุ่มครึ่ง มีเวลาเดินชมอยู่สักพัก ก็ได้เห็นความสวยงามของวัดน้ำใสในยามค่ำคืน เรียกได้ว่าคุ้มค่ามากกับการเฝ้ารอ ! (ถึงแม้ว่าใบไม้จะไม่เปลี่ยนสีแบบพีคๆก็ตามเถอะ TT)

วัดน้ำใสแบบพีคๆ และชาวคณะ (คนถ่ายไม่เมพ เบลอออ)

ลุยฝน แบกกระเป๋า หารถไฟ สุดท้ายเราก็เข้าพักที่อพาร์ตเมนต์ที่จองกับ airbnb ห้องพักก็ดูดีสมราคามากเลยล่ะ กลับมาก็ได้เวลาพักผ่อน หลังจากนอนมาไม่พอจากบนรถ และเหนื่อยยากลำบากจากการเดินวันนี้ >_< (แต่เราก็แอบดูฮอร์โมนต่อจนถึงตีสอง – -“)

12255694_10208086298099689_1103885782_o

ที่พักสุดหรู ดูดีมีสไตล์ ในราคาไม่แพง  (Credit ภาพ: น้องซันชิโร่) (ที่นี่คือ https://www.airbnb.com/rooms/8761331 โฆษณาให้เค้านิดนึงงง)

15 พฤศจิกายน 2558

จริงๆ ในแผนตอนแรก วันนี้เราจะไปเก็บสถานที่ท่องเที่ยวทั้งเกียวโตและนารา (ทำไมต้องนารา… ก็เพราะว่ารถขากลับต้องไปขึ้นที่นารา สำหรับรับผู้คนที่ไปงานกีฬาไงงงงง…) ในแผนของเรา จะไปวัดน้ำใส, วัด Tofukuji, พื้นที่ต่างๆ ที่นารา (Kofukuji Temple, Todaiji Temple, Kasuga Taisha shrine) แต่เนืองจากเราไปวัดน้ำใสแล้ว เราเลยทำตัวชิวๆ สบายๆ ออกจากที่พักสิบโมงกว่าๆ ไปที่วัด Tofukuji เลย!

แรกสุดเราทำใจไว้ว่าฝนมันจะตก (จากการดูพยากรณ์อากาศล่วงหน้า) แต่ก็ต้องขอบคุณที่พยากรณ์อากาศไม่แม่น เพราะว่าฝนไม่ตก มีฟ้าครึ้มบ้างเป็นระยะๆ ที่ฮาคือ เวลาแดดมานี่เราดีใจมาก เป็นครั้งแรกที่เรามีความสุขกับการที่แดดออก (เพราะว่าถ่ายรูปได้สวย เย่)

เราก็ไปชมความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีจนถึงประมาณเที่ยงกว่าๆ ตามกำหนดการคณะฉิ่งฉาบทัวร์ (ไม่อย่างนั้นจะไปนาราช้า และไม่ทันได้เที่ยว เพราะพระอาทิตย์จะตกไวมาก) แล้วเราก็ move ไปยังสถานีรถไฟ เพื่อขึ้นรถไฟไปนาราต่อไป…

12250758_10208094518465193_400977808_o.jpg

หน้าสถานีนารา

พอถึงสถานีนารา เราก็หาที่ฝากกระเป๋า แล้วก็ตะลุยนาราตามแผนกันเลย!

ถ้าพูดถึงนารา สิ่งที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ กวางนารา… กวางที่นี่เค้าบอกว่าน่ารัก เราก็คิดเช่นนั้น… แรกสุดเราก็ไปชม Kofukuji temple กันก่อน…

กวางนาราเป็นกวางที่มองเห็นได้ทั่วไป อย่างกะน้องหมาที่นอนกลางทุ่งหญ้ายังไงอย่างนั้น… ที่ Epic มากคือรูปซ้าย ที่เราถ่าย Selfie กับกวางนารานี่แหละ …. มันหันมามองกล้องเราด้วย >_<

12239142_10153161307010811_2904610092313285774_o.jpg

เสร็จจากวัดแรก เราก็เดินเท้าต่อไปที่วัดที่สอง ที่เค้าเรียกว่าวัดหลวงพ่อโต… (จริงๆมันคือ Todai-ji นั่นแหละ) ไปชมพระพุทธรูปยักษ์ ที่นี่เราก็ได้ให้อาหารกวางด้วย ทำให้เรารู้ว่า กวางนารานี่แม่งก้าวร้าวจริงๆ (ยังไม่ทันแกะขนมนี่ รุมทึ้งเราเลยทีเดียว พอให้หมดแล้วมันก็ไป ชิชะ)

ช่างอลังการ ใหญ่เกินคิดฝัน สิ่งอัศจรรย์มีมากมายเพียงใด ~ (แอบก๊อปเพลง climax sports day ปี 50 มานิดนึง)

ออกจากวัดนี้มา พระอาทิตย์ก็กำลังตกดินเรียบร้อย… เราก็รีบจ้ำอ้าวต่อไปตามแผน นั่นคือศาลเจ้า Kasuga Taisha shrine นั่นเอง… ไปถึงก็เจอแต่ความมืด ไม่เจออะไร แต่ก็ถือว่าฟิน เพราะไปครบทุกที่ที่วางแผนไว้ (เย่)

ออกจากศาลเจ้านี้ก็มืดพอดี มองไม่เห็นอะไร เราก็เดินทางกลับไปที่สถานี ระหว่างทางเราก็ได้กินอาหารมื้อหลักมื้อแรกสักที เย่ (หลังจากฝากท้องกับอาหารที่คอมบินิมาโดยตลอด)

12250822_10208094508544945_2055849345_o.jpg

จากนั้นเอากระเป๋าที่สถานี อาบน้ำที่โรงอาบน้ำสาธารณะ แช่น้ำร้อนให้ผ่อนคลาย แล้วขึ้นรถบัสกลับมาถึงโตเกียว เช้าวันที่ 16 พฤศจิกายนโดยสวัสดิภาพ ~

*******************************************************

まとめ

การเดินทางสำหรับงาน TJIA E-Talk ครั้งนี้ เป็นการเดินทางที่ยาวนานเลยทีเดียว ทั้งในแง่ของการเตรียมงาน และการเที่ยว ! แต่เสร็จจากงานนี้ เราก็ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างมากมาย

  1. เรียนรู้เรื่องวิชาการ เราได้เริ่มเปิดประเด็นงานวิจัยใหม่ๆ ได้เรียนรู้งานของคนนอกฟิลด์จากการที่มาฟัง ที่สำคัญคือ ได้เรียนรู้การทำงานวิจัยร่วมกับสายงานอื่นๆ (collaborate work ที่ทำที่ผ่านมา) ซึ่งเราคิดว่ามันเป็นประโยชน์มากสำหรับการวิจัยในอนาคต ซึ่งงานนี้เอง…อนาคตเราอาจจะทำงานวิจัยเรื่องนี้ หรือต่อยอดจากความคิดนี้ต่อ ถ้าใครสนใจมาร่วมโคงานกันได้นะครับ เย่ (โฆษณากันซึ่งๆหน้าอย่างนี้เลย ฮี่ๆ)
  2. สร้างเครือข่าย งานนี้ได้รู้จักกับผู้คนมากขึ้น ได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่างๆ หลากหลาย (งานนี้แลกนามบัตรรัวๆ แต่ไม่เท่าน้องซันชิโร่ที่เตรียมมาปึกใหญ่)
  3. สร้างแรงบันดาลใจ เราคิดว่า เป็นจุดที่สำคัญที่สุดสำหรับงานนี้ที่เราได้รับ แรงบันดาลใจที่สำคัญที่สุดที่เราได้รับคือ เราจะทำอะไรเพื่อคนอื่นได้บ้าง จากการที่เห็นคนที่อายุยังไม่มาก ถ่ายทอดสิ่งที่ได้รับกลับไปสู่คนอื่นๆ นอกจากนี้ในงานเราก็ยังได้แนวคิดใหม่ๆ สำหรับเอากลับไปใช้ได้เยอะแยะเลยทีเดียว!

เราคิดว่างานประชุมวิชาการที่ดี จะเป็นงานวิชาการที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนเข้าร่วมงาน (and vice versa) งานนี้เราก็ได้รับแรงบันดาลใจมามาก เป็นการเติมเชื้อไฟให้กับการทำงาน การวิจัยของเราต่อไป

ทริปนี้เป็นทริปที่สุดยอดมาก! ตั้งแต่การเรียนรู้เรื่องวิชาการ ความสวยงามของคันไซช่วงใบไม้เปลี่ยนสี  และความสนุกของทริป ซึ่งสมาชิกของทริปก็ร่วมลุยไปพร้อมกันอย่างสนุกสนาน เป็นอีกทริปที่จะอยู่ในความทรงจำของเรากับการมาที่ญี่ปุ่นนี้เลยล่ะ 🙂

หวังว่าปีหน้าจะได้ส่งงานและร่วม TJIA ที่ดีๆ แบบนี้อีก 😀 (ไม่รู้ปีหน้าจะจัดที่ไหน แต่ยังไงก็ตามเถอะ ปีหน้าไม่พลาดแน่นอน)

ท้ายที่สุดนี้ ขอบคุณที่ทนอ่านฮะ.. (มีคนอ่านของแกด้วยหรออออ〜)

ปล. ตอนนี้นึก KM ประจำตอนไม่ออก ไม่รู้จะเขียนอะไร เอาเป็นว่าไม่เขียนละกันนะ >_<

ขอบคุณปิดท้าย…

  • ขอบคุณน้องพัทรที่มาร่วมสนุกกับการทำงานวิจัยครั้งนี้ (หวังว่าจะมีโอกาสได้ทำงานวิจัยกันอีก ถ้าน้องไม่เอือมไปก่อนนะ 5555)
  • ขอขอบคุณทีมจัดงานปีนี้ที่จัดงานได้สุดยอดมากๆ จากมุมมองของผู้เข้าชมงานนะครับ
  • ขอบคุณน้องซันชิโร่ และน้องแป้ง ที่เป็นผู้ร่วมชะตากรรมทริปนี้ หากมีข้อผิดพลาด ความเกรียนประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
  • ขอบคุณ สนทญ. ที่จัดรถฟรีให้แก่เราครับ (เย่)
โฆษณา

One thought on “เรื่อยไปในโตเกียว 16 : ตะลุยคันไซฟรี ๆ กับ TJIA E-TALK

  1. […] นอกจากงานวิชาการแบบจริงจังแล้ว ปีนี้เราก็ยังลองเล่นงานวิชาการแบบชิวๆ ดูบ้าง โดยการชัดชวนน้องพัทร ซึ่งเรียนอยู่ Architect ที่เมจิ มาลองลุยงานวิจัยร่วมเพื่อส่งไปที่ TJIA E-Talk ซึ่งจัดที่เกียวโต ถึงแม้จะเป็นงานที่แอบเผากันตอนท้ายๆ แต่ก็ได้ไอเดียดีๆ ไว้ต่อยอดในอนาคตต่อไป… ติดตามได้ใน เรื่อยไปในโตเกียว 16 : ตะลุยคันไซฟรีๆ … […]

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s