เรื่อยไปในโตเกียว 20 : ตะลุยอเมริกาไปกับ SoCG2016!!

ในสรุปชีวิตปี 2015 และเป้าหมายชีวิตปี 2016 หนึ่งในเป้าหมายด้านวิชาการของเราคือ การไปร่วมงาน SoCG หรือ The International Symposium of Computational Geometry ซึ่งเป็นงานที่ใหญ่ที่สุดและเป็นงานระดับโหดที่สุดของงานวิจัยด้าน Computational Geometry ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะโดน Reject เปเปอร์ในงานประชุมหลักนี้ไป แต่ท้ายที่สุดเราก็ส่งงานไปนำเสนอใน Young Researcher Forum ซึ่งเป็นเวทีที่เปิดให้เด็กรุ่นใหม่ๆ ไปนำเสนอผลงาน และที่สุดก็ได้ไปพรีเซนต์งานที่ SoCG สักที!!

เรื่อยไปในโตเกียวตอนที่ 20 นี้ เราจะมาตีแผ่ประสบการณ์การไปงานประชุมวิชาการ SoCG ซึ่งเป็นงานในฝันของเราที่คิดไว้ว่า ในช่วงการเรียน ป.เอก ต้องได้ไปสักครั้งนึง… และทำให้เราได้ออกโลกกว้างไปที่อเมริกาาาา !! ถึงแม้จะเป็นเรื่องราวที่เกิดในอเมริกา แต่มันมีรากฐานมาจากงานที่ทำที่ญี่ปุ่น เราก็เลยตั้งอยู่ใน category เรื่อยไปในโตเกียวละกันน้าาาา ~ (แถตลอดดดดด)

หมายเหตุ.. บล๊อกตอนนี้ยาวมากก ถึงขนาดว่าตอนเขียนต้องแบ่งเป็นสองวัน ใช้เวลาวันละสี่ชั่วโมงกว่า ๆ ดังนั้นก็ค่อยๆ อ่านไปนะครับ >_< (กับการเรียนเอ็งตั้งใจแบบนี้ไหม)

*********************************************************************

บันทึกการเดินทางจากการประชุมวิชาการ The Computational Geometry Week 2016 (CGWeek 2016)
ณ Boston, USA 10 – 20 June 2016

เมื่อสมัยที่มาเรียนที่ญี่ปุ่นใหม่ๆ เรารู้จักงาน conference ทาง Computational Geometry (CG) อยู่งานเดียวคือ JCDCGG (ซึ่งทำให้เราได้มาเรียนที่นี่แหละ) ตอนปี 2014 จากการหาข้อมูลเล่นๆ ก็ไปเจอกับงาน SoCG ซึ่งเมื่อปี 2014 นั้น จัดที่เกียวโต ณ เวลานั้นเราก็ยังไม่รู้จักว่างานนี้มีความสำคัญและอลังการอย่างไร อีกอย่างเราก็เพิ่งมาเรียนที่ญี่ปุ่นใหม่ๆ ประกอบกับเป็นช่วงที่จะกลับมารับปริญญาที่ไทยพอดี (ราวๆ เดือนมิถุนายน) เลยไม่ได้มีความรู้สึกอยากไปงานนี้

เรารู้อีกทีหลังจากนั้น…ว่างานนี้ SoCG เป็นงานที่ใหญ่อลังการที่สุดในงานประชุมวิชาการด้าน Computational Geometry (แล้วก็เสียดายเพราะว่างานปี 2014 ถือว่าใกล้เรามาก และ rotation นานๆทีจะวนมาฝั่งเอเชีย) แต่ก็ยังไม่ได้รู้สึกว่าควรไป.. จนกระทั่งเริ่มไป EuroCG ครั้งแรกตอนปี 2015 ตอนปี 2015 เราตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากส่งงาน SoCG ใน part Young Researcher Forum แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ได้มีไฟอยากส่งงาน ท้ายที่สุดก็เลยไม่ได้ไป….

เวลาผ่านเลยมาจนถึงกลางปี 2015 เมื่องานอันนี้ออกมาพอดี เลยคุยกับอาจารย์ว่า ลองส่งเปเปอร์เข้าไปดูไหม อาจารย์ก็เห็นดีเห็นงามด้วย เราก็จึงปั่นเปเปอร์ส่งไปงานนี้… และผลก็คือ โดนรีเจคนั่นเอง T_T

ก่อนอื่นต้องขอเล่าความพิเศษของงาน SoCG ซะก่อน… (อ่านว่า ซอสเซส…ซึ่งเราก็งงว่าทำไมอ่านเป็นแบบนั้น อ่านเป็น เอสโอซีจีมาตั้งนาน..)  งานนี้เป็นงานที่มีความพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงปีหลังๆ เพราะงานมี Session ประกอบภายในงานนี้เยอะมากจนหลังๆ เรียกว่าเป็น Computational Geometry Week เนื่องจากงานนี้เป็นงานกึ่งๆ math – computer science งานนี้เลยมีทั้งคนที่อยู่ทั้ง math และ computer science มาร่วมงานด้วย ด้วยความเป็น computer science ก่อนหน้านี้จึงผูกงานนี้กับ ACM ด้วย (ซึ่งเหมือนเป็นองค์กรใหญ่ที่จัดงานประชุมด้าน CS อย่างกะแบรนด์อะไรอย่างนั้น) … แต่เนื่องจากดราม่าและความติตส์ของ CG Community งาน SoCG เลยถอนตัวออกจาก ACM เมื่อสองปีก่อนมาแยกจัดเอง… (ให้อารมณ์ประมาณ UK ลาออกจาก EU นี่แหละ ถถถถ+)

ภายในงานก็ประกอบด้วยงาน Conference ที่เป็นการนำเสนอเปเปอร์ การนำเสนอส่วน Multimedia Session คือให้คนทำวีดีโอเข้าไปเปิดให้คนชมชิวๆ เหมือนเป็นภาพยนต์ทาง CG ไว้เปิดให้คนเข้างานไปชมตอนว่างๆ Workshop ย่อยในสายที่เกี่ยวข้อง ที่เปิดให้คนเสนอ workshop แล้วอาจจะจัดเป็นบรรยาย หรือพรีเซนต์งานย่อยๆ และเวทีที่เพิ่งจัดมาสี่ห้าปีที่ผ่านมาคือ Young Researcher Forum (YRF) คือให้นักวิจัยหรือเด็กรุ่นใหม่ที่พรรษายังไม่แก่กล้า มานำเสนอผลงานว่าตอนนี้ทำงานวิจัยอะไรอยู่ วัตถุประสงค์สำคัญคือ ดึงคนรุ่นใหม่ๆ เข้า CG Community นี้เยอะๆ (เค้ากล่าวว่า การให้คนรุ่นใหม่มาเห็นเวทีระดับใหญ่ๆ จะช่วยสร้าง motivation ในงานวิจัยสายนี้)

เราได้วางแผนกับอาจารย์ไว้แล้วว่า ถ้าเปเปอร์โดน reject จะลองส่งไปที่ YRF เพื่อจะนำความคิดเห็นหลังพรีเซนต์มาไว้ปรับแก้ใน thesis ของเราต่อไป… หลังจากโดน reject แล้วเราก็จึงส่งงานไปที่ YRF อีกรอบ และสุดท้ายก็ได้ไป SoCG2016 สักที !! โดยรอบนี้เราวางแผนโดยใช้เงินสนับสนุนของ พสวท. ผ่าน สนร. (เบิกได้คือค่าเครื่องบิน ค่าที่พักในระหว่างวันงาน และค่าลงทะเบียน)

หลังจากที่ได้ accept แล้วก็ได้เวลาทำวีซ่า !  ทำวีซ่าอเมริกาก็ไม่ได้ยุ่งยากมากนัก เตรียมเอกสาร สมัครออนไลน์ สัมภาษณ์ ถึงแม้จะขวัญเสียจากการโดนลุงปั๊มนิ้วที่สถานทูตด่าก็ตาม (ก็พูดมาแบบฟังไม่รู้เรื่องนี้นา TT) แต่สุดท้ายก็ผ่านขั้นตอนต่างๆ ได้วีซ่าเรียบร้อย ~ ส่งเอกสารขออนุมัติจาก สนร. ซื้อตั๋วเครื่องบิน ซึ่งซื้อผ่าน campus support (บัตรเครดิตเราเป็นบัตรนักเรียน วงเงินไม่พอรูดค่าตั๋วเครื่องบิน T_T) ทุกอย่างก็เรียบร้อยดี…

หลังจากได้รับอนุมัติแล้ว ก็ได้เวลาวางแผนกิจกรรมวิชาการและกิจกรรมทัศนศึกษาที่เกี่ยวข้อง เราก็อภิปรายกับชัย เพื่อนเก่าแก่ชาว JSTP ที่ตอนนี้ไปอยู่ที่ชิคาโก้พอดี.. เนื่องจากเครื่องต้องไปเปลี่ยนที่ชิคาโก้พอดี ด้วยจังหวะประจวบเหมาะต่างๆ เราเลยได้แวะอยู่ที่ชิคาโก้ประมาณสองวันเพื่อเคลียร์อาการ jetlag ก่อนไปงานประชุมที่บอสตันด้วยเลย ~ ได้เวลาก็เตรียมกระเป๋า เตรียมใจไปอเมริกาครั้งแรกพอดี

10 June 2016 : ออกเดินทาง ตะลุยแดนชิคาโก้

จากการจองตั๋ว ไฟลท์เดินทางของเราคือเย็นวันศุกร์ ที่สนามบินนาริตะ T_T รอบนี้ดูเวลาจะดีกว่ารอบไปสวิตคราวก่อน (รอบนั้นออกเช้าโคตรๆ) แต่เนื่องจากวันศุกร์เรามีคาบภาษาญี่ปุ่นตอนเก้าโมงถึงสิบโมงกว่า ครั้นไปเรียนแล้วกลับมาเอากระเป๋าที่บ้านก็ดูจะสวนทิศทางการไปสนามบิน เราเลยลากกระเป๋าเดินทาง กระเป๋ากล้อง เป้ ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยเลย ~ เรียนเสร็จแล้วไปนั่งชิวๆ ถึงสักเที่ยงๆ ก็ลากกระเป๋าไปขึ้นรถไฟที่สนามบินเลย

รอบนี้ก็ใช้เวลาเดินทางราวๆ 12 ชั่วโมงจากโตเกียวไปชิคาโก้ เราจึงเตรียมงานไปทำบนเครื่องบิน ซึ่งรอบนี้ที่เรานั่งไปคือ United Airlines รอบนี้ก็พลาดหลายๆอย่างในการเดินทางคือ เอาลิปมัน iPod ใส่กระเป๋าเป้ แต่ลืมหยิบใส่กระเป๋ากล้อง (ที่พกติดกับตัว) ถึงเวลาเดินทางจึงเกิดภาวะปากแห้ง เบื่อๆ แต่เนื่องจากนั่งข้างใน เลยขี้เกียจลุกไปเอาของในกระเป๋า ก็ต้องอดทนไป

บน United Airlines ก็เรื่อยๆ เฉยๆ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ อาหารเมื่อเทียบกับ ANA เราก็เชิดชู ANA แน่นอน… บนเครื่องก็อ่านหนังสือฆ่าเวลา ช่วงเวลาที่เบื่อๆ ก็เขียนเปเปอร์ไปได้ประมาณหน้ากว่าๆ >_< บางทีก็ slide ท่องศัพท์ N4 ในแอพไปเรื่อยๆ งีบๆ บ้าง ถึงแม้จะมี  turbulance เป็นระยะๆพอให้หวาดเสียว แต่ก็แลนดิ้งสู่ชิคาโก้ในที่สุด

อาหารบน United Airlines เฉยๆ ไม่ดีไม่ร้าย -,-

ด้วยเวลาที่ต่างกันราวๆ 10 กว่าชั่วโมง ออกจากโตเกียวห้าโมงเย็น ถึงชิคาโก้ก็บ่ายสอง -,- ท้องฟ้าสว่างสดใสมากกก… เราลงมาถึงสนามบิน Chicago O’Hare ก็มีเก๋ (แฟนชัย และเพื่อนของแอนนา และเก๋ฮวกแห่งโตเกียว) มารับที่สนามบิน ~ เพื่อความคุ้มค่า เราจึงซื้อบัตร 3 day pass แล้วก็นั่งรถไฟดินทางเข้าไปเจอกับชัยที่ในตัวเมืองชิคาโก้

สนามบินชิคาโก้โอแฮร์ และบัตรเวรตรา บัตรขนส่งมวลชนสามวันอันลิมิเต็ด

ในที่สุดก็ถึงตัวเมืองชิคาโก้แบบเบลอๆ ด้วยความต่างของเวลา เพลียๆ และง่วงนอนของเรา T_T ไปถึงก็เจอกับชัยที่เพิ่งออกจากแลปเขียนเปเปอร์พอดี ชัยและเก๋ก็เลี้ยงข้าวมื้อแรกด้วยอาหารจีนแถวๆ Millenium Park แต่ด้วยสัมภาระ ความง่วงความเบลอ กินเสร็จเลยกลับที่พักไปก่อน ซึ่งก็ได้รับความอนุเคราะห์จากชัยเช่นกัน ~

ชัยและเก๋ ผู้มีอุปการคุณในทริปนี้ ทั้งของกินที่ไม่ได้กินมานานแล้ว (หมูกรอบ เป็ดย่าง ฮือออออ)

กลับไปถึงที่บ้านชัย แถวๆ นั้นคือดีงามมาก วิวสวย ติดทะเล(สาบ) ถึงบ้านราวๆ สองทุ่ม แต่ท้องฟ้ายังไม่มืด แถวนั้นพระอาทิตย์ตกประมาณราวๆ สองทุ่มกว่าเกือบสามทุ่ม… เข้าบ้านเสร็จก็แวะซุปเปอร์มาเก็ตเตรียมอาหารเช้าในวันต่อๆ ไป ซึ่งพอเข้าซุปเปอร์มาเก็ตก็พบว่า ของถูกมากกกกก (เมื่อเทียบกับญี่ปุ่น) อาบน้ำอาบท่า เคลียร์ของสักพัก ดื่ม Sleep Water ที่ขนมาจากญี่ปุ่น แล้วก็นอนตั้งแต่สี่ทุ่ม >_<

ย่านแถวๆ บ้าน ตึกแถวๆ ชิคาโก้

11 June 2016 : ทัศนศึกษาฮาเฮที่ชิคาโก้วันแรก

แน่นอน….เนื่องจากเวลาต่างกันขนาดนั้น.. สิ่งที่เกิดขึ้นคือ JETLAG! วันนี้ก็ตื่นเป็นระยะ ตั้งแต่ตีสี่ ตีห้า จนหกโมงเช้าก็เลยตื่นมันซะเลย – -” ทำแซนด์วิชแบบง่ายๆ กินกัน…

ช่วงก่อนทริป เรานึกได้ว่าเรารู้จักกับน้องแชมป์ รุ่นน้อง พสวท. (โอลิมปิก) ซึ่งรู้จักกันที่โตเกียวเมื่อมาอยู่ใหม่ๆ ผ่านทางเพื่อนคนจีน (คุณหลีเว่ย) ซึ่งตอนนั้นเราก็ปั่นจักรยานจากโอไดบะ ไปเที่ยวตลาดปลาทสึคิจิกันไป เนื่องจากน้องแชมป์อยู่บอสตัน เราเลยกะแวะไปทักทายหน่อย เผอิญน้องแชมป์มาชิคาโก้ช่วงนั้นพอดี เลยได้จังหวะประจวบหมาะ ลุยเที่ยวชิคาโก้พร้อมกันเลยในวันนี้..

เนื่องจากทริปนี้ เราเบิกเงินจากทุน เราจึงควรเรียนรู้สิ่งที่จะเป็นประโยชน์ และพอจะนำมาใช้หลังจากจบได้ สิ่งที่เราวางแผนในทริปนี้นอกจาก conference ก็คือ การศึกษาดูงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ! (ฟังดูเวอร์ไหม ถถถ) เนื่องจากเราอยู่ญี่ปุ่น เราเห็นสภาพของญี่ปุ่น การมาประเทศที่ต่างออกไปและได้ดูสิ่งที่ต่างออกไป น่าจะเปิดโลกทัศน์ได้มากขึ้น เราเลยวางแผนไปดูมหาวิทยาลัย (ซึ่งมันเป็นวันเสาร์อาทิตย์ ก็จะยาก) หรือพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ วันนี้ในแผนเราเลยเป็นการดูเรื่องราวทางการศึกษาเป็นหลัก..

เราออกจากบ้าน (ที่อยู่ห่างจากชิคาโก้ไปนิดนึง) เข้ามาในตัวเมืองเพื่อเจอกับน้องแชมป์ที่ Millenium Park หลังจากที่เจอกันแล้วก็แวะเดินเล่นแถวๆ Millenium Park นิดนึงก่อน น้องแชมป์ก็ชวนพวกเราไปนั่งเรือเลียบแม่น้ำชิคาโก้เพื่อไป Chinatown กัน

แวะไปกระโดดที่ถั่วแถว Millenium Park แล้วเดินเล่นที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะแถวๆ Millenium Park

เรานั่งเรือเริ่มจากแถวๆ ตึกของตาทรัมป์ (ผู้ชิงตำแหน่ง ปธน. สหรัฐคนใหม่) ค่าเรือก็ 7$ เปรียบเทียบการนั่งเรือก็เหมือนนั่งเรือเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา (ก่อนหน้านี้เราบอกว่านั่งเรือเลียบคลองแสนแสบ แต่ทุกคนในวงก็รุมประนามเราว่า เทียบได้ห่างชั้นกันมาก ถถถถถ) ระหว่างทางก็เห็นความสลับซับซ้อนของบ้านเมืองแถวชิคาโก้ จากใจกลางเมืองก็ค่อยๆ ออกไปสู่ย่านเมืองที่เบาบาง จนกระทั่งถึง Chinatown

นั่งเรือเลียบแม่น้ำชิคาโก้ ชมวิว ไปลงที่ Chinatown

ถึงที่ Chinatown ก็ราวๆ สิบเอ็ดโมงกว่า ๆ เกือบเที่ยงพอดี ก็ได้เวลาข้าวเที่ยง ! มื้อเที่ยงวันนี้ก็หนีไม่พ้นอาหารจีนอีกเช่นเคย (แต่เราชอบนะ โอเคเลย) เราก็แวะไปร้านก๋วยเตี๋ยวแถวๆ นั้น ทานเป็นมื้อเที่ยง เดินเล่นๆ รอบ Chinatown (ซึ่งอากาศร้อนนนน) เสร็จแล้วก็นั่งรถไฟ ตามแผนแล้วเราจะไป Museum of Science and Industry

Rice noodle และชาวคณะ

เนื่องจาก Museum อยู่ใกล้ University of Chicago และน้องแชมป์จะไปงานรับปริญญาเพื่อนที่นั่นพอดี เราเลยติดสอยห้อยตามเจ้าถิ่นเก่าไปชม U of Chi. ซึ่งระหว่างเดินอยู่ก็เจอพิธีรับปริญญาพอดีเลย

พิธีรับปริญญาที่นั่น เท่าที่เห็นดูก็มีความเรียบง่ายดี มีการตั้งเต็นท์กลางสนาม พิธีก็จัดกันกลางสนามนี่แหละ บัณฑิตยืนตรงกลาง มีที่นั่งให้ผู้ปกครองนั่งดูและให้กำลังใจ แต่ดูแล้วน่าจะร้อนนนนนนพอสมควร

U of Chi และพิธีรับปริญญาของที่นั่น

เดินออกจาก U of Chi เราก็พากันเดินไปที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมราวๆ บ่ายสองโมง อากาศก็มีความร้อน แต่เราก็ไม่ท้อถอย เดินกันไปจนถึง พอถึงพิพิธภัณฑ์น้องแชมป์ก็ขอตัวกลับไปที่ U of Chi (ขอขอบพระคุณน้องแชมป์มา ณ โอกาสนี้มาเดินมาส่งถึงพิพิธภัณฑ์) เราก็เดินชมพิพิธภัณฑ์ไป

จากการที่เราหาข้อมูล พิพิธภัณฑ์ที่นี่แปลงมาจากพื้นที่จัดงาน World Fair เมื่อนานมาแล้ว ตอนดูจากเว็บไซต์นี่มันดูเหมือนไม่ใหญ่มาก ที่นี่มีส่วนที่เป็นส่วนจัดแสดงพื้นฐานที่เข้าฟรี และส่วนที่จ่ายเงินเพิ่มเติม ซึ่งแน่นอน เราไม่จ่ายเพิ่ม (ด้วยความจน T_T) จากแผ่นที่ที่เห็นตอนแรก คิดว่าเดินแป้บๆ สักสองชั่วโมงน่าจะเสร็จ (ใช้มาตรฐานตึกแบบไทยไปตัดสินไง) แต่พอไปดูของจริงแล้ว…

“มัน ใหญ่ มาก”

ความใหญ่อลังการพอๆ กับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์อุเอโนะ (ที่เราเคยคิดว่ามันเล็กจากภายนอก แต่พอเข้าไปจริงๆ แล้วมันใหญ่โคตรๆ ดูวันเดียวไม่หมด)

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์อันใหญ่โตโอฬาร…

ไปถึงเราก็ชมส่วนจัดแสดงต่างๆ ที่นี่ก็จะแบ่งห้องเป็นธีมต่างๆ ตามหัวข้อการเรียนรู้ ซึ่งมีการแสดงให้เห็นจริง ยกตัวอย่างเช่น พิพิธภัณฑ์ Science Storm ที่โชว์ให้เห็นถึงแรงต่างๆ ในธรรมชาติ การเกิดฟ้าร้องฟ้าแลป ทอร์นาโด ก็มีการสาธิตแสดงให้เห็นจริงเลยทีเดียว !

ทอร์นาโดก็มาให้ดู มีการหมุนทรายให้ดูกันจะจะ ด้วย

อีกห้องที่น่าสนใจคือ ห้องเกี่ยวกับของเล่น ที่พิพิธภัณฑ์นี้แสดงให้เด็กๆ เห็นว่า กว่าจะมาเป็นของเล่นหนึ่งชิ้นนั้น ไม่ได้ว่าได้มาง่ายๆ การเริ่มต้นออกแบบก็ต้องใช้ CAD (Computer-Aided Design) เข้ามาช่วย การผลิตของหนึ่งชิ้นนั้นก็มาจากเครื่องจักรหลายๆ เครื่องที่ทำงานสัมพันธ์กัน ดังนั้นในห้องนี้เด็กๆก็จะได้เรียนรู้หลายหลาย ทั้งการนำคอมพิวเตอร์ แขนกล ระบบการทำงานของเครื่องจักรต่างๆ อย่างเป็นระบบ

กว่าจะมาเป็นของเล่นให้เราชิว…ต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ มากมาย

ที่เป็นไฮไลท์หลักของการมาชมครั้งนี้ของเราคือ ส่วน Numbers in Nature ! ซึ่งในพิพิธภัณฑ์ก็แสดงให้เห็นถึง pattern ที่ปรากฏในธรรมชาติ ซึ่งสามารถวิเคราะห์ได้ในทางคณิตศาสตร์มากมาย ตั้งแต่ Fibonacci, Fractal ไปจนถึง Voronoi Diagram ซึ่งเป็นงานวิจัยหลักของเราด้วย… ในห้องพิพิธภัณฑ์ก็มีหลายๆ ส่วน ทั้งที่เป็นมีเดีย วัตถุจริง รวมถึงให้เราเล่นไปกับเครื่องคอมพิวเตอร์ และวิเคราะห์ลวดลาย ที่น่าเวียนหัวกว่าคือมีเขาวงกตมาให้เราเดินเล่นแบบงงๆ มึนๆ อีกต่างหาก >_<

ส่วนจัดแสดงเรื่อง Numbers in Nature ช่างดึงดูดเรายิ่งนัก…

นอกจากส่วนนี้แล้ว เรายังได้เข้าชมอีกเยอะแยะมากมายอาทิ ส่วนแสดงเทคโนโลยีรถไฟ (ซึ่งอันนี้ขอยกให้ญี่ปุ่นชนะขาด เพราะรถไฟอเมริกานี่มันไม่เมพเท่าเลย ถึงแม้จะมีการตั้งแสดงตัวอย่างรถไฟวิ่งเล่นให้ดูก็ตาม แต่ที่ญี่ปุ่นก็มี พร้อมแสงสีเสียง ฮาาาา ~)  ส่วนแสดงเกี่ยวกับเทคโนโลยี DNA ส่วนนี้แวะเข้าชมสักพัก อาการ Jetlag ก็กลับมา ทำให้เราหนีไปงีบสักแป้บ ตื่นมาอีกที ชัยกับเก๋หาย เหหห ~ เราเลยไปชมส่วนอื่นๆ อีกหน่อย

ส่วนจัดแสดงรถไฟ และเทคโนโลยีพันธุกรรม

เดินขึ้นไปอีกชั้นก็มีเรื่องเทคโนโลยีการบิน ที่มีพื้นที่ให้เด็กๆ ลองเล่น Flight Simulator (แต่จ่ายตังเพิ่ม) รวมถึงเอาเครื่องบินจริงๆ ยกมาให้ดูกันเลยทีเดียว ! ท้ายสุดเราก็แวะไปดูเรื่องการส่งเสริมงานวิจัยของที่นี่ ซึ่งที่นี่ก็มีหน่วยงานสนับสนุนการวิจัยที่แข็งแรงมาก (โครงการ DARPA) เค้าก็ยก Timeline ตัวอย่างของการวิจัยที่สำคัญๆ มาให้ดูด้วย

Flight Simulator, เครื่องบิน และ DARPA

เดินเล่นไปแป้บๆ ก็ใกล้หมดเวลา เราจึงแวะไปช้อป ชม Museum Shop มาหน่อย ได้เสียเงินกับเสื้อยืดตามสมควร จากนั้นก็ออกเดินไปเล่นริมทะเลสาบชิคาโก้

พิพิธภัณฑ์ ที่จะเห็นว่า บริเวณข้างนอกที่ไม่ใช่ส่วนจัดแสดงก็จะมีกิจกรรมการทดลองมาให้ชมเป็นระยะๆ 

เดินออกมาจากพิพิธภัณฑ์ราวๆ ห้าโมงกว่า แต่ท้องฟ้าอย่างกับสี่โมงเย็น… ละแวกนั้นก็เป็นสวนหย่อมสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ จากการเดินมาตั้งแต่เช้า ประกอบกับ Jetlag ก็มีความเหนื่อย ง่วง เพลีย ด้วยบรรยากาศที่ดี เราก็ได้งีบหลับพักผ่อนนิดๆ พอเติมพลังงานนิดนึง ที่บริเวณนั้นเราก็เห็น skyline ของเมืองชิคาโก้ จากนั้นก็ย้อนกลับไปที่ Millenium Park อีกรอบเพื่อไปยิงบรรยากาศเวลาพระอาทิตย์ตก

บรรยากาศดีมีความสวย

เราก็แวะเดินเล่นรอบๆ Millenium Park อย่างละเอียด หลังจากที่ตอนเช้าเดินผ่านอย่าง skimming.. ก็ไปเก็บภาพถ่ายในสวย ชมบรรยากาศโดยรอบ และปิดท้ายด้วยน้ำพุ Buckingham Foutain ก่อนกลับบ้านวันนี้

Millenium Park ยามเย็น กับถั่ว น้ำพุน้ำพุ่งจากปาก และ Buckingham Foutain

12 June 2016 : ทัศนศึกษาฮาเฮที่ชิคาโก้วันที่สอง

หลังจากที่เดินอย่างรัวๆ ในวันแรก ปรากฏว่าวันที่สอง เท้าเราก็พัง เนื่องจากรองเท้าที่ใช้เป็นรองเท้าที่ซื้อใหม่สำหรับมาทริปนี้โดยเฉพาะ (กะซื้อมาแบบรองเท้ากันน้ำโดยเฉพาะเลย แต่ที่ไหนได้ ฝนไม่ตกเลยย..) แน่นอน รองเท้ากัด เท้าขึ้นตุ่มน้ำเลยทีเดียว… แต่เราไม่ท้อ (เพราะโอกาสมาตะลุยแบบนี้หาได้ยาก) เราก็ออกลุยไป หลังจาก Jetlag วันแรกแบบรุนแรง วันนี้เราก็เลยท่องเที่ยวแบบชิวขึ้น เริ่มต้นจากการเดินเลียบชายหาดน้ำจืด ให้คลื่นและลมพัดใส่เรา (ทดสอบด้วยการเอานิ้วแตะๆ ชิมเรียบร้อย)

บรรยากาศดี จึงขอจารึกไว้บนผืนทรายที่ชิคาโก้ ~

เราก็เดินไปชิวไป ระหว่างทางก็จะมีสวนเปิดกว้าง สังเกตว่าที่นี่จะเน้นบรรยากาศแบบ Green and Clean กล่าวคือ มีต้นไม้ที่ไม่ได้รกทึบเกินไป มีบริเวณสนามหญ้าที่ตัดเป็นประจำ เหมาะสำหรับให้คนมาวิ่งเล่น พักผ่อนหย่อนใจ วันที่เราไปนั้นเป็นวันอาทิตย์พอดี บริเวณนั้นก็มีการจัดบริเวณเป็น Kids zone ณ พื้นที่ Kids zone ก็จะให้เด็กเล่นกีฬา โดยเน้นเป็นกีฬาที่สร้างความสนุสนาน ไม่เน้นผลแพ้ชนะ เน้นให้เด็กได้เรียนรู้มากกว่า

ลานกีฬาสร้างปัญญา พัฒนาพัฒนาการเด็ก

เดินเรื่อยๆ ไปจนถึงชุมชนคนเวียดนาม ก็เลยแวะไปทานข้าวเที่ยงที่นั่น วันนี้เราก็จัดเฝอชามใหญ่อลังการมาก ประเภทที่ว่ากินแล้วจุกกันไปเลยทีเดียว… เสร็จแล้วเก๋แวะซื้อของที่ร้านเอเชียแถวนั้น ซึ่งมีให้เลือกเยอะและถูกกว่าที่โตเกียวมาก >_< จากนั้นแวะกลับบ้านไปเก็บของและพักผ่อนสักแป้บ..

เมนูเวียดนามในชุมชนคนเวียดนาม

ตื่นจากการพักผ่อน เราก็เดินทางไปยัง Hancock tower เพื่อไปชมวิวสูงของเมืองชิคาโก้ บนนั้นเราต้องสั่งเครื่องดื่มด้วย ก็เลยเป็นโอกาสดีที่ได้ลอง Root Beer แห่งชิคาโก้ เราก็ชิวๆ ถ่ายรูปไป ส่วนชัยก็มีความเมาๆ เบลอๆ – -” ชมวิวสักพักก็ลงมาจาก Hancock Tower เดินเล่นรอบๆ แวะ Uniqlo (ซึ่งได้เสื้อยืดมาสองตัว เพราะ Uniqlo ญี่ปุ่นมันไม่มี size ฮือออ) แล้วก็เดินเท้าไปต่อที่ Navy Pier

Hancock Tower  และวิวจากบนนั้นน ~

ไปถึงที่ Navy Pier บริเวณนี้เป็นท่าเรือเก่า ซึ่งแปลงโฉมมาเป็นสถานพักผ่อนริมทะเลสาบชิคาโก้ เราก็แวะกินข้าว ชมวิวที่นั่น ถ่ายรูปเดินเล่นสักพักก็กลับบ้าน… (ด้วยความอ่อนเพลีย TT) กลับมาก็เตรียมเก็บกระเป๋าไปบอสตัน ซ้อมพรีเซนต์ให้ชัยและเก๋คอมเมนต์ แล้วจึงหลับไปในเวลายามดึก…

Navy Pier และวิวโดยรอบ

13 June 2016 : ตะลุยบอสตันและ Campus Tour

วันนี้ก็ได้เวลาเดินทางจากชิคาโก้ไปยังบอสตัน ซึ่งเป็นจุดหมายหลักของเราสักที! วันนี้ไฟลท์ของเราออกแต่เช้าตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า… แต่เราออกจากบ้านชัยตั้งแต่ตีสี่ด้วยบริการอูเบอร์ (ซึ่งก็ไม่เคยใช้ นี่แหละครั้งแรก ถถถ) ด้วยความที่กลัวว่าจะตกเครื่อง.. ไปถึงสนามบินปรากฏว่าเหลือเวลาสองชั่วโมงกว่า ก็นั่งเล่นชิวๆ ครั้นจะเล่นเนท เนทที่นี่ก็ให้แค่สามสิบนาที ที่เหลือจ่ายตัง (ซึ่งถามว่าเราจะจ่ายไหม ง่ายมาก ไม่ :P) ขึ้นเครื่องบินบินข้ามจากชิคาโก้ มาถึงบอสตันราวๆ สิบโมงกว่าๆ

13422270_10153568527780811_5862546161312279223_o

จะแลนดิ้งแล้ววว

มาถึงที่บอสตันปุ๊บ เราก็เดินทางจากสนามบินโลแกน ไปเก็บของที่ที่พักก่อน แน่นอนว่า เพื่อความคุ้มค่าในการมาอยู่บอสตันราวๆ 1 สัปดาห์ การซื้อตั๋ว 7 day pass ในราคา 20$ จึงคุ้มค่า (เพราะว่าเที่ยวเดินทางเที่ยวเดียวก็ 2.65$, วันๆนึงในการเดินทางไปประชุมก็ต้องไปกลับสองเที่ยว ไม่นับไป social event ต่างๆอีก…) ซึ่งที่นี่ก็ใช้บัตรชาลีการ์ด ใช้ได้ทั้งรถไฟ รถบัส ครบวงจร..

การมาพักที่บอสตันครั้งนี้ เราได้เข้าพักที่หอพักของมหาวิทยาลัย Northeastern (NEU) ซึ่งผู้จัดงานได้เตรียมที่พักให้เรา ที่พักที่นั่นราคาเพียงคืนละ 80$ (เพียง หรออออ.. ก็นั่นแหละ ถ้าไปโรงแรมข้างนอกก็ราวๆ สองร้อยกว่าเหรียญ ช๊อคกว่า – -“) ที่พักที่นั่นก็เป็นที่พักใหม่ที่ดูดีมาก ตอนเราจองจองห้องพักแบบ single แต่เตียงจัดให้มาเป็นคู่ซะงั้น (แต่ก็นอนคนเดียวแหละ) เป็นห้องที่แชร์ห้องน้ำกับห้องข้างๆ เวลาจะเข้าห้องน้ำก็ต้องเดินไปล๊อคประตูห้องน้ำของห้องฝั่งตรงข้าม.. ลองดูรายละเอียดของที่พัก ที่นี่เขียนไว้ว่าเป็น Summer Conference Guesthouse ก็คือจัดที่นี่ไว้ให้สำหรับงานประชุมโดยเฉพาะเลยทีเดียว (แต่อินเตอร์เนทบล๊อก Line, wechat, instagram จ้า… ไม่รู้ทำไมยังไง  >_< )

ตั๋วเจ็ดวัน และที่พักอันสะดวกสบายที่ NEU

ในการมาบอสตัน เราก็ได้ติดต่อไปหาน้องตี๋ พสวท. ชาว  math ที่เราเจอกันตอนไปช่วยทำปฐมนิเทศ พสวท. เมื่อสามปีก่อนที่บอสตัน ซึ่งวันนี้น้องตี๋ก็จะพาเราไปทัวร์ MIT และ Harvard มหาวิทยาลัยชั้นน้ำของโลก ซึ่งน้องตี๋มีความเชี่ยวชาญย่านนั้นพอสมควร… หลังจากเก็บของเข้าที่พักเรียบร้อย นั่งพักนิดหน่อยก็ได้เวลาตะลุย Campus Tour

หลังจากเจอน้องตี๋ ทักทายกันเสร็จแล้ว เราก็เดินเที่ยว และหาข้าวเที่ยงกินก่อน (เป็นข้าวเช้ารวดเที่ยงเลยทีเดียว) เราก็มาลองดูว่าโรงอาหาร MIT อาหารเป็นยังไง ก็ปรากฏว่าก็เฉยๆ …. เติมพลังเสร็จแล้วเราก็เดินเล่น ชมรอบๆ MIT (ซึ่งไม่ได้เป็น campus แบบรั้วรอบขอบชิดเท่าไหร่ อาณาบริเวณกว้างใหญ่พอควร)

มื้อเที่ยงที่ MIT ตะลุย MIT และมุมมหาชน (แต่เหมือนเค้ายังเก็บสถานที่จากงานรับปริญญาไม่เสร็จ เลยมีผ้าใบมาขึงไว้อย่างนั้น TT)

ระหว่างทางก็แวะร้านสหกรณ์ สอยของที่ระลึกไปตามควร ที่น่าสนใจคือเราได้ผ่าน MIT Museum ด้วยอยากรู้เลยเข้าไปดู (นึกว่าฟรี) แต่ก็ต้องจ่ายเงิน ถึงจะต้องจ่ายเงิน แต่เนื่องจากเราโชว์บัตรนักศึกษา (ซึ่งเป็นบัตรญี่ปุ่นของ ม.เราด้วยนะเออ) เราก็ได้ส่วนลด เราจึงได้ชม MIT Museum

เรื่อยไปใน MIT

ที่ MIT Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงงานวิจัยของ MIT ในหลายๆ เรื่อง เช่น เทคโนโลยีต่างๆ การสร้าง motivation เผยแพร่ความรู้ให้กับผู้เรียนทั้งในและนอก MIT, เทคโนโลยีช่วยงานด้านการวิจัย ฯลฯ ซึ่งจากการชมพิพิธภัณฑ์นี้ก็คิดว่า มหาวิทยาลัยบ้านเราน่าจะมีการย่อยงานวิจัยให้คนทั่วไปได้รับทราบในพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยด้วย (จะได้ไม่โดนใครมาว่าว่าเป็นงานวิจัยขึ้นหิ้ง ทั้งๆ ที่จริงๆแล้วงานวิจัยแต่ละงานก็มี contribution สู่สังคม หรือสู่วงการวิชาการที่แตกต่างกัน…)

นิทรรศการงานวิจัยของ MIT

ชม MIT จนอิ่มหนำสำราญแล้ว เราก็เดินทางต่อไปยัง Havard University ซึ่งน้องตี๋โฆษณาว่าบริเวณมหาวิทยาลัยมีความสวยงาม เราก็ตามไปชม ซึ่งก็งามสมคำร่ำลือ.. ที่นี่เราก็มาตามล่าคุณดลฤดีหนีทุน เอ๊ยไม่ช่าย… ไปเดินเล่นรอบๆ campus รวมถึงแวะชมจตุรัสภูมิพล ซึ่งเป็นเมืองเกิดของในหลวงของเราด้วย

แวะชม Havard จับเท้าของ John Havard, เยี่ยมชมหน้าหอสมุด และจตุรัสภูมิพล

เดินไปให้รองเท้ากัดเรื่อยๆ จากนั้นก็ทานข้าวเย็นซึ่งก็คือ อาหารเวียดนามมมม ! แต่ก็อร่อยเช่นเดิม และปิดท้ายทัวร์ตี๋ในวันนี้ พร้อมเตรียมตัวสู่บรรยากาศงานวิชาการอันเข้มข้นในวันถัดไป

13442535_10153568550575811_6491807002508345614_o

อาหารเวียดนามกับผู้นำทัวร์วันนี้ ~

14 June 2016 : เดินเล่น งานกิน งานวิชาการต้องมา !

ในที่สุดก็มาถึงวันวิชาการสักที ! แต่กระนั้นก็ตาม งานนี้เปิดให้ลงทะเบียนตอนเที่ยงวัน ดังนั้นเราจึงพอมีเวลาในช่วงเช้าสำหรับเดินเล่นในเวลาอันสั้น แรกสุดเราวางแผนจะตื่นแต่เช้าาาา… แต่ท้ายสุดกว่าจะตื่นก็ราวๆ เก้าโมง ดังนั้นเราจึงมีเวลาไม่มากนัก เราก็จึงไปเดินเล่นใกล้ๆ แถวที่พัก

จาก NEU (Mass Ave.) ไปยังที่ conference ซึ่งจัดที่ Tuft Medical School เรานั่งรถไฟสายสีส้มไปที่ Tuft Medical Center สถานีอีกสถานีที่ติดๆกันคือ Chinatown ละแวกใกล้ๆ นั้นมีที่ให้เดินเล่นคือ Boston Common ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ Freedom Trail ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวอีกจุดนึง… แต่กระนั้นก็ตามเราก็ไม่ได้ตาม Freedom Trail ..

Boston Common

เนื่องจากท้องฟ้าสวยสดใสมาก ทำให้การเดินชม Boston Common มีความฟินนนน… เราเดินเล่นในสวน Boston Common ระหว่างเดินก็เจอเด็กสองคนที่เทพมากเล่นดนตรีอยู่ เราก็เข้าไปดู ถ่ายรูปมาแว้บๆ ปรากฏว่าเค้ากำลังอัดวีดีโอโฆษณาอะไรกันอยู่ไม่รู้… (โชคดีไม่ได้ไปปั่นปวนกองเค้า ถถถ) สักพักก็เดินไปที่ริมแม่น้ำชาร์ล เริ่มเดินออกห่างไปเรื่อยๆ บรรยากาศสวยขึ้น จนเดินไปถึงสะพานข้ามแม่น้ำที่กำลังก่อสร้างปรับปรุงอยู่ บนสะพานหันย้อนกลับมายังฝั่งบอสตันนี่มีความสวยงามมากกกกก เราเลยชักรูปไปรัวๆ หลายสิบรูป เหลือบมองนาฬิกาอีกทีก็ใกล้ๆ เวลาลงทะเบียนเข้างานพอดี ครั้นจะเดินกลับก็อาจจะไม่ทัน เลยนั่งรถไฟกลับไปที่ Conference Venue

สวนและริมแม่น้ำ Charles

ตามตาราง เราก็ลงทะเบียนเข้างาน รับป้ายชื่อ ถุงยังชีพ และไปร่วม Welcome lunch กลางแจ้ง (ซึ่งจากที่มาอเมริกานี่ดูประเทศนี้ชอบแดดกันจริงงงง) welcome lunch นี้เป็น BBQ party คือเป็น hamberger party นั่นเอง… ไปถึงก็ตักอาหารตามระเบียบ ตักมาเสร็จไม่รู้ไปนั่งที่ไหน ไม่เจอใครคุ้นตาเลย เลยไปนั่งกับอาจารย์ชาวเยอรมันและ postdoc ชาวไต้หวันที่เยอรมัน (มหาวิทยาลัยบอนน์) ด้วยเลย

BBQ Party

นั่งกินข้าวไปก็มีสมาชิกมาสมทบเรื่อยๆ เราก็ทำความรู้จักไปเรื่อยๆ มีทั้งเด็ก ป.โทที่กำลังเริ่มมาทำวิจัยในฟิลด์ (งาน conf นี้สนับสนุนค่าเดินทางสำหรับนักเรียนที่เรียนในประเทศอเมริกาหรือแคนาดา) รวมถึงอาจารย์ต่างๆ ได้เวลาสักพักก็เข้าพิธีเปิดของงานกัน

ป้ายชื่อ และบรรยากาศของงาน

เปิดงานนี้ด้วย session Multimedia preview โดยให้คนที่นำเสนองานในเวที multimedia มาพรีเซนต์สั้นๆ สองนาทีว่าทำอะไรบ้าง ในงาน multimedia session จะเป็นวีดีโอ หรือการแนะนำเครื่องมือทาง CG ที่อาจมีคนคิดและมานำเสนอในงาน จากนั้นก็เข้าสู่การนำเสนอ paper ซึ่งก็เป็น session Voronoi Diagram ก็จึงเร้าความสนใจของเราได้มากเลยทีเดียว… และจากการบรรยายก็ปิ๊งไอเดียที่เกี่ยวข้องกับงานของเราอีกด้วย

Voronoi diagram session

ตอน Coffee break เราก็ไปหาขนมกิน ก็ไปยืนโต๊ะเดียวกับคุณชาวอิตาลี ก็เลยพูดคุยทักทายชิวๆ ไป คุยนู่นนี่ไปจนถึงเวลา ก็สลายวงไปเข้าห้องวิชาการต่อ

ตอนที่กำลังนั่งฟังบรรยายใน session ใหม่ เรารู้สึกเอะใจแปลกๆ อาจารย์ที่เป็น boss ของเฮียคนไต้หวัน เหมือนชื่อคุ้นๆ ยังไงไม่รู้…เฮียใต้หวันมาจากบอนน์ เปเปอร์ที่เราโดนรีเจคจาก SoCG แล้วแก้ส่งไปที่ journal มันโชว์ว่า มีอาจารย์จากที่บอนน์เป็น editor (คนรับผิดชอบเปเปอร์เรา) หรือว่า คนที่เราเจอบนโต๊ะกินข้าวคือ editor ที่กำลังจะต้องรีวิวเปเปอร์เราหรือเปล่า…

นึกได้ครานั้น ก็เปิดเมลล์ เชคเข้าไปในระบบ submit journal ที่เราส่งไป..
.
.
.
ชื่อเดียวกันเลย – -”
.
.
.
สรุปคือ อาจารย์คนที่ไปนั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกันตอนเที่ยง คือ editor paper ที่เรากำลังส่งไปนี่เองงง >_<
นั่นคือ พรุ่งนี้เรามี session พูด ต้องเตรียมจัดหนัก จัดเต็ม จัดให้เป๊ะละสินะ O_O…

หลังจากเสร็จงานวันแรก ทางคณะจัดงานก็ดำเนินการจัด Social Events ต่อ โดยจัดให้เราไปที่ Bar ในเมือง (ฟรี เย่) ไปถึงที่ร้านก็หาที่นั่ง เดินๆ หาที่นั่ง เลยได้นั่งกับทีมที่มาจากเกาหลี เราเลยได้ทำความรู้จักกับอาจารย์เกาหลี ซึ่งเป็น Local Organizer ด้วย (สรุปที่แกเป็น local organizer เพราะแกเอาเงินจากหน่วยวิจัยที่เกาหลีมาร่วมสนับสนุนด้วย ถถถถ) คุยไปคุยมาแกก็ถามละ อ้าว คนไทยหรออ เนี่ยๆ รู้จักกับอาจารย์คนไทยอีกคนที่จบจาก Tohoku นะ ตอนนี้กลับไปทำงานที่ กทม ละ บลาๆ ละอาจารย์แกก็ไปชวนอาจารย์จากเกาหลีอีกคนมา…

อาจารย์มาถึงก็แนะนำตัวกัน พอ อ.เห็นชื่อก็ อ้อออ สรุปเปเปอร์เป็นไงมั่ง ได้แก้ไหม… เราก็งงๆ ว่าเปเปอร์ไหนวะ… มาคิดอีกที อ่ออ เข้าใจละ อาจารย์เกาหลีนี่เองที่รีเจคเปเปอร์ตรู T_T (แต่ก็จริงอย่างที่เค้าคอมเม้นมา ซึ่งเราก็เอาคอมเม้นนี่แหละไปแก้ละส่งใหม่) เลยบอกไปว่า เอาไปแก้ละ submit ใหม่ละ – -”

ท้ายสุดอาจารย์ก็คุย ตัดพ้อประมาณว่า ญี่ปุ่นนี่ดึงเด็กต่างชาติไปหมดเลย ถ้าอีกหน่อยยูมีเด็กเก่งๆ ส่งมาให้บ้างนะ เราก็เห็นเป็นช่องทาง connection ในอนาคตก็เลยแลกนามบัตรไปกับอาจารย์ (รวมถึงอาจารย์ที่รีเจคเปเปอร์เราด้วย งืออ)

Social Events : อาหารดี ดนตรีไพเราะ (แต่เสียงดัง – -“)

เสร็จจาก Social Events ตามกำหนดการ หลายคนก็อยู่ต่อ แต่เนื่องจากวันต่อไปเราต้องพรีเซนต์งาน ก็เลยปลีกตัวกลับมาก่อน กลับมากับคนเกาหลีอีกคนที่เรียนต่อที่อเมริกา กับชาวเยอรมันที่ไปทำวิจัยที่ฮังการี ตอนแรกกลับมาถึง NEU กะจะซ้อมพรีเซนต์ แต่ปรากฏว่า สลบเหมืดจากเบียร์ที่กินไปพอควร และความเหนื่อยล้า… งั้นไว้ซ้อมพรุ่งนี้ก็แล้วกันนน…

15 June 2016 : งานวิชาการ นำเสนอผลงาน ทัวร์ดาดฟ้ากับ SoCG

หลังจากที่คืนก่อนหน้านี้ไม่ได้ซ้อม วันนี้เลยแหกขี้ตาตื่นมาแต่เช้ามาซ้อมพรีเซนต์ ซ้อมเสร็จก็เก็บของไปเข้างานโดยพลัน ไปถึงก็ไปเจออาจารย์เกาหลี ทำให้รู้ว่าเมื่อคืนหลังจากเสร็จที่บาร์ เค้าพากันไปต่ออีกบาร์นึง….อะไรจะสายโหดขนาดน้านนน…

ไปถึงที่งานเจอเฮียโพสด็อกไต้หวัน แกก็บอกว่า เนี่ย เมื่อคืนอาจารย์เกาหลีเลี้ยงเบียร์แหละเนี่ย เลยรู้ธรรมเนียมว่า ในวง ใครอาวุโสสุดจ่ายก่อน

ตอนเช้าวันนี้ก็เป็นการนำเสนอผลงาน ตามด้วย Invited Speaker ที่พูดเกี่ยวกับบทบาทของ CG กับงานด้านหุ่นยนต์ ซึ่งใน  talk นี้ก็รวมงานต่างๆ ที่น่าสนใจของแกด้วย เช่นหุ่นยนต์ทำกับข้าว ฟังดูอลังการมาก

บรรยายตอนเช้า สังเกตภาพซ้าย มีรูปรถติดที่ กทม. ด้วยเออ…

หลังจาก coffee break เราก็เป็นการนำเสนอผลงานจากคนที่ได้คัดเลือกเป็น best paper award และ fast forward ของ YRF ซึ่งก็เป็นคิวเราที่นำเสนอผลงานนั่นเอง เราก็พูดไปแบบรัวๆ ในเวลาหนึ่งนาทีเรียกลูกค้า >_< จากนั้นก็เป็น session พรีเซนต์ทั่วไป

ตอนเที่ยงวันนี้ ทางผู้จัดงานก็จัดข้าวเที่ยงฟรีให้เราอีกแล้ว เป็นติ่มซำ (ได้ข่าวว่าเพิ่งกินอาหารจีนมา ฮาาาา) เราก็นั่งโต๊ะกับอาจารย์เกาหลีอีกแล้ว นั่งกินอิ่มหนำสำราญแล้วเราก็รีบกลับมาเตรียมพรีเซนต์งานใน YRF ช่วงบ่ายต่อไป

Chinatown และต่ิมซำฟรีที่ Hei La Moon ~

ตอนบ่ายก็เป็นช่วง parallel session ระหว่าง YRF กับ 2 workshops ก็แล้วแต่ว่าใครอยากเข้า session ไหน ซึ่งคนก็กระจายๆ ห้องกันไป ส่วน  YRF ก็มีคนบ้างแต่ไม่มากเท่าไหร่… ถึงเวลาก็พรีเซนต์งาน รอบนี้ก็มีคำถามบ้าง ก็ตอบๆ ไป (แต่อาจารย์ที่เป็น Editor เปเปอร์เราไม่ได้มานั่งฟังนะ…)

Present งาน และ Workshop

หลังจากพรีเซนต์งาน จริงๆ มี YRF อีกยกนึง แต่เราเปลี่ยนไปนั่งฟัง workshop แทน ระหว่างรอ chair ห้อง YRF ของเราก็ให้ข้อเสนอแนะงานเราไป เราก็รับๆมาเป็นไอเดียสำหรับพัฒนางานของเราต่อไป

workshop ที่เราไปร่วมนั้น เป็นเรื่อง Geometric Modeling on Uncertain Data ก็มีความน่าสนใจดี ได้ไอเดียแปลกๆ ใหม่ๆ ในการใช้ CG จัดการข้อมูลจากการทดลองบ้าง ข้อมูลบน manifold บ้าง ฯลฯ

หลังจากเสร็จงานวิชาการ เช่นเดิมม ~ ทางคณะผู้จัดงานก็จัด Social Events อีกบนตึก Prudential ที่เรียกว่า Skywalk observatory ขึ้นไปปุ๊บก็ตื่นเต้นกับวิวของเมืองบอสตันโดยรอบ อาหารดีงามมาก อาทิ แซนวิชลอบสเตอร์ กุ้งมาเป็นตัว เค้กปู ฯลฯ เรียกได้ว่าฟินมาก ~ วันนี้เราก็นั่งโต๊ะกับชาวไต้หวันและชาวอเมริกาซึ่งเป็นเด็ก ป.โทที่กำลังเข้าใหม่ (และได้รับเงินสนับสนุนมาร่วมงานคอนนี่แหละ ~) เราก็ร่วมวงคุยกันเฮฮาจนเสร็จงาน เฮียโพสด็อกไต้หวันก็ไปต่อที่บาร์กับชาวเกาหลีอีกเช่นเคย (ซึ่งคืนนี้อาจารย์เกาหลีอาวุโสรองลงมาจ่าย ส่วนเฮียไต้หวันอาวุโสเบอร์สามรอดตัวไป ถถถถ+) ส่วนเราก็ขอบายก่อนละกันนน ตอนกลับก็กลับพร้อมกับเด็กไต้หวันและอเมริกา (ซึ่งรวมพลกันขับรถมาจาก NY) แยกย้ายกันที่สถานีรถไฟ

อาหารดี วิวงาม ดีงามพระราม n

16 June 2016 : งานวิชาการภาคต่อ Business Meeting เดินเล่นบอสตัน

หลังจากเริ่มปรับเวลานอนได้แล้ว เราก็เริ่มมีความตื่นสายขึ้นมานิดดดดนึง… แต่ก็ยังไปที่ Conference Venue ทันเวลาอยู่ดี ~

ใน Session ตอนเช้าก็เป็น Present Paper ลืมบอกไปว่า สำหรับคนที่เป็นนักเรียนที่นำเสนอใน part Proceeding เค้าก็จะมีแบบประเมินให้ผู้ฟังประเมินเพื่อให้รางวัล แบบประเมินก็มีสองช่องหลักๆ คือ ช่องที่ให้เลือกอันดับที่ กับช่องที่ให้คะแนน ซึ่งพอถึงเวลาที่เป็นนักเรียนนำเสนอผลงาน แชร์ประจำห้องก็จะเตือนให้เราประเมินและกรอกให้คะแนน โดยใบประเมินกรอกให้คะแนนนี้ก็จะส่งคืนในวันศุกร์

13482906_10153578501810811_9051813767557257689_o

Session วิชาการตอนเช้า

หลังจากเสร็จ Session ตอนเช้า ก็ได้เวลาข้าวเที่ยง (ที่ต้องจ่ายเองแล้ว ฮือออ) เนื่องจากเราไม่รู้ไปอยู่ตรงไหนดี ก็เลยเกาะ ๆ ไปกับกรุปชาวเอเชีย (มีเฮียโพสด็อกไต้หวันเป็นแกนนำ) กับสมาชิกชาวเกาหลี กำลังตั้งวงเตรียมออกไปทานอาหาร เราก็มีสมาชิกมาเพิ่มเป็นเซนเซญี่ปุ่น (ซึ่งเราเจอตั้งแต่ที่ EuroCG2015 แล้ว) ส่วนชาวเยอรมันที่ทำวิจัยในฮังการีก็มาร่วมวงด้วย ซึ่งแกนนำของเราก็ชวนกันไปกิน buffet Hotpot สไตล์จีน… เราก็งงๆนิดหน่อย เพราะปกติจะรู้สึกแปลกๆ เวลาจัด Shabu หรือปิ้งย่างมื้อเที่ยง ถึงจะรู้สึกงงๆ แปลกๆ แต่เค้าไปเราก็ไป (เรื่องบุฟเฟต์ขอให้บอก ถถถ)

Hotpot ที่นี่ก็มีความอร่อย เหมือนกับตอนกิน hotpot จีนที่โตเกียว ตอนกินก็รู้สึกอร่อยเพราะมีลูกชิ้นให้กินด้วย (อยู่ญี่ปุ่นหาลูกชิ้นกินยาก TT) ระหว่างกิน บนโต๊ะก็ช่วยกันสอนชาวเยอรมันใช้ตะเกียบ (เค้าบอกว่าเป็นครั้งแรกที่ได้กินอาหารสไตล์แบบนี้) เสร็จจาก Hotpot เราก็ไปร้านชามุกต่อ (เนื่องจากพี่โพสด็อกได้คูปองเครื่องดื่มที่ Skywalk Observatory จากพี่ชาวเกาหลีเมื่อวาน วันนี้แกเลยจะต้องเลี้ยงคืน) ไปถึงก็เจอชาไทยไข่มุก ~ เราก็เลยจัดไปนิดนึงงง…

Hotpot Style จีนที่บอสตัน มีความอร่อย พูดแล้วก็อยากกินอีก >_<

กลับจากมื้อเที่ยงก็เข้า Session ต่อไป ตอนบ่ายดูไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจมากนัก ประกอบกับเป็นบ่ายวันพฤหัสบดี ได้เวลาส่ง Weekly E-mail ให้อาจารย์ เลยเข้าห้องไปนั่งฟัง YRF แล้วเอาคอมนั่งทำงานไปด้วย ฟังไปก็คิดงานตัวเองไป.. มีเรื่องฮานิดหน่อย ตอนเบรคบ่ายวันนี้มีฟุตบอลยูโร ห้องเบรคเลยเปิดฟุตบอลให้ดู ซึ่งพวกอาจารย์ก็ไปนั่งดูกันอย่างสนุกสนาน -,-

วิชาการภาคบ่าย และกองเชียร์ฟุตบอล

ปิดท้ายวันนี้เป็น Business Meeting ตอนแรกไม่แน่ใจว่าจะเข้าดีไหม แต่ในฐานะที่เราชอบฟังเรื่องแบบนี้ ก็เข้าไปฟังเป็นข้อมูล ใน Business meeting นี่มีความอึ้งนิดนึง เพราะก่อนงาน ทีมงานแจกเบียร์ให้คนละหนึ่งขวดเลยยยยย ~ (สรุปคือแกจะดื่มกันทุกเวลาทุกโอกาสเลยใช่มั้ยยย) ใน business meeting ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับผลประกอบการงานประชุมวิชาการ (ซึ่งก็ดูทุกคนมีความสุขดี หลังจากถอนตัวออกจาก ACM) กำไรเหลือเฟือ ถึงขนาดมา support ยกเว้นค่าลงทะเบียนให้ Student ได้เลยทีเดียว…. ที่ฮาๆ ก็คือ PC Chair (Program committee) เอาตารางมาแจกแจงให้ดูว่า คนมักจะส่งงานกันเวลาไหนก่อน Deadline ซึ่งแน่นอน คนก็ย่อมส่งตอนใกล้ๆ Deadline อยู่แล้ว ถถถถ+ ส่วนการโดนรีเจคเป็นเรื่องปกติ เพราะปีนี้ Acceptance rate 38% (จากคนส่ง 160 กว่าเปเปอร์ accept  อยู่ราวๆ 60)

เบียร์ Business meeting และสถิติการส่งงานก่อนเดดไลน์ (งานนี้เป็นงานไม่ง้อคนส่ง ไม่เลื่อนเดดไลน์)

จากนั้นก็มีการ bid สถานที่ที่จะจัดในปี 2018 (2017 จัดที่บริสเบน อยากปายยยย) ในลิตส์ก็มี Budapest, Ljubljana (ที่เดิมกับที่เราไปเมื่อสองปีก่อนที่ EuroCG2015) และอีกที่ (จำไม่ได้แว้วว) ซึ่งผลโหวตก็มี Budapest กับ Ljubljana ท้ายที่สุดเค้าก็ให้โหวตอีกรอบ ซึ่งเราโหวตให้ Budapest เพราะว่า Ljubljana เคยไปแล้ว (เผื่ออีกสองปีข้างหน้ามีโอกาสไปอีก จะได้ไม่ไปซ้ำที่เดิม ฮาาาาา) และสุดท้าย Budapest ก็ชนะไป เย้ ~ แอบคิดว่าประเทศเราจะมีโอกาส bid กับเค้าไหม อย่างน้อยก็คงจะอีกสัก 50 ปีข้างหน้ามั้ง  😛

จากตารางหลังจากที่เสร็จ Business Meeting วันนี้น่าจะว่าง เลยชวนน้องแชมป์มาเดินเล่นละแวกบอสตันอีกวัน แต่วันนี้เราก็ไปกับสมาชิกแกงค์อาหารกลางวันด้วย เลยชวนกันไปพร้อมๆ กัน เนื่องจากชาวไต้หวันทั้งสองอยากกินอาหารทะเล เลยกะเดินไปที่ร้านอาหารทะเลแถวๆ ริมอ่าว ละแวก Quincy Market พอไปถึงปุ๊บปรากฏว่าคิวยาว – -” ท้ายสุดเลยเดินหาร้านกินที่ Quincy Market นี่แหละ

วิวยามเย็น สังเกตเวลาว่าสองทุ่มกว่าละ ท้องฟัากำลังเพิ่งจะมืด

หลังจากเสร็จมื้อเย็น เราก็เดินเล่นละแวกนั้นสักพัก แล้วก็แยกย้ายกันกลับที่พัก ก่อนกลับก็ได้แวะหาซื้อยาแก้หวัดมารับประทาน เนื่องจากเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายจากแอร์ในห้องพักที่ปิดๆเปิดๆเองแบบงงๆ (ปรับอะไรเองก็ไม่ได้ ยาก เลยช่างมัน – -“)

มื้อเย็นวันนี้ของเรา และละแวกรอบๆ แถวนั้น

17 June 2016 : งานวิชาการภาคเกือบจบ งานกินมาอีก

วันนี้ตามตารางก็เป็น SoCG วันสุดท้าย ก่อนที่วันต่อไปจะเป็น Workshop ร่วมกับ STOC (งานวิชาการเกี่ยวกับ Theory of Computing) ปรับเวลาชีวิตได้แล้วก็มีความสาย.. T-T แต่ก็ทันเวลาพอดี ถถถถ+ เข้าไปวันนี้ก็เป็นพูด Proceeding ตอนเช้า ต่อด้วย Invited Speaker

ตอนก่อนปิด Session เที่ยงมีประกาศรางวัลคนนำเสนอดีเด่น (แต่เจ้าตัวไม่อยู่ในห้อง ถถถถถ) เนื่องจากประชุม  business meeting เมื่อวานมีคนเวิ่นเว้อทำให้เลิกช้า วันนี้ Chair เลยเอาของเล่นมาโชว์จับเวลาให้ดู ให้พูดให้จบก่อนเวลาหมด ถถถถ+ (คือรูปข้างล่าง อันล่างขวานี่แหละ)

วิชาการ Session เช้า

วันนี้เป็นมื้อเที่ยงจ่ายเองอีกแล้ว.. เราก็ตามฝูงชนไปอีก แต่เนื่องจากแกงค์เดิมเรา ชาวไต้หวันกับอเมริกา ป.โท – เอก เผ่นไปเที่ยวฝั่งเคมบริดจ์กันแล้ว เราก็เลยเกาะๆ ไปกับเค้า ปรากฏว่าก็ไปเกาะกับกลุ่ม Prof. Erik และคุณพ่อของเขา (ซึ่ง Prof. Erik ก็จำเราได้ด้วย เพราะว่าแกมาบรรยายที่เมไดเมื่อราวๆ สามสัปดาห์ก่อน ตอนนั้นเราก็แนะนำตัวไปนิดหน่อย) ไปนั่งกินข้าวที่ร้านอาหารมาเลเซียแถวๆ นั้น เนื่องจากไปกรุปใหญ่ จู่ๆ พอกินเสร็จ คนที่นั่งโต๊ะด้วยกันที่ทำงานที่บริษัททใหญ่ๆ สักที่นึง ออกเงินให้ บอกว่าเลี้ยงๆ เราก็งงๆ บ่นๆ นิดหน่อยกับคุณโพสด็อกไต้หวัน (ประมาณว่า ตรูไม่เห็นรู้จักสนิทเลย ทำไมมาเลี้ยงข้าวฟรี) แต่ก็ได้แต่ขอบคุณเค้าไป (และกินฟรีไป ถถถ)

วิชาการภาค SoCG หมดแล้ว ตอนบ่ายนี้เป็น Session พิเศษเฉลิมฉลอง Professor Bernard ที่อายุครบรอบ 60 ปี เราก็เข้าไปนั่งฟังเรื่องราวที่น่าสนใจ (อารมณ์คล้ายๆ กับตอนฉลอง Prof. Katoh ที่ JCDCGG2015 เลย) ลูกศิษย์หรือผู้ใกล้ชิดก็เล่างานของอาจารย์ให้ฟัง

ระหว่างนั่งฟัง เราก็นั่งข้างๆ อาจารย์ป้าคนนึง แกก็นั่งฟังไป พร้อมหยิบที่ถักนิตติ้งสีแดง – -” เราเลยแอบถามแกว่า ถักอะไรอะครับ แกก็บอกว่า อ๋ออ ถักถุงเท้าจ้ะ… เราก็นึกในใจ เหหหหห… ป้ามีความชิว… งั้นเราชิวบ้าง (แต่ไม่รู้ทำอะไรดี ก็นั่งฟังต่อไป 555) เราก็อยู่จนเลิกงาน เพราะเสร็จงานนี้ก็มีกินฟรี ~

Session บ่าย ขอถ่ายกับป้ายนิดนึงให้รู้ว่ามาถึงงานแล้ว

Session นี้สนับสนุนโดย Princeton University ดังนั้น เค้าจึงสนับสนุนตั้งแต่เบรคบ่ายยันมื้อเย็น ซึ่งก็สนับสนุนตั้งแต่เบียร์ตอนเบรคบ่าย – -”  จนถึงของกินมื้อเย็น มื้อเย็นก็เป็นอาหารแบบง่ายๆ ริโชคุเคชิกิ ก็กินไปนั่งคุยไปเรื่อยๆ กับอาจารย์เกาหลี ญี่ปุ่น และไต้หวัน จนถึงเวลาก็แยกกลับ NEU

ริโชคุเคชิกิมื้อเย็น

กลับจาก  NEU เฮียโพสด็อกชาวไต้หวันก็ชวนไปบาร์แถวๆ นั้น กับอาจารย์เกาหลี เพื่อเป็นการเลี้ยงขอบคุณ Prof. จากเกาหลีทั้งสองคนที่เลี้ยงแกมาสองรอบ (โชคดีที่ไม่ตกถึงเฮียแก ถถถ) เราก็ตามๆ ไปด้วย ปรากฏว่าตรูนี่พลาด ลืมหยิบพาสปอร์ตไปด้วย – -” (อาจารย์เกาหลีอีกคนก็ลืม) ตอนเวลาจะเข้าบาร์ต้องโชว์ passport ไอ้นี่โชว์ไซริวการ์ดญี่ปุ่น แต่เค้าก็ไม่รับ… เลยเป็นตัวถ่วงทำให้ไม่ได้เข้าบาร์แรกไป >_< โชคดีที่บาร์ที่สองโอเคกับไซริวการ์ด เลยเข้าไปได้ นั่งดื่มเบียร์ไปแก้วนึง (ซึ่งกินฟรี เย่) แต่เนื่องจากเค้าเลี้ยงเบียร์ เลยเลยสั่งเฟรนช์ฟรายด์ไปเลี้ยงคืนแบบเด็กๆ ให้เรียบร้อย เนื่องจากอาจารย์เกาหลีจะบินเช้า เลยออกจากบาร์ไวนิดนึง ก็พากันกลับ NEU ก่อนจะเข้า session วิชาการวันสุดท้าย…

18 June 2016 : งานวิชาการส่งท้าย เก็บตกบอสตัน

13416825_10153578519430811_1704099565655120815_o

สะดุ้งตื่นมาตอนเช้าแบบงง ๆ ราวๆ ตีห้า เลยแชะรูปวิวมานิดนึง…

วันนี้ก็ตื่นสายขึ้นหลังจากปรับเวลาได้ (นิสัยเสียจริงๆ) เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่เป็น Joint Workshop ที่จัดร่วมกับงาน STOC  สถานที่จัดการประชุมเลยย้ายจากที่ Tuft Medical School ไปเป็นโรงแรม Hyatt แถวๆ MIT ซึ่งการเดินทางก็นั่งรถเมล์ไป…

เนื่องจากมีความไปสาย..นิดดดนึง ก็เลยไม่ทันรถเมล์ มึนๆ นิดนึงว่าจะไปยังไง เผิญไปเจอชาวอิตาลีที่เจอกันวันแรกที่เบรคพอดี เลยเกาะไปด้วยกันเลย พอไปถึงป้ายรถเมล์ จาการหาข้อมูลมาก่อน พบว่า เราก็ต้องเดินไปอีกราวๆ ยี่สิบนาที…

เดินไปเรื่อยๆ ก็ไม่ถึงสักที (ก็มันไกลลล..) แต่ระหว่างทาง วิวก็สวยดี ก็แวะถ่ายรูปมาบ้างตามระเบียบ…

วิวข้างทาง โรงแรม Hyatt และ STOC/SoCG

ที่งาน  Workshop ร่วมนี้ เป็นความร่วมมือของ Chair ของสองงานประชุม ที่จัดงานประชุมต่อๆกันพอดี คือ SoCG และ Joint Workshop หนึ่งวัน จากนั้นเป็น STOC. ตอนแรกเรากะจะอยู่ฟัง STOC แต่ก็เกรงว่าจะยาวมากเกินไป เลยตัดจบแค่ Joint Workshop พอ… การบรรยายก็เป็นการบรรยายหัวข้อที่เกี่ยวข้องทั้ง Computational และ Computational Geometry (ก็เพราะ SoCG นี่เคยมีต้นตอมาจาก STOC นี่นะ.. งานหลายเรื่องใน SoCG ก็ refers มาจากงาน STOC นี่นะ)

ภาคเช้าก็มีทั้ง workshop และ invited speaker ซึ่ง invited speaker ก็บรรยายเกี่ยวกับปัญหา optimization พอดี (ซึ่งเราก็กำลังต้องแก้ปัญหาเรื่องนี้ใน Thesis เราพอดี เลยดูมีประโยชน์) เสร็จจาก session นี้ก็เป็นการพักเที่ยง… ข้าวก็กินๆ แถวโรงแรมนี่แหละ (แต่จ่ายเองอีกแล้ว 20$ T__T) พักเที่ยงเสร็จแล้วก็เดินเล่นแถวๆ นั้นนิดหน่อย และเข้าฟัง Part บ่ายต่อ

Session เช้าบ่าย..

Part บ่ายก็เป็น Workshop ย่อยๆ เราก็เข้าไปฟังในหัวข้อที่เราสนใจ (Geometric Representations of Graphs) ก็มีประเด็นที่น่าสนใจต่างๆมากมาย ปิดท้าย Session ด้วย Open Problem session ซึ่งเราก็นั่งฟังคนเสนอปัญหา ในวงวิชาการเค้าก็เสนอปัญหาปลายเปิดสำหรับให้คนมาแก้ ในงานนี้ก็เสนอราวๆ เจ็ดแปดปัญหาได้ จากนั้นก็ถือว่าปิดงานวิชาการอย่างไม่เป็นทางการในเวลาหกโมงครึ่งงงง…

หลังจากงานเสร็จแล้ว เราก็ไปเดินเล่น เนื่องจากเพื่อนๆ เราก็กลับไปกันหมดแล้ว (ชาวไต้หวันและอเมริกากลับนิวยอร์คไปพรีเซนต์สัมมนา เฮียโพสด็อกไต้หวันชิ่งตอน Session บ่าย) เราเลยเดินเล่นชิวๆ ในเมืองบอสตันเป็นการส่งท้าย เราข้ามสะพานจากฝั่ง Cambridge ไปฝั่ง Boston เพื่อเดินเที่ยวชม Boston University ยามเย็น

วิวจากสะพานข้ามระหว่าง Cambridge และ Boston

วิวจาก Boston University

เราก็เดินเล่นรอบๆ Boston University ตอนแรกตั้งใจว่าจะเดินชิวๆ กลับ NEU แต่ฉับพลันก็นึกขึ้นได้ว่าน่าจะไปเก็บบรรยากาศเมืองบอสตันยามเย็นสักหน่อย เลยรีบนั่งรถไฟไปที่สะพานที่เดิมที่ถ่ายรูปมาเมื่อวันอังคาร แต่จำสถานีผิด – -” นั่งเลยไปหนึ่งสถานีลงที่แถว MIT พอดี เลยรีบๆเดินย้อนมา เกือบทัน แต่ก็ไม่ทันได้ช๊อตที่สวยๆ มาเลย แต่ก็ยังพอโอเคอยู่บ้างแหละ

ยามเย็น เบสบอลกำลังเลิก แสงสุดท้ายของวัน และยามค่ำคืน (เสียดายไปช้านิดนึง ไม่งั้นได้แสงสวยกว่านี้ TT)

เสร็จสมอารมณ์หมาย ก็นั่งรถไฟกลับ NEU กินข้าวกล่องแบบง่ายๆ จากซุปเปอร์ใกล้หอพัก เตรียมตัวเก็บกระเป๋า…

19 June 2016 : การเดินทางข้ามเวลา กลับมาโตเกียว

หลังจากผจญภัยเรื่อยไปในบอสตันมาเกือบสัปดาห์ ก็ได้เวลาสั่งลาสักที… เราก็เก็บกระเป๋าแบบชิวๆ Check out ออกจาก NEU ไปที่สนามบินโลแกนเพื่อกินข้าวเช้ารวดเที่ยงเพื่อไปเปลี่ยนเครื่องที่ชิคาโก้ก่อน… ระหว่างลงจากรถไฟรอ shuttle bus เราก็เจอกับคุณป้าถักนิตติ้ง เลยทักทายกันนิดนึง ก็เลยรู้ว่าป้าแกมาจากแคนาดา กำลังจะนั่งเครื่องกลับไป Toronto… ส่วนเราก็กลับโตเกียว TT

ระหว่างรอ boarding ก็ไปเจออาจารย์อีกคน นั่งเครื่องไฟลท์เดียวกันไปลงที่ชิคาโก้ ต่อเครื่องไปที่ Iowa. คุยไปคุยมาแกอยู่ University of Iowa เนื่องจากเรามีพี่หลิมอยู่ U. Iowa (อ่านว่า ไอโอว่า เราเคยอ่านว่าโลว่า ถถถ โดนพี่หลิมเพี๊ยกใส่ 😛 )  เลยบอกว่า เนี่ย ผมมีรุ่นพี่เรียน math อยู่ U Iowa อยู่ อาจารย์ก็เลยถามชื่อว่า เดี๋ยวจะไปส่องที่บอร์ด เพราะภาค CS อยู่ตึกเดียวกับ Math… สรุปเลยรู้จักอาจารย์ว่าเป็นใครยังไง

หลังจากถึงชิคาโก้ ก็สร้างความมึนงงเล็กน้อย ปกติเวลาเราเข้า immigration เราต้องเชคขาเข้า โดยปกติก็ต้องเชคปั้มตราตอนออกด้วยสิ… แต่พอเปลี่ยน terminal เดินข้ามฝั่ง ก็เจอเกทของเราพอดี ไม่เห็นต้องทำอะไรเลย… ตอนก่อนเราเชคอินที่ Boston เราก็ถามพนักงานว่าทำ immigration ที่ไหน เค้าก็บอกว่าไปทำที่ชิคาโก้เลย…

IMG_2326

เดินทางข้ามฝั่งเพื่อเปลี่ยนเกท…

ไปถึงเลยถามพนักงานหน้าเกท พนักงานเอาพาสปอร์ตไปเชคๆ เอาไซริวการ์ดเชควีซ่าญี่ปุ่น ปิ๊บๆ เรียบร้อย พนักงานก็ยื่นพาสปอร์ตให้แล้วบอกว่าเรียบร้อย เสร็จแบบงงๆ แสดงว่าที่นี่จัดการเกสารผ่านระบบ online ได้เรียบร้อยมาก

ขากลับมาโตเกียว เรานั่ง codeshare ซึ่งนั่งผ่าน ANA ตอนแรกเราคิดว่าคนจะเยอะซะอีก ปรากฏว่า… คนมีนิดเดียว ที่ว่างโล่งมาก…. ท้ายสุดเราก็กลับมาสู่อ้อมกอดของ ANA สุดยอดสายการบินในดวงใจของเรา (เย้)

อาหาร ANA พร้อมไอศกรีม

เราเดินทางถึงโตเกียวในเย็นวันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน เช้าวันอังคารที่ 21 มิถุนายน มีสอบใหญ่ภาษาญี่ปุ่นในคาบตอนเช้า T_T เนื่องจากภาษาญี่ปุ่นเราด้อยเร่งศึกษา หามีเวลาทบทวนไม่ เราก็จึงใช้เวลาบนเครื่องมาทบทวนมันแบบไฟลุกโชนนี่แหละ…. (รวมถึง การมาทริปนี้ เวลาเรียนเราหายไปสามคาบด้วย – -“)  อ่านบ้างหลับบ้าง ระหว่างอ่าน แอร์เดินผ่านก็สงสัยว่าอ่านอะไรค้าาา… ก็บอกไปว่า พรุ่งนี้มีเทสุโตะเดสสสส… แอร์ช่วยอะไรไม่ได้นอกจากบอกว่า กัมบัตเตะคุดาไซเน้…..

ท้ายที่สุดเราก็แลนด์ดิ้งสู่นาริตะโดยสวัสดิภาพในเวลาราวๆ สองทุ่มกว่า (กว่าจะถึงบ้านก็ห้าทุ่ม สลบพอดี T_T) พร้อมอาการ Jetlag ที่ลากยาวมาทั้งสัปดาห์ รวมถึงการเปลี่ยนเวลานอนและเวลาตื่นของเราอย่างสมบูรณ์… (จากคนนอนดึกตื่นสาย กลายเป็น นอนไวตื่นเช้าแทน >_< ) ซึ่งเหมือนจะดี แต่เวลาชีวิตเปลี่ยนไปแบบงงๆ

ที่ว่างบนเครื่อง และอาหารมื้อท้ายสุดของทริปนี้ ~

***********************************************************************

まとめ

ปกติทริปประชุมวิชาการที่เราไปร่วม มักจะเป็นงานที่จัดช่วงปิดเทอม ดังนั้นภาระต่างๆ จะไม่มีความสุม เมื่อเทียบกับทริปที่ไปร่วมช่วงเปิดเทอม ถึงแม้ว่าตัวเราจะไม่มีภาระการเข้าเรียนแบบเด็ก ป.ตรี ป.โทแล้ว แต่ด้วยความเป็นเปิดเทอม เราก็ยังรู้สึกเหมือนมีงานมีภาระความเปิดเทอมมาผูกมัดเราอยู่บ้าง…

การมาร่วมงานที่เป็นงานใหญ่เบอร์หนึ่งของสายงานวิจัยนี้ ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า เราเป็นแค่เศษผงธุลีในวงการวิชาการ ที่จำเป็นต้องพัฒนาตัวเองต่อไปอีกมาก… การจะไปอยู่บนโลกสากลได้นั้น งานเราต้องดี มี contribute ต่อวงการวิชาการ งานนี้เราได้มีโอกาสเห็นโลกที่กว้างใหญ่มาก และเป็นการเติมไฟของงานวิจัยเราให้ลุกซู่วๆ และตระหนักว่า มีงานมากมายรอเราอยู่ที่โตเกียว และหลังจากเสร็จการศึกษา

ในระหว่างการส่งเมลล์หาอาจารย์ใน Weekly Report อาจารย์ได้กล่าวท้ายอีเมลล์ไว้ว่า “Anyway, please be stimulated much by a high-level conference.” จากการมางานครั้งนี้ เราก็ได้ถูกกระตุ้นมากมายเลยทีเดียว เราได้แรงบันดาลใจในการทำงานวิจัยสายนี้ ทำงานของเราที่ดูน่าจะ unique ให้ดี งานนี้เราได้ไอเดียใหม่ๆ ที่จะไปเพิ่มเติมงานวิจัยเรา ได้ข้อแนะนำสำหรับปรับปรุงงานของเรา ได้เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ในสายงานวิจัย ได้เพื่อนใหม่ๆเยอะมาก ได้รู้จักอาจารย์ ได้เครือข่ายวิชาการเยอะแยะ ซึ่งคิดว่าคงจะเป็นประโยชน์ในอนาคตได้ไม่มากก็น้อยเปรียบเทียบกับงานประชุมอื่นๆ (เช่น EuroCG/ JCDCGG) งานนี้มีความ unique ในแบบที่เราเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่รู้ว่า งานนี้มันพิเศษจริงๆ และรู้ว่า  CG Community เป็น Reseach Community ที่น่ารักและน่าอยู่มาก ณ ตอนนี้เราก็รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของ field วิจัยนี้มากขึ้นกว่าเดิมแล้ว…

นอกจากเรื่องวิชาการ งานวิจัยแล้ว เรายังได้เรียนรู้สิ่งที่แตกต่างระหว่างวัฒนธรรม การอยู่ญี่ปุ่นมาเป็นปีที่สามก็ทำให้เราซึมซับวิถีอะไรบางอย่างจากญี่ปุ่นไปพอสมควร …ที่ญี่ปุ่น คนในสังคมญี่ปุ่นเป็นสังคมค่อนข้างปิด การยิ้มทักทายกันที่นักท่องเที่ยวรู้สึกฟินๆ กันนั้น… บางทีก็มีความเป็นมารยาทแฝงอยู่ การทำความรู้จักกับคนอื่นๆ ก็อาจจะไม่ได้ open มากเท่าไหร่ในความเป็นจริง (แนะนำเพจแหกกิโมโน เพื่อเพิ่มอรรถรส) ในขณะที่สังคมแบบตะวันออกหรืออเมริกามีความแตกต่างกันมากแบบคนละอย่างกันเลย… เราจำได้ว่าในวันที่ไปชิคาโก้กับชัยและเก๋ ระหว่างกำลังเดินไปรถไฟฟ้า คนที่เดินผ่านๆ เรา จู่ๆก็พูดชมเก๋ขึ้นมาว่า Your dress is beautiful. ซึ่งดูมีความแตกต่างจากสังคมญี่ปุ่นมาก ซึ่งถ้ามาทำแบบนี้ที่ญี่ปุ่นนี่ เราก็จะมองแล้วงงๆ ว่านี่เป็นใคร…รวมถึงอาจจะว่านี่โรคจิตหรือเปล่าด้วยซ้ำไป ไม่ได้บอกว่าญี่ปุ่นไม่ดีและอเมริกาดีนะ… แต่ด้วยความแตกต่างเหล่านี้เราก็ต้องพยายามหาจุดสมดุล เลือกเอาสิ่งที่ดี ๆ มาปรับเป็นสไตล์ของเราเองในแบบที่ชอบและเข้ากับสังคมที่อยู่ เราก็คิดว่าก็น่าจะดี…แหละมั้ง

สำหรับทริปนี้ ต้องกราบขอขอบพระคุณ

  • สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนไทยในประเทศญี่ปุ่น (สนร.) ที่อนุมัติให้ไปร่วมงานประชุมครั้งนี้ ซึ่งเราคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ การทำวิจัย และการทำงานในอนาคต
  • พสวท. จากเงินที่ สนร. จะส่งไปเบิกในไม่ช้า (ส่งใบเสร็จแล้วให้พี่ สนร. เย่)
  • ซุปเปอร์ไวเซอร์ของเราที่สนับสนุนให้ไปงาน conference ต่างๆ มากมาย รวมถึงงานนี้ด้วย จากการมางานคอนครั้งนี้ ทำให้พบว่าซุปเราก็เด่นดังด้านนี้ ดูได้จากเวลามีคนถามว่าใครเป็นซุปเปอร์ไวเซอร์ พอตอบชื่อไปทุกคนก็จะ อ๋อออออออออ (ไม่รู้มางานนี้เราจะทำชื่อซุปเสื่อมเสียไหมน้า คงจะไม่ มั้งงง)
  • เก๋ และชัย เพื่อนที่แสนดีจาก JSTP10 ที่สนับสนุนที่พักที่ชิคาโก้
  • น้องแชมป์ พสวท. โอลิมปิก สำหรับการพาเที่ยวชมชิคาโก้และบอสตัน รวมถึงตอบปัญหาเวลามีปัญหา
  • น้องตี๋ พสวท. สำหรับทัวร์ตี๋ตะลุย MIT และ Havard และการตอบปัญหาเวลามีปัญหา
  • ขอบคุณตัวเองที่เอาตัวรอดมาจากการเจ็บเท้า ป่วยเล็กๆน้อยๆ ตลอดทริป ความไฟท์เอาชนะทุกสิ่ง

หวังว่าปีหน้าจะได้มีโอกาสไป SoCG ที่ Brisbane (โดยเฉพาะงาน part Proceeding) ถึงแม้อาจจะไม่มีแหล่งทุนสนับสนุน แต่จะพยายามหาโอกาสไปให้ได้ล่ะนะ ~

หลังจากใช้เวลาเรียบเรียงมานานนับสองวัน วันละหลายชั่วโมง กินเวลาชีวิตไปเยอะ ก็เขียนมาจนจบสักที (เย่)

ท้ายที่สุดนี้ ก็ขอบคุณทุกคนที่ทนอ่านมาจนถึงตอนนี้นะครับบ… (มีคนอ่านของแกด้วยหรออออ -,- )

***********************************************************************My supervisor said to me in the weekly report e-mail that “Anyway, please be stimulated much by a high-level conference.”

With SoCG, the highest level of Computational Geometry conference, I have learned a lot from this conference!! I got many ideas for my study, and some comments to my current work in YRF. I met my old friends and juniors in the trip. Also I made new friends from the conference (may be some research connections and collaboration in the future) .

I’ve realized that I am very tiny in the academic world. As my supervisor told, I am stimulated much from this conference. Many works are waiting me in Tokyo. T_T… Hope that I will have chances to join SoCG again (and give talk in the proceeding session) in the near future.

Finally, I would like to thank the 学生部 of Royal Thai Embassy in Japan (สนร.) for approvement and financial support of this trip via DPST.

***********************************************************************

Knowledge Management

บางคนอาจจะรู้สึกว่า เรื่องที่กำลังจะกล่าวนี้ เป็นเรื่องเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนหรือเปล่า แต่จากการที่เรามีประสบการณ์ไปงาน Conference มาบ้าง ทำให้เราเริ่มเรียนรู้วิธีการเรียนรู้จากงาน Conference สำหรับ KM ในตอนนี้ขอนำเสนอเรื่อง “ไป Conference อย่างไรให้ได้เรียนรู้” กัน

เรารู้กันว่า งาน conference เป็นงานนำเสนอผลงานวิชาการ หลายคนอาจเป็น requirement สำหรับใช้จบ อาจจะรู้สึกอยากพูดให้ผ่านๆ พ้นๆ ไป แต่จริงๆแล้ว ในความคิดของเรา งาน conference เป็นงานที่ทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆได้เยอะมาก กระนั้นก็ตาม มันมีข้อควรคิด ข้อควรระวังในการเข้าร่วมงาน Conference ที่เราพอนึกออก ขอแยกเป็นข้อๆ ไว้ดังนี้

Disclaimer: ข้อเหล่านี้เป็นประสบการณ์ตรงของเราเอง คนอื่นอาจจะคิดเช่นเห็นต่างจากนี้ได้…

1. งาน conference ที่จะช่วยให้เราได้เรียนรู้ได้ดีที่สุดคือ งาน conference ที่เกี่ยวข้องกับสายงานวิจัยของตัวเอง เนื่องจากงานพวกนี้เป็นงานที่ใกล้งานวิจัยของเรา ดังนั้นเราก็จะมีความสนใจในประเด็นที่ใกล้ๆ กับงานที่เรากำลังทำอยู่ ดังนั้น การแสวงหาความรู้ ไอเดียเพิ่มเติม รวมถึงความร่วมมือทางวิชาการ ก็น่าจะง่ายกว่าการไปนำเสนองานที่เป็นฟิลด์วิจัยที่ห่างจากของเราไป

2. แน่นอนว่าการไปงาน conference ครั้งแรกๆ ในฟิลด์ที่ลึกๆ เช่นนี้ มันต้องเกิความสับสน งง ฟังอะไรก็ไม่รู้เรื่อง ไม่อิน ซึ่งเราคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ! เพราะทุกเรื่องที่นำเสนอในงานประชุมมันเป็นเรื่องใหม่ทั้งนั้น วิธีแก้ปัญหานี้คือ ก็เข้าฟังมันทั้งงงๆ สับสนๆ นี่แหละ เข้าครั้งแรกอาจจะรู้สึกว่ามันอะไรฟระ.. พอครั้งที่สอง สาม สี่… โดยระหว่างนั้นเราพรีเซนต์งานด้วย เราจะเริ่มรู้สึกอินกับงาน conference มากขึ้น ด้วยความที่เราอินกับงาน เราก็จะอินงานที่อยู่ในฟิลด์ด้วย ทำให้เราเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนในฟิลด์วิจัย ซึ่งการมีความรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในฟิลด์วิจัย มันจะช่วยทำให้เราทำวิจัยได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

3. พอเราเริ่มคุ้นเคยกับบรรยากาศงานประชุม เริ่มรู้สึกเป็นคนในสายวิจัยแล้ว เราจะเริ่มรู้ว่า งานทำนองไหนจะเติมเต็ม เสริมงานเรา ดังนั้นการสร้าง connection ก็จะค่อยๆ เป็นไปตามลำดับ ตามจำนวนครั้งความบ่อยที่ไปงาน conference

4. ทั้งนี้การไป conference นั้น ให้ได้เรียนรู้ได้บรรยากาศจริงๆ ก็ควรไปฟัง ไปเข้าร่วมงาน ถ้าไปเที่ยวก็ควรหาเวลาเที่ยวในช่วงที่ไม่มีงานวิชาการ ซึ่งตรงนี้ก็ต้องอาศัยความอึดของใครของมันถ้าจะไปเที่ยวช่วงหลังงานวิชาการ เราไม่ค่อยแนะนำให้ทำในทำนองว่า ไป conference เพื่อไปพรีเซนต์งานเพียงอย่างเดียว (พอไม่ใช่เวลาพรีเซนต์ก็ทัศนศึกษารัวๆ) เพราะมันเป็นการทิ้งโอกาสของการเรียนรู้ที่หายากจากการรวมอาจารย์ท๊อปๆ ในงานวิจัย การรวมทวยเทพในสายวิจัยในหนึ่งครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย ดังนั้นหากมีโอกาส ควรเรียนรู้ให้ได้มากที่สุด

5. เรื่องการเลือกไปงาน conference ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ การหาข้อมูลเกี่ยวกับงาน conference เป็นเรื่องที่จำเป็นอยู่พอควร โดยส่วนตัวเราแบ่งระดับงาน conference ที่เราจะไปอยูสามระดับใหญ่ๆ

  • ระดับงานวิจัยในสาขาวิจัย (ตัวอย่างเช่น SoCG/ EuroCG/ JCDCGG) งานพวกนี้ควรไปเพื่อต่อยอดความรู้ของเราในสายวิจัย รู้จักคนในสายงานวิจัย สร้าง connection งานวิจัย
  • ระดับสาขาวิชาที่เรียน (ตัวอย่างเช่น งานประจำปี AMM/ APAM) งานพวกนี้ไปนำเสนอให้คนอื่นรู้ว่า เราทำอะไร คนอื่นเค้าทำอะไร ไปพบปะสังสรรค์กับคนที่เรารู้จัก
  • ระดับประชุมร่วมมหาวิทยาลัย หรืองาน Meeting ประจำปี (ตัวอย่างเช่น MPSGC (ที่เหมือนจะเจ๊งไปแล้ว) / Joint Workshop / TJIA) งานพวกนี้ไปเล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่าเราทำอะไร รู้จักเพื่อนใหม่ต่างมหาวิทยาลัย ส่วนมากงานพวกนี้จะจัดข้ามสายกันไม่มากเท่าไหร่

6. งานที่เราไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่คืองานที่ดูข้ามสาขาวิชากันมากๆ คนเรามีความสนใจที่ต่างกัน และโดยมาก เรามักจะฟังเรื่องที่เราสนใจอยากฟัง พอเรื่องที่ห่างไกลจากความสนใจ เราก็ไม่ค่อยสนใจ ลองคิดดูว่าถ้าในงานหนึ่งงาน มีเรื่องที่เราไม่สนใจเยอะมาก เราก็รู้สึกไม่อยากฟัง พอไม่อยากฟังก็รู้สึกว่า อยู่ไปก็เท่านั้น บรัยส์….ไปเที่ยวดีกว่า ก็เหมือนเราเอาเวลา เอาเงินงบประมาณไปทิ้งโดยเปล่าประโยชน์นั่นเอง

7. มี conference มากมายที่ผู้จัดดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่ ควรเชคปูมหลัง ประวัติความเป็นมา องค์กรที่จัด ความน่าเชื่อถือต่างๆ ทุกครั้งก่อนเข้าร่วมงาน conference

เรื่องง่ายๆ เหล่านี้อาจจะเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้กันอยู่แล้ว แต่เราคิดว่าเราเพิ่งนึกออกเป็นประเด็นที่พอจะสกัดออกมาได้จากประสบการณ์ส่วนตัว เผื่อไว้เป็นประโยชน์สำหรับคนอื่นๆ ที่คาดหวังการเรียนรู้จากการร่วมงาน conference ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากไม่น้อยกับ KM ในตอนนี้นะครับ 🙂

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s