先生のダイアリー1:ยินดีต้อนรับน้องๆ สู่โลกจำลอง ตอนที่ 1

จริงๆ ตั้งใจว่าอยากจะเขียนเรื่องทำนองๆ นี้ในช่วงที่เด็กๆ นักศึกษาใหม่เข้ามาแล้ว แต่เนื่องจากกลัวว่าช่วงใกล้ๆ นั้นจะมีงานต่างๆ ที่รุมเร้าจนลืม ไหนๆก็ไหนๆ ก็เลยเขียนไว้ ณ ตอนนี้เลยก็แล้วกัน (ซึ่งจะมีคนอ่านของแกด้วยหรออออ..)

เมื่อสิบปีที่แล้วสมัยที่เรายังเป็นปีหนึ่ง เรามีความสนุกสนานกับชีวิตเฟรชชี่ แต่เมื่อเริ่มโตขึ้น จนกระทั่งมาอาจารย์ใหม่ที่เพิ่งผ่านชีวิตการเป็นนักเรียนนักศึกษาอย่างสดๆ ร้อนๆ ก็ตื่นเต้นกับบทบาทใหม่ที่กำลังก้าวเข้ามา นักศึกษาใหม่ที่กำลังจะเข้ามาก็จะกลายมาเป็นลูกศิษย์ (ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราก็ต้องตื่นเต้นกับการเป็นรุ่นพี่ที่จะมีรุ่นน้อง แต่เนื่องจากเราถือว่าอายุยังไม่มาก อาจจะพอเป็นรุ่นพี่ได้บ้าง ซึ่งใครๆ เค้าก็ว่าหน้าเราก็เนียนเป็นเด็กนักศึกษาได้อยู่นะ ฮี่ๆๆ) มานั่งคิดดูตอนนี้ก็พบว่า มันเป็นช่วงที่โลกเริ่มเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมากจนหลายอย่างเราก็ชักจะตามไม่ทัน เมื่อมองย้อนกลับไปจากเวลานี้ ก็มีเรื่องหลายอย่างที่มานั่งเสียดายอยู่ว่า “ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เราจะ…..”

เพื่อไม่อยากให้น้องๆ พลาดขบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก วันนี้เลยอยากมารับน้อง (ที่ไม่ใช่ว๊ากน้อง) ด้วยการเล่า (และเตือน) ให้น้องๆ ฟังว่า น้องๆ ที่กำลังจะเข้าสู่ “โลกจำลอง” ควรจะต้องเตรียมตัวอย่างไร เพื่อให้พร้อมกับการก้าวออกจาก “โลกจำลอง” สู่ “โลกแห่งความเป็นจริง” ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

เนื่องจากมีเรื่องอยากเล่าเยอะแยะมากมาย เลยขอแบ่งเป็นตอนๆ หลายๆ ตอนไว้หน่อยก็แล้วกันสำหรับตอนแรกนี้ ขอเสนอเรื่องที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือ….

เรื่องของภาษา

 

เมื่อสมัยสิบปีที่แล้ว การไปต่างประเทศ (เอาเป็นว่าแค่เที่ยวละกัน) เป็นเรื่องที่เราคิดว่าใหญ่มากๆ การไปต่างประเทศได้นั้นดูเป็นเรื่องที่ไฮโซมาก สมัยนั้นโปรแกรมแลกเปลี่ยนต่างๆ ยังไม่ได้อู้ฟู่เหมือนกับปัจจุบันนี้ (หรืออาจจะมีแต่เราไม่รู้สินะ T_T) สถานการณ์ในปัจจุบันนี้ เราสามารถไปต่างประเทศได้ง่ายขึ้น มีโปรแกรมแลกเปลี่ยนต่างๆ เยอะแยะมากมาย ตั๋วเครื่องบินราคาก็ถูกลงมาก การไปต่างประเทศจึงเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเปิดหูเปิดตาให้เห็นว่า นอกประเทศไทยเค้ากำลังไปถึงไหนแล้ว… ดังนั้นหากเราไม่รวย (เช่นตัวผู้เขียนนี่แหละ ถถถ) ทางที่จะไปได้คือ ทุนต่างๆ ที่สนับสนุนเรา และสิ่งที่จะทำให้เราไปต่างประเทศได้อย่างราบรื่นก็คือ “ภาษา” นั่นเอง

ราเชื่อว่าหลายๆ คนมีปัญหาเรื่องภาษาอังกฤษ อย่างน้อยก็การพูดภาษาอังกฤษ แต่เนื่องจากเราไม่ค่อยได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันเท่าไหร่ เวลาที่อาจารย์บอกให้ฝึกภาษา เรามักจะมีความเพิกเฉยว่า ช่างมันเถอะ ปล่อยให้เป็นไปเรื่อยๆ ชิวๆ กว่าเราจะรู้ตัวในเวลาที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษจริงๆ ก็อาจจะสายไปแล้ว

สถานการณ์ปัจจุบันนี้ อยากบอกให้น้องๆ ได้รับทราบว่า การสมัครงานในหลายๆ ที่ ต้องการผู้สมัครที่มีคะแนนภาษาอังกฤษพอสมควร เพื่อวัดศักยภาพการใช้ภาษา (สายไม่วิชาการก็จำพวก TOEIC, สายวิชาการใครคิดจะเรียนต่อหรือทำงานในมหาวิทยาลัยก็ต้องใช้คะแนน TOEFL/IELTS หรือถ้าคิดจะเรียนในประเทศเองก็ยังต้องการคะแนนจำพวก CU-TEP/ CMU e-Tegs) ดังนั้นโลกปัจจุบันเราหนีภาษาอังกฤษไม่พ้นแน่นอน !

แล้วเราจะเตรียมรับมือกับเรื่องภาษาอังกฤษอย่างไรดี?

อย่างน้อยๆ น้องๆ มีเวลาเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องภาษาในมหาวิทยาลัยราวๆ สี่ปี ก่อนออกไปเผชิญโลกกว้าง …. ในความคิดเห็นของพี่ เรื่องภาษาเป็นเรื่องของน้ำซึมบ่อทราย มันยากมากที่เราจะพูดภาษาที่ไม่ใช่ภาษาพ่อแม่ให้ได้ภายในเวลาอันสั้น ดังนั้นภาษาคือเรื่องที่ต้องสะสมวันละนิดวันละหน่อย สะสมไปเรื่อยๆ ก็จะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่เราอาจจะนึกคือ แล้วเราจะหาโอกาสไหนในการใช้ภาษาอังกฤษดีล่ะ

วันนี้เราจึงขอเสนอแนะแนวทางง่ายๆ หาได้ในมหาวิทยาลัย ดังนี้

  1. หาเพื่อนชาวต่างชาติ ทุกวันนี้ในมหาวิทยาลัย (เอาง่ายๆ ม.ช. เรานี่แหละ) มีนักศึกษาต่างชาติเยอะขึ้นกว่าเมื่อสิบปีที่แล้วมาก เมื่อสัปดาห์ที่แล้วไปกินข้าวเที่ยงที่โรงอาหาร Bio ก็เจอนักศึกษาต่างชาตินั่งกินข้าวแบบสไตล์ไทย ดังนั้นหากมีโอกาส อยากให้กล้าเข้าไปพูด เป็นเพื่อนด้วย อย่างน้อยก็เซย์ไฮ แล้วเดี๋ยวทักษะก็จะตามมาเอง
  2. แต่จากข้อหนึ่ง อาจมีคนเถียงในใจก็ได้ว่า ใครจะกล้าไปคุยในโต๊ะอาหารล่ะ ! เราก็ขอเสนอทางเลือกที่ง่ายกว่าข้อ 1 นั่นก็คือ การสร้างบรรยากาศภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ

    เมื่อสมัยที่พี่เรียน ป.โทที่จุฬาฯ เป็นช่วงที่พี่อยู่กับเพื่อนที่ไปเรียนด้วยกันอีกสองคน มีอยู่วันนึงเรานึกครึ้มใจกันว่า น่าจะถึงเวลาที่จะเริ่มพัฒนาศักยภาพสู่สากลได้แล้ว เราจึงคิดกิจกรรม “English Speaking Day” กันในห้องนอนของเรา ทุกวันพุธเราจะพูดสนทนากันเป็นภาษาอังกฤษ มีกฏง่ายๆ คือ พูดภาษาอังกฤษ ใครหลุดพูดภาษาไทยจะต้องจ่ายค่าปรับครั้งละ 5 บาท เมื่อทดลองครั้งแรกปรากฏว่าสนุกมาก และได้ผลดี เราจึงขยายไปเป็นสองวันต่อสัปดาห์

    สรุป ทำกิจกรรมนี้ไปได้ราวๆ หนึ่งปี มีเงินในกระปุกออมสินพอที่จะจ่ายค่าไฟได้หนึ่งเดือน 😛 เป็นเรื่องขำๆ กัน ถ้าถามว่าทำแล้วมีประโยชน์อย่างไหม? ก็ขอบอกว่า มีประโยชน์มาก อย่างน้อยเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกให้พูดภาษาอังกฤษได้อย่างไม่เคอะเขิน ถึงแม้จะพูดถูกบ้างผิดบ้าง แต่การเริ่มต้นที่จะเปิดปากพูด ก็จะทำให้เราคุ้นชินกับการพูด และเกิดแรงบันดาลในให้ฝึกทักษะอื่นๆ ต่อไป

ทุกวันนี้ตัวผู้เขียนเองก็ไม่ได้ถือว่าเมพในการใช้ภาษาอังกฤษมาก แต่เราก็ประเมินว่าน่าจะสามารถใช้ในการสื่อสารใช้ในงานวิชาการได้ ใช้สนทนากับเพื่อนชาวต่างชาติได้อย่างสนุกสนาน และก็ยังต้องพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่อยากจะบอกให้น้องๆ ได้คิดไว้ก็คือ การเรียนภาษาอังกฤษนั้น ไม่ได้จบแค่คอร์สที่มหาวิทยาลัยบังคับสี่ตัวหกตัวเท่านั้น การเรียนภาษาคือการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเรียนรู้นอกห้องเรียน ดังนั้นจึงควรหาโอกาสที่ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ไม่ให้เสียดายมาเสียดายในภายหลังว่า “รู้งี้นะ…..”

 ท้ายสุดขอฝากไว้ให้คิสนิสนึงว่า ตอนนี้เราเปิดประชาคมอาเซียนแล้ว

  1. เรามีความเข้าใจมากเพียงใดเกี่ยวกับการเปิดประชาคมอาเซียน นอกจากการรู้จักเมืองหลวง ธงชาติของประเทศในอาเซียน
  2. เราตระหนักหรือไม่ว่าประชาชนในประชาคมอาเซียนชาติอื่นๆ จะมาแย่งงานของเราไป

หากยังนึกคำตอบไม่ออก ก็อยากให้ลองชมสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงในอีกสิบปีข้างหน้า อย่างน้อยอยากให้ลองตั้งคำถามว่า เราจะยืนอยู่ตรงไหนของโลกใบนี้

ปล. 1 นอกจากภาษาอังกฤษแล้ว ปัจจุบัน เรื่องของภาษาที่สาม ภาษาที่สี่ ก็เริ่มจะมีบทบาทในแง่ที่ว่า รู้เยอะกว่าได้เปรียบ ประเด็นนี้จะไว้มาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อๆ ไป (ถ้ามีคนอยากอ่านนะ ถถถ)

ปล. 2 รูปบนปกนี่ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาแต่ประการใด แค่อยากรำลึกความหลังเมื่อสิบปีที่แล้วแค่นั้นเอง lol

ในตอนต่อไป ก็จะมาเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับเรื่องของเทคโนโลยี ในเชิงที่ว่า เราควรเรียนรู้อะไรก่อนไปเผชิญโลกกว้างบ้าง… ไว้ติดตามกันนะครับ ~

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s