บทเรียนราคาร้อยยูโร…

(Copy มาจาก post ใน facebook อีกทีนะ)

วันนี้กลับไทย..ก็เจอเรื่องตะลึงไปเลยล่ะ…

รอบนี้ที่มาไทยเนี่ย เริ่มจากมา conference ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันศุกร์ (ส่วนตอนเย็นหรือวันเสาร์ก็ต้องพาอาจารย์ไปเที่ยว ตามประสาลูกศิษย์ที่ดี) สำหรับการมารอบนี้ เรามาไฟลท์เดียวกันกับอาจารย์ที่แลปสัมมนาเดียวกัน ตามแผนของวันนี้ พอแลนดิ้งเสร็จเราก็แวะเอากระเป๋าไปเก็บที่ห้องก่อน (ให้เจ๊นิ่มมาเก็บ) แล้วก็นั่งรถไฟฟ้าจากอารีย์ไปลงสะพานตากสิน (โรงแรมอยู่ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา) จากนั้นเราก็จะไปปั่นจักรยานชิวๆ ชมเมืองอยุธยากัน

ตอนนั่งรถไฟฟ้า ก็ปกติดีอยู่ ตอนลงจากรถไฟฟ้าจะต่อรถจาก BTS สะพานตากสินไปลงที่โรงแรม ประมาณหกโมงกว่าๆ นี่ล่ะ ตอนแรกกะจะพาอาจารย์นั่ง Taxi ไปลงที่โรงแรม แต่ด้วยอะไรมาดลใจ รถเมล์สาย 17 มินิบัส สีส้ม เป็นรถร่วมบริการผ่านมาพอดี ก็เลยพาเซนเซขึ้นรถเมล์ไป

รถเมล์เป็นรถร่วมบริการ ราคาต่อคน 9 บาท ด้วยเราจ่ายให้เซนเซไปก่อน (เพราะว่าเซนเซพูดภาษาไทยไม่ได้หรอกนะ) เราก็จะหยิบเงินในกระเป๋าเป็นแบงค์ยี่สิบ ทีนี้ด้วยอะไรดลใจไม่รู้ ในกระเป๋าตังค์มีเงินอยู่สามสกุล คือ ยูโร ที่เหลือจากงาน Conference ที่สโลวีเนียอยู่ 165 euro เงินอันนี้กะจะแลกกับพี่ภา เพราะพี่ภากะจะไปยุโรปช่วงค่อนๆ ปลายๆ ปี แต่งานนี้ไม่ได้เอาออกจากกระเป๋า…. อีกอันก็เงินเยน ที่ติดมือมาด้วย และเงินไทย ซึ่งหยิบมาจากซองเงินที่เอาไปญี่ปุ่นด้วยตั้งแต่ครั้งแรก (มีแบงค์พัน แบงค์ห้าร้อย แบงค์ร้อย แบงค์ยี่สิบ ครบเลย) ด้วยรูปสัมผัสที่เยินเหมือนกัน สีเขียวเหมือนกัน และด้วยความเคยชินที่ไทย เราก็หยิบแบงค์สีเขียวสักใบออกไปให้กระเป๋ารถเมล์ ตอนนั้นกระเป๋ารถเมล์ก็ทำหน้างงๆอะไรสักอย่าง แต่เราก็งงว่ากระเป๋ารถเมล์งงอะไร กระเป๋าก็เหมือนจะให้จ่ายอะไรสักอย่าง เราก็ประมาณว่า อ้าว จ่ายไปละไม่ใช่หรอ..? สุดท้ายกระเป๋าก็รับเงินแล้วก็เอาเงินทอนมาให้เป็นจำนวนเงินสองบาท…. เราก็นั่งไปจนถึงโรงแรม…

เก็บของที่โรงแรมกำลังจะออกไปที่หัวลำโพง ตอนแรกก็นั่งรถ BTS ไปเปลี่ยนที่ศาลาแดง จากนั้นเปลี่ยนเป็น MRT ตอนช่วงที่ซื้อตั๋ว MRT นี่แหละ ตอนแรกก็ไม่คิดอะไร พอช่วงที่กำลังเดินใน walk way ไปที่หัวลำโพง ก็มาคิดดู เอ๊ะ มีอะไรแปลกๆ เหมือนมีอะไรมาดลใจมาเปิดกระเป๋าตัง… อ้าว เงิน 100 Euro ที่ปกติเปิดกระเป๋ามาเห็น หายไปไหน… ปะติดปะต่อเรื่องราวก็ เอ๊อะ…. ตอนแรกก็ไม่คิดอะไรมาก เดินคุยไปกะเซนเซตามปกติ สักพักเริ่มในไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เปิด google 100 euro baht พอเลขมันคำนวณมาสามพันกว่าบาทนี่แหละ เงิบ ร้องเหี้ยหนักมาก !

ตอนแรกนึกไม่ออกว่าทำยังไงดี… ลืมบอกว่าตอนนั้นขึ้นรถไฟเรียบร้อยแล้วรอไปอยุธยา ก่อนหน้านั้นก็เลยอัพสเตตัสข้างล่างนั่นก่อน… เริ่มค่อยๆ คิด มาคิดว่า เอ๊ะ เราก็เก็บตั๋วรถเมล์ไว้นี่ว่า…มันน่าจะมีข้อมูลที่พอจะ track อะไรได้บ้าง… เลยหยิบๆ คุ้ยๆ ออกมาได้

11811425_10152977311095811_7297311114204408934_n

ตั้งสติได้ นึกอะไรไม่ออกเลยโทรไป 191 ก่อน…. (เวลาประมาณแปดโมงเช้านิดๆ) เล่าเหตุการณ์ให้ตำรวจฟัง ตำรวจก็แนะนำให้โทรไปที่ Hotline ขสมก หรือไม่ก็ จส 100 เนื่องจากเรากดเบอร์ ขสมก.ผิด เราเลยโทรไปที่ จส 100 ก่อน ก็เล่าให้ฟัง… จส 100 ก็โยนให้โทรไปที่ Hotline ขสมก.

เราก็โทรไปที่ Hotline ขสมก ปรึกษาว่าเกิดเหตุการณ์งี้ๆ เราควรจะติดต่ออะไรยังไงได้บ้าง Hotline ขสมก ก็บอกให้โทรไปเบอร์ A ที่เป็นสายตรง ต่อเบอร์ ขสมก. โทรไปก็สายไม่ว่างประมาณสามชาติครึ่ง เราเลยแบบว่า เชี่ยยยยย…. โทรไป Hotline ขสมก. ใหม่ ละก็ถามว่า จะติดต่อเบอร์ไหนได้บ้างอีกไหม โทรไปไม่ว่างตลอดเลย เค้าก็ให้เบอร์ B มา… เราก็โทรไปหาที่เบอร์ B… จากนั้นพอโทรหาเบอร์ B ได้ เราก็บอกว่าเกิดอะไรขึ้น บลาๆๆ อีคนรับโทรศัพท์ก็บอกเลยว่า นี่โทรเข้าสายตรงใช่ไหมค้า ให้โทรไปที่ Hotline ขสมก.ค่า เราก็กำลังจะบอกว่า Hotline ขสมก. บอกเบอร์นี้มา อีเจ๊คนรับโทรศัพท์ก็บอกอย่างเดียวเลยว่า ทำตามที่พี่บอกค่ะ บลาๆ ละก็วาง (ดวก) เออ เราก็โทรไป Hotline สายตรงใหม่อีกรอบ มานนนก็ให้เบอร์นั่นมาอีก เอาละทีนี้ตรูมีข้อมูลละ ก็โทรไปเบอร์ที่ Hotline ให้มา ก็เบอร์เดียวกันนั่นแหละ…อีเจ๊นั่นก็รับอีก ละก็พูดแบบเดิม คราวนี้ตรูดักเลย (ด้วยเสียงที่เริ่มมีน้ำโห) ว่า เมื่อกี่ที่ Hotline เพิ่งเอาเบอร์นี่ แล้วเค้าให้ผมโทรมาที่นี่แหละครับ คราวนี้อีเจ๊เงิบบบ… อีเจ๊เลยติดต่อให้คนอื่นรับเรื่องต่อไป… เราก็คุยกับคนที่รับเรื่อง ให้ข้อมูลว่า ขึ้นรถประมาณกี่โมง… กระเป๋าเป็นผู้ชายหุ่นอวบผิวคล้ำผมหยิกๆ นิดนึง.. ละก็อ่านที่ตั๋วว่าเป็นตั๋วยี่ห้ออะไร… อ่านตอนแรกอ่านไม่ออก มาอ่านออกๆ เดาๆ คำท้ายๆ ว่ายานยนต์ เลยไล่ๆ เรียงๆ ได้ชื่อมาพอดี เป็น nanaยานยนต์ (นามสมมติ)… พอรู้ชื่อก็เลยได้เบอร์ nanaยานยนต์มาพอดี คนนี้เค้าก็แนะนำให้ไปดักรอที่อู่รถเมล์ เริ่มมีความหวังขึ้นมาแล้วสินะะะ (กว่าจะถึงขั้นตอนนี้คือเก้าโมงกว่าๆ พอดี)

โทรไปหา nanaยานยนต์ เพลงรอสายมาเลย เพลงชาละวัน – -” โทรไปไม่มีใครรับ สักพักโทรใหม่ก็มีคนรับ เลยเล่าให้ฟัง… ปรากฏว่ามารู้ว่า บริษัท nanaยานยนต์นี่ไม่ได้วิ่งสาย 17 แต่คือขายตั๋วไปให้ผู้ให้บริการสาย 17 วิ่งไป – -” ถามข้อมูล ก็ไม่รู้ว่าขายให้ใคร (หืม) แต่ป้าแกก็ดีนะ…เราก็ถามแกประมาณว่า ละมีเลขอย่างนี้มันจะตามไม่ได้หรอ ป้าแกก็แนะนำว่า ให้ตามไปดักรอที่อู่รถเมล์เลย เราก็ เออออ ตอนนี้กำลังไปต่างจังหวัด น่าจะเข้ามาตอนเย็นๆ เลย…. ป้าแกก็ดีมากกเลยนะ บอกว่าจะลองโทรตามไป… พอเราเริ่มแกะเรื่องราวได้แล้ว เราก็โทรไปหา call center ทั้งหลายทั้งมวลให้ เหตุการณ์ทำนองโยนไปโยนมาก็เหมือนๆ เดิมนี่แหละ…เลยแม่งงง ไม่โทรละ… หลังจากนั้นป้า nanaยานยนต์โทรกลับมาพอดี ก็เหมือนจะช่วยอะไรเพิ่มเติมไม่ได้ แต่ก็แนะนำให้ไปดักรอนี่หล่ะ…

จากการเกิดเหตุการณ์นี้ ตัวเราทำอะไรไม่ได้เลย เพราะว่าต้องพาอาจารย์ไปเที่ยวตามหน้าที่ที่กำลังดำเนินอยู่… เราเลยทำได้แค่เข้าไปบ่นในกรุปแชทเฟส somtum ของชมรมส้มตำไทยในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากว่าตอนนี้กุ๊กกิ๊กกลับมาแล้ววว กุ๊กกิ๊กเลยรับอาสาไปตามเงินหนึ่งร้อยยูโรให้ lol กุ๊กกิ๊กว่างหลัง 11 โมง กุ๊กกิ๊กก็นั่งรถจากอนุสาวรีย์แกะรอยไปที่อู่รถสาย 17 ให้เลย! ระหว่างนี้ก็เม้าไปกับลุงคนขับ ลุงคนขับก็โทรถามให้ถ้วนทั่วเลยล่ะ… จนกระทั่งกุ๊กกิ๊กไปถึงที่อู่ ที่อยู่เนี่ย กุ๊กกิ๊กก็ต้องรอเค้ามาส่งรถ จากข้อมูลที่เราบอกกุ๊กกิ๊ก ทำให้เราสามารถตัดเหลือสี่คันที่เป็นไปได้มาได้ดังในภาพที่สอง (กุ๊กกิ๊กส่งมา) รถค่อยๆ มาทีละคัน ก็ถามข้อมูลไป ระหว่างนั้นเราก็พาอาจารย์ปั่นจักรยานไปรอบๆอยุธยา (ร้อนโคตรรรรรรร เอาไว้จะไปเล่าใน issue ต่อไป) ก็เชคข่าวไปเรื่อยๆ (รอกุ๊กกิ๊กมาเสริมรายละเอียด) ท้ายที่สุดประมาณห้าโมงกว่าๆ ก็เหลือรถหนึ่งคัน คันสุดท้ายก่อนเข้ามาพอดี… เชคแล้ว เลขตั๋วเกือบใกล้ แต่ไม่เชิง… กุ๊กกิ๊กก็ถามให้เลย แต่ก็เหมือนว่าคนขึ้นเยอะช่วงเช้า จำอะไรไม่ได้เลย T.T

11824163_10153063135745949_1669601837_n

ข้อมูลที่กุ๊กกิ๊กได้มาจากการประมาณค่า และตัดชอยส์

ท้ายที่สุดก็ต้องทำใจ… แต่อย่างน้อยการได้พยายามจนถึงที่สุดมันก็ไม่ทำให้คาใจ ตอนนี้ปลงงงง เสียใจจจจ วันนี้เที่ยวไม่สนุกเลย….คิดเรื่องนี้ทั้งวัน…. เงินจำนวนนั้นพอมาคิดเป็นเงินก็หมื่นกว่าเยน ได้ค่าอาหารแบบประหยัดหนึ่งสัปดาห์ หรือจะกิน mk ที่นู่นก็กินได้ประมาณสี่มื้อกว่า… เรื่องนี้เราก็จะทำโทษตัวเองด้วยการตัดค่าขนมล่วงหน้าของตัวเองไปสมทบกับเงินที่หายไปก็แล้วกัน

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

1. จะทำอะไรให้รีบๆ ทำ จะแลกเงินให้รีบๆ แลก ไม่ต้องมากังวลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เพราะมันกลายเป็นเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย T_T (รีรอเพราะจะให้เรทมันดี แต่สุดท้ายหายเลยจ้าาาา)

2. ควรจะจัดการของให้ดีกว่านี้

ท้ายสุดนี้ขอขอบคุณ Kukkik Tatchamapan มากๆๆๆ (ไม้ยมก n ที) ที่ช่วยตามให้จนถึงที่สุด ซึ้งใจมากมาย T.T และทุกท่านที่คอยให้กำลังใจ รวมถึงลุงคนขับรถเมล์ ลุงที่อู่ ป้า nanaยานยนต์เป็นอย่างสูงง ที่ทำให้เห็นว่าคนไทยก็มีน้ำใจอยู่นะ

และที่สำคัญ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานราชการ ควรทำงานให้ดีกว่านี้ เป็นระบบ และเก็บข้อมูลให้มันดีกว่านี้หน่อยได้ม้ายยยยยย

บทเรียนนี้ราคา 100 ยูโร…..

โฆษณา

เด็กหอ : วันที่เราเติบโต…

24 สิงหาคม 2556 05.00 น.

[ยังไม่ได้นอน มัวแต่ดูหนัง แอบอู้งานตอนทำ Slide Thesis]

วันนี้นั่งดู Hormones Homeroom ระหว่างทำ Slide Defend วิทยานิพนธ์
ก็เห็นหมอก (ไมเคิล) ใน Hormone…เลยนึกถึงว่า เราเคยดูหนังเรื่องเด็กหอ ที่ไมเคิลเป็นวิเชียร เมื่อหลายปีก่อน

ในวันที่เราสามารถเข้าถึงข้อมูลมหาศาลได้แค่ปลายนิ้วคลิก
พลาดรายการทีวีช่องไหน ก็หาย้อนหลังได้ในเวลาไม่ถึง 10 นาทีหลังจากออกอากาศ
“เด็กหอ” ก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่เราเพิ่งลองค้นหาดูเหมือนกัน…

ที่จำความได้…เวลานั้นที่บ้านเพิ่งจะติด Internet ADSL หลังจากที่ก่อนหน้านั้นใช้ Modem 56 kbs มาโดยตลอด
และ ADSL ยังติดตั้งยากลำบาก พ่วงมาพร้อมกับโทรศัพท์ด้วย….

เด็กหอ…ตอนที่ดูนั้น ดูที่โรงหนังพารากอนกับพี่นิ่ม ตอนปิดเทอมใหญ่ช่วงกำลังจะขึ้น ม.6 (ปี 2549)
ซึ่งช่วงตั้งแต่ ม.3 – 6 เป็นช่วงที่มาอยู่บ้านย่าทุกปิดเทอมใหญ่
ช่วงนั้นเป็นเหมือนช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในชีวิตเหมือนกัน
เพราะ ณ เวลานั้น ยังไม่ได้เข้าค่าย Science Camp ที่ ม.ช.
ถึงแม้ใจจะค่อนข้างแน่วแน่ที่อยากจะเรียนคณิตศาสตร์ก็ตาม แต่ตอนนั้นก็ลังเลใจระหว่างที่เชียงใหม่ (โครงการพิเศษ) กับสอบ Admission ที่จุฬา

มันประจวบเหมาะอีกอย่างนึงที่ว่า เมื่อเวลานั้น พันธมิตรเริ่มก่อตัวขึ้นไม่นาน
จนมาถึงวันที่ดูเด็กหอรอบนี้ พันธมิตรก็ประกาศยุติบทบาททางการเมืองพอดี….
เวลานั้น Big Brother กำลังแข่ง Season 2 (หลังจากนั้นก็เจ๊งไป)

เป็นช่วงเวลาตั้ง 7 ปี…
7 ปีเลยหรอ….

7 ปีที่ผ่านมาเมื่อมองจากเวลานั้น เราผ่านอะไรมาเยอะแยะเหลือเกิน
เราได้ผ่านการคิดที่หนักอึ้ง ผ่านประสบการณ์ชีวิต ผ่านความผิดหวัง ความสำเร็จ และผ่านจุดพลิกผันในชีวิตมาหลายๆอย่าง
เราเติบโตขึ้นและได้เรียนรู้ว่าเราควรจะคิด ทำ แสดงออกทางความคิดอย่างไรให้มันเหมาะสม สมควร และราบรื่น

เป้าหมายในชีวิต ณ เวลานั้น กับเวลานี้ มันแตกต่างกันจริงๆ
บางทีย้อนกลับไปดู ก็ไม่เคยคิดไม่เคยฝันเหมือนกันว่าจะมาไกลขนาดนี้…
เวลานั้นยังมองภาพตัวเองไม่ออกว่า เราจะเป็นผู้ใหญ่ยังไง…อนาคตข้างหน้าจะเป็นยังไง…
ตอนนั้นก็ไม่ค่อยคิดฝันมากว่าจะมาอยู่ กทม. จนกระทั่งเมื่อจบ ป.ตรีถึงได้มาเผชิญ (ความบัดซบ) ด้วยตัวเอง

เราเข้าใจอะไรๆ ว่า เรากำหนดอะไรในโลกนี้ (แทบจะ) ไม่ได้เลย
รวมถึงชีวิตเราด้วย….

แล้วเราควรจะปล่อยชีวิตนี้ให้ล่องลอยหรือเปล่า…มันก็ไม่ใช่
เพราะชีวิตก็ต้องมีทิศทางที่ control มันให้ไปในแนวทางที่ควรเป็น….

ทำทุกวันให้ดีที่สุดก็แล้วกัน….

อีกสัก 5-10 ปี (ถ้า wordpress ไม่พัง) มานั่งอ่าน blog อันนี้ใหม่
คงจะตลกความเวิ่นเว้อของตัวเองไม่ใช่น้อย

ป.ล. พอได้กลับมาดูเด็กหอ + Hormones
มันเป็นสไตล์พี่ย้งจริงๆ 🙂

ราตรีสวัสดิ์..

Reference : https://nutsnc.wordpress.com/2006/03/02/โลกใหม่ใน-กทม-ชั่วคราว
ป.ล. โพส diary อันนี้ตอนอยู่บ้านย่าที่ดอนเมือง (หลังจากตะลอนเข้าเมืองกรุง)
ซึ่งหลังจากปู่เสียตอนเดือนกันยายน ย่าก็ขายบ้าน….จากนั้นย่าก็เพิ่งมาเสียหลังวันขึ้นปีใหม่ 2555

ยินดีต้อนรับสู่ภาคเรียนที่ 2/2552

หลังจากปิดเทอม (ที่ยังไม่ได้หายใจเลย) ผ่านไป
ก็เข้าสู่การเปิดเทอมแล้วสินะ – -.

ตารางเรียนเทอมนี้..

MTh 11.00 – 12.30 Complex Variables
MTh 13.00 – 14.30 Abstract Algebra
MTh 14.30 – 16.00 Seminar in Mathematics

TuF 09.30 – 11.00 Real Analysis 2
TuF 11.00 – 12.30 Graph Theory / Numerical Methods (กำลังตัดสินใจอยู่ว่าลงตัวไหนดี)
TuF 13.00 – 14.30 Metric Space
TuF 14.30 – 16.00 Introduction to Foundation Geometry

เทอมนี้ตารางค่อนไปทางบ่าย ๆ (ไม่ค่อยชอบ ชอบที่มันค่อนไปเช้าๆมากกว่า)

เป้าหมายที่ตั้งไว้เทอมนี้
1. มีวินัยในการเรียน เทอมนี้ต้องไม่ตื่นสาย (แบบเทอมก่อน) ช่วงสอบต้องตั้งใจอ่านหนังสือ (ไม่ชิวแบบเทอมที่แล้ว) และขวนขวายหาความรู้อื่น ๆ (เทอมนี้เจอของจริงแล้วสินะ)
2. Scope กิจกรรมน้อยลง เหลืองานหลักๆคือ Atom Games เท่านั้น (จะได้ไม่วอกแวก จะได้ไม่เสียทั้งการเรียนและการทำงานอื่น ๆ)
3. Up Skill English ให้ professional มากขึ้นทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน โดยแผนตั้งไว้ว่าจะสอบ TOEFL ตอนเดือน พ.ค. ปี 2553 (จะได้ไหมน๊ออ.)
4. ลดอบายมุขต่าง ๆ อาทิ Facebook , Internet และงานเวิ่นเว้ออื่น ๆ
5. บรรลุงานสัมมนา และเริ่มทำโปรเจคตัวจบได้แล้ว (ค้างคามานาน ต้องเริ่มเตรียมโปรเจคจบแล้วสินะ ^^’)

เป้าหมายหลักๆของเทอมนี้ก็ประมาณนี้ ต้องพยายามทำให้ได้

 

Fit and Fight!!

ปิดเทอมมมม…

ปิดเทอมงวดนี้ เป็นปิดเทอมที่ชิวกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
เพราะครั้งก่อนๆปิดเทอมเล็กก็จะมีค่ายให้ไปเยอะแยะ
ปีที่แล้วงานเข้า ปิดปุ๊บไปค่ายปั๊บ พักอีกสองวันไปค่ายต่ออีก

แต่ปีนี้ไม่มีค่ายเลย 555+ สาเหตุเพราะ
1. ค่ายอาสาพัฒนาการศึกษา ตอนแรกว่าจะไปละ แต่ติดหมอนัดวันศุกร์ ครั้นจะไปละลงมาก่อนก็จะเป็นภาระให้กับค่าย ก็เลย อยู่ข้างล่างดีกว่า
2. ไม่มีค่ายองค์ลง เพราะค่ายโดน Cancel ไป

แต่….งานก็มีให้ทำอยู่ดี

งานแรกคือ…แท่นแท๊นนนน

สัมมนา Math 206390 นั่นเอง
ซึ่งทำเรื่อง Ostrowski’s Inequality for Monotonous Mappings and Applications
เป็นเรื่องเกี่ยวกับอสมการของ Riemann-Stieltjes Integral (อินทิกรัลใน General term)

ช่วงนี้อยู่ในระหว่างแกะ paper (ยังไม่ค่อยคืบหน้าเล้ย)
ต้องรีบปั่นให้เสร็จก่อนเปิดเทอม ก่อนที่จะโดน อ.ต่าย ฆ่าให้ตายและไม่ให้ลงสัมมนา T_T

อีกงานคือ อะตอมเกมส์..

จะจัดปี 2553 แต่ข้อมูลต้องพร้อมก่อนวันที่ 24 ตุลาคม 2552 มิเช่นนั้นมหาวิทยาลัยอื่นจะฆ่าเราได้
เหมือนกับที่เคยมีประวัติศาสตร์จาก ม.อื่นมาแล้ว (ไม่อยากมาเจอคำครหาแบบนั้นกับ ม.ช.)
ดังนั้นช่วงนี้เลยต้องเตรียมข้อมูล ให้แต่ละฝ่ายวางแผนงานของฝ่ายตัวเอง แล้วค่อยเอามารวมอีกที
ช่วงนี้เลยไปคณะทุกวัน ถึงไม่ได้ทำงานก็นั่งเล่น FB ไป 555+

แต่ปิดเทอมนี้ดูมีวินัยการตื่นนอนมากกว่าตอนสอบซะอีก

ตอนสอบตื่นเที่ยง ทุกวันเลย T_T กว่าจะออกบ้านก็ บ่ายสองโมง กว่าจะได้อ่านหนังสือก็บ่ายสาม
อ่านไปๆก็ไม่ค่อยมีสมาธิอีก…เด๋วเกรดก็จะออกแล้วสินะ T_T T_T ลุ้นๆละกัน เทอมนี้มีตัววิกฤตสองสามตัวแหนะ

เปิดเทอมหน้า เริ่มชีวิตใหม่

กับชีวิตที่มีวินัยขึ้น (มั้ง)
พยายาม พยายาม พยายาม

 

 

 

 

เฮ้ออออออ –.–

เปิดเทอมวันแรก….!!!

วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรก!!!!

กับชีวิตปีสาม ที่รู้สึกว่าเริ่มแก่แล้วพอสมควร

บรรยากาศเดิมๆเมื่อสองสามปีย้อนกลับมาอีกครั้ง เมื่อครั้งยังเป็น Freshy

วันนี้คาบแรกเปิดฉากด้วย แปดโมงเช้า = =” กับวิชา Abstract Algebra
อาจารย์ยังไม่สอนอะไรมากเท่าไหร่ แต่ที่มีมากๆคือ อ.จิกได้ใจมาก ฮ่าๆๆๆ

คาบต่อมา Number Theory ….มี Surprise เพราะเรียนกับ อ.ที่เลื่องลือ (ว่าไม่ค่อยสอน T_T)
แต่สัปดาห์นี้ก็ยังไม่ได้เรียนอะไรหรอก (อ.เริ่มสอนสัปดาห์หน้านู้นนน)

คาบต่อไปกับ Theory of Equations โดย อ.มัลลิกา
โผล่มาก็สอบเลย ฮ่าๆๆๆ ทำโจทย์จากหนังสือ สอวน.เล่มพีชคณิต
จากคนลง 11 คน ตอนนี้ Drop เหลือ 6 คน (อาจมี drop เพิ่มอีก)
drop กันทำไมไม่รู้ ออกจะสนุก เรียนไป อ.ก็จะจิกกัดไปตามสไตล์ ฮ่าๆๆๆๆๆ
เรียนอย่างนี้ออกจะสนุก ฮ่าๆๆๆๆ

คาบสุดท้ายวันนี้ Real Analysis I
กับที่อยากเรียนก็ไม่ได้เรียน (อาจารย์ต่าย)
ก็ได้เรียนกับ อ.ปฤษณาแทน (ก็พอ OK เพราะเรียนมาด้วยกันในแคล 2 ก็ OK อยู่)
แต่ยังไงก็ต้องไฟต์ (คงต้องอ่านให้เกินที่ อ. สอน เพื่อต่อ Real Analysis II ของ อ.ต่ายต่อ)

อ้อ …วันนี้ อ.ต่าย รับเป็น Advisor สัมมนาแล้ว อิอิ

ในที่สุดเราก็จะได้เริ่มทำสัมมนาแล้วว ^^

แต่…ยังไงก็ต้องปั่น summer project ให้รอดก่อน T_T

 

นโยบายภาคเรียนนี้…..เปิดเทอมแล้ว เรียนมาก่อนทุกอย่างแล้วเน้อ ….^^

สอบเสร็จแล้วววว

สอบเสร็จแล้ววววว

ผ่านไปสักทีกับฤดูกาลสอบที่แสนจะชิว
งวดนี้มีความรู้สึกแปลก ๆ เหมือนจะชิวเกินไป
อัจฉริยะข้ามวันเกือบทุกวิชาเลย

รายงานผลวันนี้ :
Physics : ตายไปเลย โดยเฉพาะ Part ไฟฟ้า
ถึงจะใช้ความรู้คณิตแล้ว แต่ความรู้ฟิสิกส์นั้นหามีไม่
ไฟนอลหนักแน่วิชานี้ เฮ้ออออ
ดูละละเหี่ยใจ = =

OOP with JAVA : หลังจากรู้เรื่องแล้วความมั่นใจก็กลับมา
ทำได้พอสมควร แต่ไม่รู้ว่าจะโดนหักแค่ไหน
ได้ข่าวว่าคะแนนออกแล้ว…แต่ยังไม่เห็นเลย ลุ้นๆละกัน

ODEs : อัจฉริยะข้ามวันข้ามคืนมากกับวิชานี้
สุดท้ายก็ทำได้ อิอิ แต่ก็ไม่มั่นใจหรอกว่าจะได้เยอะแค่ไหน ก็ต้องรอดูผลสอบ

Ad.Cal : ทำได้ ง่าย เพราะจำนิยามได้
แต่…ผิดแบบประมาทอีกแล้ว…..ข้อนึง
ละก็ทำ Limit ไม่ได้ 2 ข้อ (พิสูจน์ ซึ่งมั่วๆไป เฮ่อออ  = =)
วิชานี้ไม่หวังอะไรใด ๆ ขอให้ได้ A ก็เพียงพอ

Psycho : เพิ่งสอบผ่านไป หลังจากอัจฉริยะข้ามวันข้ามคืนมาหลายวัน
จำได้บ้าง จำไม่ได้บ้างก็มั่ว ที่สำคัญ ตรงกับข้อสอบเก่าที่ได้โพยจากน้อง Neizod ตั้งหลายข้อ อิอิ
วิชานี้ก็เฉยๆไม่ได้คิดอะไรมาก ขอให้ผ่านๆไปก็เป็นดี หุหุ

สรุปภาพรวม….ยังรู้สึกไม่ค่อยเต็มที่กับการสอบเท่าไหร่
สอบก็ชิวๆ มัวแต่เล่นเนท เล่นไปอ่านไป
ปลายภาคตายแน่ 5555

หลังสอบแล้วก็มีเรื่องที่ต้องสะสางงานอีกมากมาย
ตั้งแต่เริ่มสอนน้องที่หยุดการสอนมาสองเดือน (จันทร์ ศุกร์) โดนพ่อน้องว่าเลย 555
สะสางงานชั้นปีที่เกิดจากความล้มเหลวของน้อง ๆ ปี 1 (การไว้ใจอะไรมากเกินไปก็ทำให้ต้องมาตามเช็ดๆถูๆแบบนี้นะ = =)
ค่าย Open Mind Open Math แล้วก็ปิดปีใหม่ก็ไปเที่ยวน่าน เปิดมาก็พัก (ขอโดดค่ายวิชาการหน่อยเน้อ เหนื่อยจิง อิอิ)
หลังจากนั้นก็ bye nior แล้วก็ต้องเตรียมติวน้องสอบปลายภาค เตรียมตัวเองสำหรับสอบแล้วซีนะ

เหมือนจะได้พักแต่ก็ไม่ได้พักเลยน้อ…….

ไม่เป็นไร สู้ต่อไปก็แล้วกัน SnC ^^

Welcome to MIDTERM EXAM 2/2551

เรียนมานาน ก็ถึงเวลาต้องสอบสักที…..
 
Monday 15 Dec : Physics II
ถึงแม้ว่าจะมีความมั่นใจว่าจะใช้ความรู้คณิตที่มีอยู่มาทำได้
แต่ความมั่นใจก็ยังไม่ค่อยเต็มร้อยกับหลักการทางฟิสิกส์
ตอนนี้ทำได้อย่างเดียวคือทบทวนให้หลักการแม่นๆ
ฝึก Delight สมการทั้งหมดภายในคืนนี้
ช่วงความเชื่อมั่น : 70%
 
Tuesday 16 Dec : Object Oriented Programming
หลังจากฝ่ามรสุม JAVA เป็นอัจฉริยะข้ามคืนตอนสอบย่อย
ความมั่นใจก็ค่อยเพิ่มมาจากเปิดคอร์สใหม่ๆมากเลยทีเดียวล่ะ
ตอนนี้แอบมีความหวังอยู่พอสมควรกับวิชานี้นะเนี่ย
เหลือทวนๆ กับเขียนโปรแกรมจริงให้แม่นๆ น่าจะพอได้ละ
ช่วงความเชื่อมั่น : 75%
 
Wednesday 17 Dec : Ordinary Differential Equation
วิชานี้บอกไม่ถูก จะมั่นใจไหมก็พอไหว แต่ก็กลัวอะไรหลายๆอย่าง
ยังไม่ได้ทบทวนเลยง่ะ – – ช่วงนี้ไฟท์แต่ฟิสิกส์อย่างเดียว
กะจะใช้ความรู้จากการตั้งใจเรียนในห้อง กับการที่ทำการบ้านส่งด้วยตนเองมาช่วยก็แล้วกัน
ช่วงความเชื่อมั่น : 80%
 
Saturday 20 Dec : Advanced Calculus
วิชานี้พอไหวอยู่ เพราะการบ้านก็ทำเอง พอมีความรู้พื้นฐานอยู่บ้าง
เหลือแค่ทบทวนกับทำโจทย์เพิ่ม น่าจะพอไหวกับเวลาสองวันกว่า ๆ ที่หยุดไป
ช่วงความเชื่อมั่น : 85%
 
Sunday 21 Dec : General Psychology
วิชานี้คงต้องอ่านเยอะๆๆๆเพราะมีนสูงมาก และจำวินาศวอดวาย
แต่วิชานี้ก็ดูน่าสนุกดี พอมีหวังบ้างเล็กน้อย
ช่วงความเชื่อมั่น : 75%
 
สอบคราวนี้เหมือนกับว่ายังไม่ถึงเวลาสอบเลยแหะ
จากประสบการณ์ การชิวจะทำให้การสอบมีประสิทธิภาพมากกว่าการเครียด
 
ดังนั้นตอนนี้ จะชิวละเน้ออออ อิอิ
 
note…ช่วงความเชื่อมั่น หมายถึง ความเชื่อมั่นที่จะทำข้อสอบได้ทั้งชุด
 
ดังนั้น Fight กันดีกว่า
 
I will Fight Fight Fight
I will Win Win Win
For I am the greatest of the worlddddd 555555